"เอไอเอส"ประเดิมลงทุนก้อนแรก 1.3 หมื่นล้าน ลุย3จี จากแผนลงทุนอินทัชปีนี้ 3.5 หมื่นล้าน คาดครึ่งปีแรกติดไซต์ 3จี ได้ 6,000 แห่ง 18 จังหวัด
นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส) กล่าวว่า คณะกรรมการบริหาร ได้อนุมัติวงเงินเบื้องต้นสำหรับการลงทุนปีนี้แล้ว 13,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เน้นลงทุนต่อเนื่อง การให้บริการ3จี ในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรต ซึ่งจะมีบริการใหม่ๆ ออกมาให้บริการผู้บริโภคตั้งแต่เดือนก.พ.นี้เป็นต้นไป
นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า การให้บริการ 3จีในย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ของเอไอเอส คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ครอบคลุม 50% ของประชากรได้ในครึ่งปีแรก และ 80% ในสิ้นปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่กสทช.กำหนดไว้ โดยการเปิดบริการอย่างเป็นทางการในเชิงพาณิชย์ จะได้เห็นในราวเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ ซึ่งระยะแรกคาดว่าจะสถานีฐาน 3จีจำนวน 6,000-7,000 แห่ง ซึ่งเอไอเอสได้ทำหนังสือขออนุมัติเลขหมายทำตลาด 3จีจากกสทช.แล้วจำนวน 14 ล้านเลขหมาย
ขณะนี้เอไอเอสได้เลือกซัพพลายเออร์ที่รับผิดชอบงานขยายโครงข่ายแล้ว 3 บริษัท คือ บริษัท หัวเว่ย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แซดทีอี จำกัด และบริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์ก จำกัด ซึ่งการเปิดให้บริการในระยะแรก ในครึ่งปีแรก จะครอบคลุม 18 จังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ และที่เหลือในครึ่งปีหลังจะครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เบื้องต้นเอไอเอสเตรียมปริมาณความจุโครงข่าย (คาปาซิตี้) รองรับการใช้งาน 3จีไว้ 5 ล้านเลขหมาย
ส่วนแผนลงทุนในภาพรวมในปี 2556 ของกลุ่มอินทัช ได้เตรียมงบประมาณลงทุนขยายธุรกิจราว 34,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการสร้างโครงข่าย 3จีในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ที่้บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ประมูลใบอนุญาตมาจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีเป็นการสร้างดาวเทียมไทยคม 2 ดวง แบ่งเป็นดาวเทียมไทยคม 6 วงเงิน 160 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐราว 5,600 ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว ตำแหน่ง 78.5 องศา ซึ่งจะยิงขึ้นสู่วงโคจรในเดือนมิ.ย.นี้ และไทยคม 7 วงเงิน 200 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐราว 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะยิงขึ้นสู่วงโคจรในปี 2557 ตำแหน่ง 120 องศา
อีกทั้ง ยังมีการขยายกิจการทีวีดิจิตอล ซึ่งอินทัชมีแผนที่จะเข้าประมูลใบอนุญาต เตรียมวงเงินไว้ 1,000 ล้านบาท และเวนเจอร์แคปปิตอลจำนวน 200 ล้านบาท โดยมองว่า อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม ช่วยยกระดับความสามารถการแข่งขัน โดยมีส่วนมากกว่า 2%ในการสร้างการเติบโตของจีดีพี กว่า 2 แสนล้านบาท สร้างงานมากกว่า 3 แสนตำแหน่ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เปิดช่องทางสร้างรายได้ธุรกิจเพลง ที่มีการซื้อ-ขายเพลงมากกว่า 20 ล้านเพลงต่อปี บริการอี-บุ๊ค มีการดาวน์โหลดมากกว่า 2 แสนเล่มต่อเดือน เปิดมิติใหม่ของการนำเสนอข่าวแบบมากกว่า 24 ล้านข่าวต่อเดือน





