วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นวัตกรรม : ทางออกธุรกิจสุ่มเสี่ยง

เส้นทางธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการสร้างความโดดเด่นและแตกต่างเพื่อหาจุดยืนให้กับแบรนด์ เพราะของที่เหมือนคนอื่น ก็จะถูกบี้และล้มหายตาย

สาลินีย์ ทับพิลา: รายงาน

เส้นทางธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการสร้างความโดดเด่นและแตกต่างเพื่อหาจุดยืนให้กับแบรนด์ เพราะของที่เหมือนคนอื่น ก็จะถูกบี้และล้มหายตายจากไปไม่ยาก นวัตกรรมจึงเข้ามามีบทบาท สร้างความแปลกใหม่ ตอบโจทย์ตรงใจผู้บริโภค ดังเช่นสุดยอดนวัตกรรมที่ขยายตลาดไปได้ไกลทั่วโลก

นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า ธุรกิจนวัตกรรมมีแนวโน้มที่จะเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นธุรกิจที่สร้างงานใหม่ ตลาดใหม่ และแหล่งรายได้ใหม่เพื่อเตรียมรับมือกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งปัจจุบัน แนวโน้มนวัตกรรมของโลก มุ่งไปที่การพัฒนาสิ่งใหม่มาตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพ จากความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพของตนเอง ตามมาด้วยเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นประเด็นร้อนของทั่วโลก

“แนวโน้มนวัตกรรมของไทยก็จะมุ่งไปทิศทางเดียวกับเทรนด์ของโลก จะเห็นได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นวัตกรรมที่ปรากฏให้เห็นมักจะเกี่ยวข้องกับ 2 ประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการ สนช. กล่าว พร้อมชี้ว่า ผลงานที่ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมประจำปี 2555 ก็เช่นกัน

ที่ผ่านมา สนช. สนับสนุนโครงการนวัตกรรมจำนวน 849 โครงการ วงเงินสนับสนุน 729 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 13,655 ล้านบาท โดยในปีงประมาณ 2555 สนช. ได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการสร้างยุทธศาสตร์นวัตกรรม” จึงได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้ให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรมทั้งสิ้นจำนวน 260 โครงการ คิดเป็นวงเงินสนับสนุน 120 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 2,310 ล้านบาท

ไอเดียผักรักษ์สุขภาพ

แนวโน้มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ในปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7 จากเดิมในปี 2551 ที่มีมูลค่าสูงถึง 18,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ที่ผลิตและจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดนั้นเป็นชนิดที่ผลิตจากสารสกัดไม่ได้ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ อดีตนักวิจัยในแวดวงอาหารมองเห็นโอกาสของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากจากวัตถุดิบธรรมชาติโดยไม่ใช่สารสกัดจึงมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการและสามารถทำตลาดได้

นายวัฒนา เทพเกษตรกุล ผู้บริหารบริษัท ไบโอเวกกี้โปรดักส์ จำกัด จึงพัฒนาและพา “ไบโอเวกกี้” วิตามินรวมจากผักเมืองหนาว ของบริษัท เชียงใหม่ ไบโอเวกกี้ จํากัด คว้ารางวัลอันดับ 1 จากการคัดเลือก ๑๐ สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ประจำปี 2555

เขาเล็งเห็นช่องว่างและโอกาสจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “ไบโอเวกกี้” ผักอัดเม็ด 5 สี จากผักและผลไม้รวม 12 ชนิดของมูลนิธิโครงการหลวงด้วยกระบวนการอบแห้งด้วยระบบสุญญากาศที่ความดันประมาณ 5 - 60 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับการใช้คลื่นไมโครเวฟ ทำให้เกิดความร้อนจากโมเลกุลน้ำที่อยู่ภายใน ส่งผลให้อัตราการอบแห้งสูงขึ้น ใช้เวลาสั้น คงคุณค่าของสารอาหาร สมบัติการคืนตัวดี และรสชาติคล้ายผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอบแห้งแช่เยือกแข็ง

“ผลตอบรับดีมาก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เรื่องของสุขภาพและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้เราสามารถขยายตลาดนอกจากร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศ ก็ยังขยายตลาดไปยังพม่า อินโดนีเซีย และรัสเซีย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกผักน้อย และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากผักน้อยอีกด้วย” นายวัฒนากล่าว

ธุรกิจก้าวแรกในปี 2555 ของผักอัดเม็ดสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านบาท นายวัฒนาตั้งเป้ารายได้ 40-50 ล้านบาทสำหรับปี 2556 จากการขยายตลาดไปยังประเทศแถบอาเซียน และการขยายไลน์สินค้าจากผักเม็ดสู่ชาผัก ซุปผัก และซีเรียลผักแท่ง ที่จะออกวางตลาดในช่วงปี 2556

ผู้คิดค้นไบโอเวกกี้เผยว่า รางวัลสุดยอดนวัตกรรม เป็นแรงกระตุ้นที่ดีสำหรับนวัตกรในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ มาตอบโจทย์ของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวการันตี เพิ่มความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศอีกด้วย

สุขภาพดีจากที่สูง

อีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมจากสวนที่ไม่ต้องปีนไปเก็บเอง แต่สารภี ยวดยง ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจชีวาดีโปรดักส์ นำเสนอนวัตกรรมน้ำหวานดอกมะพร้าวอินทรีย์เข้มข้นที่มีคุณลักษณะเป็นน้ำหวานเข้มข้นรสอร่อย ปลอดสารเคมี ให้ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index; GI) ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

น้ำหวานดอกมะพร้าวของชีวาดีอาศัยการใช้หัวเชื้อที่ได้จากการหมักน้ำหวานดอกมะพร้าว มายับยั้งโครงสร้างการตกผลึกของน้ำตาลมะพร้าว และใช้เปลือกมังคุดกับไม้พะยอม ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในภาชนะรองรับ สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานานโดยไม่ตกผลึก พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำตาลมะพร้าวอินทรีย์ และเป็นทางเลือกในการบริโภคสารให้ความหวานของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของสารให้ความหวานจากน้ำตาลทรายขาวในปัจจุบัน ที่มีค่า GI สูง (65) และอาจปนเปื้อนสารเคมีจากกระบวนการผลิต

“บริษัทใช้วิถีธรรมชาติ ชุมชน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสานกัน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากมะพร้าวอินทรีย์ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกสู่ตลาดโลก ผ่านการทำงานร่วมกับบริษัทแปรรูปอาหารที่ได้มาตรฐานสากล และหน่วยงานวิจัยชั้นนำ” สารภีกล่าว พร้อมชี้ว่า บริษัทยังมุ่งเน้นการทำงานกับชุมชนที่มีความรัก และหวงแหนธรรมชาติ ที่ต้องการผลิตน้ำตาลมะพร้าวอินทรีย์ซึ่งหายากและใกล้จะหมดไปในสังคมปัจจุบัน และก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืนในชุมชน โดยช่วงทดลองตลาดสามารถสร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศสูงกว่า 1 ล้านบาท

สวยด้วยไหม

ไหมไทย ไม่ได้มีดีแค่ผ้าทอสีสวย แต่ ภญ.อาริยา สาริกะภูติ จากบริษัท เอทิกา จำกัดต่อยอดพัฒนา “ซิลค์ แอคเน่” ผลิตภัณฑ์ลดการอักเสบจากโปรตีนไหม โดยใช้เซริซิน (sericin) หรือกาวไหม ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และยังช่วยกระตุ้นการสร้างและเพิ่มการยึดเกาะกันของเซลล์สร้างเส้นใยผิวหนังของมนุษย์ได้ อีกทั้งยังสามารถลดการสร้างสารก่อการอักเสบได้

ภญ.อาริยานำรังไหมมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยน้ำโดยใช้ความร้อนภายใต้ความดันและสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้ได้กาวไหมเซริซินที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและยับยั้งการสร้างสารตัวกลางอักเสบ เพื่อใช้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ลดการอักเสบอันเนื่องจากรอยสิว แมลงกัดต่อย และอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 8% ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 15% ของตลาดรักษาสิวทั้งหมด

เพียงแค่ 3 เดือนสามารถสร้างยอดขายกว่า 470,000 บาท แม้จะอยู่ระหว่างการเริ่มต้นในการทำตลาด แต่คาดว่าจะมีการเติบโตทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 7 นวัตกรรมที่คว้ารางวัล 10 สุดยอดนวัตกรรมจาก สนช. บ่งชี้ความสำเร็จของนวัตกรรมไทยที่ตีโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมหยิบจับของใกล้ตัวมาสร้างเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่มมูลค่า เพิ่มความแข็งแกร่ง ลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ