เวทีอัพเดทนวัตกรรมรากเทียม

เวทีอัพเดทนวัตกรรมรากเทียม

รากฟันเทียมได้รับการยอมรับมานานนับ 10 ปีในต่างประเทศ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลังจากศัลยแพทย์กระดูกชาวสวีเดนผลิตขึ้น

          รากฟันเทียมได้รับการยอมรับมานานนับ 10 ปีในต่างประเทศ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลังจากศัลยแพทย์กระดูกชาวสวีเดนผลิตขึ้นใช้ในรูปแบบ "สกรูไทเทเนียม" และถือเป็นจุดเปลี่ยนทางนวัตกรรมทันตกรรม ขณะที่คนไทยรู้จักรากฟันเทียมกันน้อยมาก  

          ทันตแพทย์ทวีศักดิ์  สุธาธีรรัตน์ นายกสมาคมทันตแพทย์เอกชนไทย เปิดเผยว่า รากฟันเทียมเข้ามามีบทบาททดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ถือเป็นนวัตกรรมที่ใกล้เคียงกับฟันจริง โดยมีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวดีเยี่ยม

          แม้รากฟันเทียมจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องทำรากฟันเทียม ยกตัวอย่างคนไข้กำลังทรัพย์น้อยหรือกลัวการผ่าตัดเจาะกระดูกเพื่อทำรากฟันเทียม สามารถเลือกใช้วิธีการทำสะพานฟัน  ซึ่งเป็นงานทันตกรรมประดิษฐ์ที่มีมานานกว่า 100 ปี อีกทั้งอายุการใช้งานนานถึง 20-30 ปี แต่ผู้ป่วยต้องอดทนกับขั้นตอนการกรอฟัน หรือเลือกฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งมีขนาดเทอะทะ อายุการใช้งาน 3-5 ปีจากนั้นจึงเปลี่ยนใหม่ 
  

: เทคโนโลยีต้องอัพเดท 

          รากฟันเทียมมีลักษณะคล้ายกับ “สกรู” ที่จะถูกฝังเข้ากับกระดูกขากรรไกร เพื่อใช้เป็นหลักยึดฟันปลอมทั้งชนิดถอดได้และชนิดติดแน่น  ผลิตจากโลหะไททาเนียม เนื่องจากกระดูกยอมรับยึดเกาะได้ดี สามารถรับแรงบดเคี้ยวได้มาก และได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นอันตราย หรือก่อปฏิกิริยาในช่องปากและร่างกายมนุษย์  โดยหลังการรักษาผู้ป่วยจะบดเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ

         เทคโนโลยีทันตกรรมได้รับการพัฒนาตลอดเวลาทั้งแง่ของวัสดุ อุปกรณ์  ทันตแพทย์จึงจำเป็นต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี  และวิเคราะห์ได้ว่าเทคโนโลยีเหมาะสมกับผู้ป่วยหรือไม่ หรือน่าเชื่อถือได้เพียงใด ด้วยเหตุนี้ สมาคมทันตแพทย์เอกชนไทยร่วมกับสมาคมรากเทียมเยอรมนี (DGOI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมมานาน จึงจัดการประชุมวิชาการหัวข้อ Updated Impantology 2012 ระหว่างวันที่ 7-8 ม.ค.นี้ ณ โรงแรมโนโวเทล สยาม 

          เพื่อนำเสนอเทคนิค ความรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างทันตแพทย์เยอรมนีกับทันตแพทย์ไทย ที่จะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการรักษาด้วยรากฟันเทียม ส่วนวิทยากรเป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการรากฟันเทียม ได้แก่ Dr.Bernhard Giesenhagen Dr.FrFred Bergmann Dr.Georg Bayer  และ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

         ไฮไลต์การประชุม คือ การทำหัตถการอาจารย์ใหญ่ในวันจันทร์ที่ 9 ที่ศูนย์ฝึกผ่าตัด  ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 วัน รับจำกัด 60 คน ถือเป็นครั้งแรกในไทย

: ข้อจำกัดของนวัตกรรม  

          ทันตแพทย์ทวีศักดิ์ กล่าวถึง การวิจัยรากฟันเทียมในไทยว่า ถือเป็นความพยายามที่จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการรากฟันเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุ แต่ในอนาคตการทำรากฟันเทียมจะแพร่หลายเหมือนกับการอุด ถอนฟันตามโรงพยาบาลหรือคลินิก

          "สมัยก่อนใส่รากเทียมเพื่อให้เคี้ยวได้ ต่อมาพัฒนาให้ใส่แล้วต้องสวยด้วย ทั้งเหงือก กระดูกดูเป็นธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อเนื้อเยื่อ ในอนาคตแนวโน้มราคาถูกลง เพราะคู่แข่งเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันราคาการทำรากฟันเทียมในโรงพยาบาลรัฐถูกกว่าเอกชน 20-30%"

          ทั้งนี้ อุปสรรคการทำรากฟันเทียม คือ ลักษณะคนไข้ที่ขาดความพร้อมของสุขภาพ เช่น ผู้สูงอายุหรือคนไข้เบาหวาน ความดัน หัวใจ หรืออุปนิสัยส่วนตัวที่เพิ่มความเสี่ยงในการปักรากฟันเทียม เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่หากเป็นแผลจะหายช้า โอกาสที่กระดูกจะติดกับรากฟันเทียมมีน้อย หรือคนไข้ที่มีแรงบดเคี้ยวมากๆ นอนกัดฟัน หรือบางรายถอนฟันไปนานจนเกิดการยุบตัวหรือกระดูกขากรรไกรละลายตัว ทำให้กระดูกบาง เตี้ย มวลกระดูกน้อยลง ต้องเข้ารับการเสริมปลูกกระดูกก่อน เพื่อให้มีกระดูกเพียงพอที่จะหุ้มรากฟันเทียม เป็นต้น  

          อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณสมบัติเด่นของรากฟันเทียม ที่เป็นทางออกสำหรับผู้มีปัญหาการบดเคี้ยว ทำให้จำนวนผู้ใส่รากฟันเทียมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีรากฟันเทียมมีการพัฒนายังไม่หยุดยั้ง