อาคารสมัยใหม่รูปทรงแปลกตาอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันใช้งานในทุกตารางนิ้วของพื้นที่ เป็นเทรนด์สถาปัตยกรรมแห่งทศวรรษหน้า
สาลินีย์ ทับพิลา: รายงาน
อาคารสมัยใหม่รูปทรงแปลกตาอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันใช้งานในทุกตารางนิ้วของพื้นที่ เป็นเทรนด์สถาปัตยกรรมแห่งทศวรรษหน้า หลังจากถูกแรงเหวี่ยงจาก ภัยพิบัติ แนวโน้มสีเขียวรวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การออกแบบตัวอาคารต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
สิ่งที่น่าสนใจคือ 10 ปีข้างหน้า สถาปัตยกรรมไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร ด้วยเหตุนี้ "เอสซีจี เอ็กซ์พีเรียนซ์" จึงตั้งวงเสวนาร่วมกับสถาปนิกคนรุ่นใหม่วิเคราะห์ทิศทางการออกแบบ และพบว่าสิ่งปลูกสร้างจะมีการเปลี่ยนแปลงแทบทุกส่วน ยกเว้นเสาเข็มใต้ดิน
เพิ่มคุณค่าสถาปัตย์ดีไซน์
สุรชัย เอกภพโยธิน สถาปนิกจากออฟฟิศ เอที (OFFICE [AT]) ฉายภาพว่า หากมองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2545-2555) สถาปัตยกรรมไทยเปลี่ยนแปลงไปแทบจะทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงรวมถึงฟังก์ชัน และจะส่งผลให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า อาคารจะมีรูปทรงประหลาดหรือมีฟังก์ชันการใช้งานพิเศษเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างห้องสมุดทีเค พาร์ค (TK Park) หรือส่วนนิทรรศการของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือทีซีดีซี
สถาปัตยกรรมจะมีความน่าสนใจ ดึงดูดใจให้มาเยี่ยมชม และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น สามารถออกแบบวัสดุขึ้นมาเฉพาะอาคารหรือบ้านแต่ละหลังที่แตกต่างกัน มีการออกแบบวัสดุให้มีลวดลายได้ตามต้องการ และวัสดุสำเร็จรูปจะมีบทบาทมากขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานก่อสร้างที่เริ่มมีน้อยลง ส่วนแนวโน้มคนเมืองส่วนใหญ่จะอยู่อาศัยในคอนโดที่มีขนาดเล็ก เกิดพื้นที่ฟังก์ชันต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ที่รับฝากของ ห้องสมุด มีที่จอดจักรยาน ที่อาบน้ำ เป็นต้น
นอกจากนี้ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ซึ่งนิยมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งถ่ายรูป เช็คอินเพื่อบอกโลกว่า อยู่ที่ไหน เคยไปสถานที่สวยๆ แปลกๆ มาแล้ว เช่น ห้องน้ำของห้างเทอร์มินัล 21 ที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยแชร์ว่า มาถ่ายรูปในห้องน้ำที่นี่ทุกชั้นแล้ว ดังนั้น เชื่อได้ว่าเป็นดีไซน์ที่มีคุณค่า สามารถขายได้ ใช้งานได้จริง ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสถาปัตยกรรมอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แม้จะต้องลงทุนกับงานด้านการออกแบบสูงกว่าสิ่งปลูกสร้างทั่วไป
“ในอีก 10 ปีข้างหน้าสถาปัตยกรรมไทย จะมีรูปทรงแปลกตามากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีความทันสมัย ทำให้ตอบสนองต่อความคิดแหวกแนวของนักออกแบบ เช่น เมืองลอยฟ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ หรือการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในงานก่อสร้าง เพื่อลดการใช้แรงงานที่มีค่าแรงสูงขึ้น รวมทั้งยังได้งานที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง” สถาปนิกจากออฟฟิศ เอทีย้ำ
ปรับรับพฤติกรรมคนเมือง
ขณะที่ วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกจาก VaSLab มองว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมที่ค่อยๆ ปรับ จนเริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าการออกแบบมากขึ้น มองหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากที่ผ่านมาจะเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาทั้งหมด ซึ่งรวมถึงขั้นตอนของการออกแบบ แต่ปัจจุบันสถาปนิกเข้ามามีบทบาทและความสำคัญมากขึ้น ทำให้งานออกแบบมีคุณค่าและสำคัญขึ้นในแวดวงสถาปัตยกรรม
“กรุงเทพฯ ในอนาคตจะเป็นการผสมผสานของ Civilization กับ Underground มีตึกสูง โรงแรมหรู แต่ยังคงเสน่ห์ความมีชีวิตชีวาของเมืองไทย ต้องดูบริบทของเมืองในการออกแบบที่อยู่อาศัยด้วย มีวิธีการดูแลบ้านเองได้ เช่น มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีป้องกันอาชญากรรมได้” เขากล่าว
อรรถพร คบคงสันติ สถาปนิกดาวรุ่ง 1 ใน 3 ของเอเชียจาก "ทีอาร์โอพี สตูดิโอ" กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อภูมิสถาปัตย์เช่นกัน ยกตัวอย่างพื้นที่ภายนอกของอสังหาริมทรัพย์ทุกโครงการจะเหมือนกันคือ เน้นความเรียบหรู เป็นผู้ใหญ่ แต่ภาพของสวนและพื้นที่ภายนอกของโครงการแสนสิริจะฉายความเป็นโมเดิร์น จึงกลายเป็นจุดขายหลักในโบรชัวร์ เช่นเดียวกับบริเวณสระว่ายน้ำที่ถูกให้ความสำคัญ เพราะเป็นจุดที่ผู้เข้าชมโครงการจะสนใจและถ่ายรูปไปแชร์ในโซเชียลมีเดียต่างๆ
รักษ์โลก ป้องภัย
นอกจากนี้ ความท้าทายที่สำคัญของมนุษย์ในอีก 10 ปีข้างหน้าคือ การต้องอยู่กับภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว น้ำท่วมหรือดินถล่ม ดังนั้น การออกแบบและก่อสร้างในอนาคต ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป
“เราต้องปรับตัว โดยเริ่มจากการใช้วัสดุในการตกแต่งที่ไม่ทำร้าย ทำลายโลก ลดใช้แผ่นหินที่มาจากการระเบิดภูเขา หรือกรวดแม่น้ำที่ต้องไปงมมา แต่สามารถหยิบจับของใกล้ตัวมาผสานความคิดสร้างสรรค์ หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมแทน” เขากล่าวและว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเราใช้ทรัพยากรธรรมชาติมามาก ต่อไปต้องคำนึงถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลานให้มีทรัพยากรไว้ใช้ต่อไป
เพราะสถาปัตยกรรมไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่างดงาม ตอบสนองการใช้งานได้จริงและควรคิดถึงปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อมหรือพลังงานที่ต้องใช้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม





