เก็บตกสีสันงาน "คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์" โชว์ขั้นกว่าของเทคโนโลยีที่หลอมรวมศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงมาไว้ด้วยกัน
งาน "ซีอีเอส" ปีล่าสุด ระหว่างวันที่ 8-11 ม.ค.ที่ลาสเวกัส สหรัฐ ผู้ค้าเทคโนโลยีต่างพากันยกทัพสินค้านวัตกรรมหลากชนิดมาร่วมงาน ที่น่าสนใจมีทั้งเทรนด์เทคโนโลยี 3 มิติที่ค่อยๆ ขยับสู่ความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์นอกกระแสที่มีจุดโฟกัสสำหรับใช้งานเฉพาะกลุ่ม หรือแม้แต่สินค้านวัตกรรมนำเทรนด์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่แปลกจนไม่คิดว่าจะมีมาออกได้
พาเหรดสินค้านวัตกรรม
มหกรรมครั้งนี้มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ฟังดูแล้วค่อนข้างแปลก (ถึงแปลกมาก) จนหลายคนคาดไม่ถึงแต่น่าจะใช้ได้ดีและแก้ปัญหาที่มีในชีวิตประจำวันได้ หนึ่งในนั้นคือ “ส้อมดิจิทัล” ที่ชื่อว่า “HAPIfork” ทำหน้าที่ตรวจจับความเร็วเวลารับประทานอาหาร ทำให้ผู้ใช้ทราบว่าความเร็วที่ทานอยู่มากเกินไปหรือยัง หากมากไปจะสั่นสะเทือนออกมาเตือนทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าส้อมตัวนี้ยังไม่ฉลาด สมาร์ท เท่ห์ ขนาดทราบว่า อาหารที่นำเข้าปากไปนั้นมีขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน และขณะนี้ยังไม่ทราบด้วยว่าผู้พัฒนามีแผนต่อยอดไปสู่ช้อนหรือตะเกียบบ้างหรือเปล่า สนใจหาซื้อได้ราคาประมาณ 99 ดอลลาร์ ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ปีนี้
นอกจากนี้ยังมี “กระโถนอัจฉริยะ” โดยบริษัท ซีอีเอ ดิจิทัล ช่วยคุณแม่ทั้งหลายแก้ปัญหาการนั่งกระโถนของเจ้าตัวเล็ก ทำให้เจ้าตัวน้อยเพลิดเพลินไปกับเกมสนุกๆ แอพพลิเคชั่นสร้างสรรค์ หรือวีดิโอน่ารักบนแทบเล็ตระหว่างขับถ่าย สนนราคาที่ 39.99 ดอลลาร์ มีกำหนดวางตลาดเดือนมี.ค. ช่วงแรกเฉพาะทางออนไลน์ผ่านอะเมซอนดอทคอม
ขณะที่คนวัยทำงานหากเบื่อหน่ายกับการใช้รถยนต์ 4 ล้อทุกวี่วันก็มี “มอนโด สไปเดอร์ (Mondo Spider)” พาหนะรูปทรงประหลาด พร้อมขาเหมือนแมงมุมขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิค พัฒนาโดย นายไรอัน จอนสตัน แห่งอีทอาร์ท มาให้ยลโฉม
รายงานข่าวระบุอีกว่า ไฮเออร์ (Haier) อวดโฉมโทรทัศน์ต้นแบบที่ใช้การควบคุมด้วยสายตา การทำงานจะมีเคอร์เซอร์ที่คอยชี้ได้ว่าผู้ใช้มองไปทิศทางใด และสามารถสั่งงานด้วยการกะพริบ จากการทดลองใช้เบื้องต้นขณะนี้หลายคนมองว่ายังใช้งานค่อนข้างยาก และทำได้ไม่ดีนักหากผู้ใช้สวมแว่นตา แถมในการควบคุมต้องปรับให้เหมาะกับสายตาของแต่ละคนด้วย
ผู้ช่วยทุกไลฟ์สไตล์
ไม่เพียงเท่านี้ ในงานยังมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ด้วยเครื่องชื่อว่า “Flower Power” ทำหน้าที่ดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ พร้อมรายงานตรงไปที่โทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จะทราบได้ว่า ณ เวลานั้นๆ สถานะสุขภาพของต้นไม้ที่ปลูกไว้เป็นอย่างไร ทั้งยังทราบว่าสภาพแวดล้อมรอบข้างเป็นแบบไหน การใช้งานไม่ยาก เพียงนำเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษรูปตัววายเสียบลงไปบนดิน ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงมือถือ และคอยจับตาดู
ข้อมูลระบุว่า อุปกรณ์ดังกล่าวมีความสามารถเชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธ ใช้ได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน สัมผัสได้ตั้งแต่ไฟฟ้า แสงอาทิตย์ อุณหภูมิ สถานะของดิน หรือแม้แต่สารอาหารที่มีในดิน มีกำหนดวางตลาดภายในปีนี้ แต่ยังไม่มีราคาระบุแน่ชัด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ปีนี้ดูเหมือนการใช้งานรูปแบบ 3 มิติจะกลายเป็นเทรนด์ที่มีอยู่ในสินค้าทั่วไป ทั้งที่เป็นกล้องถ่ายภาพจากหลายแบรนด์ชั้นนำที่ถ่ายภาพทั่วไปและวีดิโอระบบ 3 มิติแบบไฮเดฟได้ ขณะเดียวกันไม่เพียงแต่ภายในที่ล้ำเท่านั้น รูปทรงยังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบอินเทรนด์ หรือวินเทจเข้ากับสมัยนิยมก็มี
ด้านสินค้าอื่นๆ เช่นโทรทัศน์ ปีนี้เพิ่มความล้ำด้วยฟังก์ชั่นที่เชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตได้ด้วย แถมยังมีที่ไม่ต้องใช้แว่นตาพิเศษประกอบ เรียกได้ว่ารายเล็ก รายใหญ่พากันโหมโรงจัดเต็มศักยภาพที่มีมาให้ดูให้ชม ที่เหลือคงเป็นคำถามที่ว่า เมื่อผู้ใช้และผู้ผลิตหันมามีจุดโฟกัสเดียวกัน แล้วฝั่งคอนเทนท์ที่มีคุณภาพดีบ้าง คุณภาพรองๆ ลงมาบ้าง จะสามารถจูนให้ตรงกันเพื่อรองรับความหลากหลายที่ออกมาได้หรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า งานแต่ละครั้งย่อมมีดาวรุ่ง และดาวร่วง คละเคล้ากันไป ดังนั้นสินค้าต้นแบบเหล่านี้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ได้เมื่อลงตลาดจริง แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมามีหลายราย เช่น หูฟังที่เน้นหนักที่เบสซึ่งตั้งชื่อมาจากนักร้องฮิปฮอปชื่อดัง “Dr. Dre” ประสบความสำเร็จท่วมท้นกับกลุ่มขาร็อกพันธุ์แท้ กระทั่งถึงวันนี้มีต่อยอดไปอย่างหลากหลายในวงการที่ชื่นชอบแบบเดียวกัน





