เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

เจาะลึก "เฮลท์ อัพ กรุ๊ป" กับการวางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ทุ่มงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท พัฒนา "คลังสินค้าอัจฉริยะเพื่อธุรกิจสุขภาพ" เสริมแกร่งทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้าน มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีกลยุทธ์ และเติบโตที่ยั่งยืน

กว่า 35 ปี กับเส้นทางการเติบโตในโลกธุรกิจ "เฮลท์ อัพ กรุ๊ป" จากร้านยาสู่อาณาจักรสุขภาพพันล้าน จากร้านหมอยา ก่อตั้งโดย เภสัชกรวัชระ เปล่งสุรีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ อัพ จำกัด ปัจจุบัน "ทายาทคนโต" คือ ทันตแพทย์วนัสพนธ์ เปล่งสุรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ อัพ จำกัด เข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนการเติบโต

กรุงเทพธุรกิจ สัมภาษณ์ ทันตแพทย์วนัสพนธ์ ถึงภารกิจรับไม้ต่อธุรกิจ วิสัยทัศน์เพื่อสร้างการเติบโต "เฮลท์ อัพ กรุ๊ป" อย่างยั่งยืน

ทันตแพทย์วนัสพนธ์ เปล่งสุรีย์ ฉายภาพใหญ่ เมกะเทรนด์ผู้บริโภครักสุขภาพ ไทยเข้าสู่ สังคมสูงวัย ที่อาจทำให้ผู้คนเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทั้งเบาหวาน สมอง หัวใจ ไต ฯ ทำให้ประชาชนตระหนักในการตรวจคัดกรอง รับประทานยาเพื่อป้องกัน บรรเทาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย อีกทั้งต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ

ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทฯ ที่ปัจจุบันมี 3 เสาหลัก ได้แก่  

  • เสาหลักที่ 1 ธุรกิจร้านยาเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย (B2C) ร้านขายยาปลีกกว่า 84 สาขา มี 2 แบรนด์เรือธง ได้แก่ แบรนด์ ร้านยา "เฮลท์ อัพ" (Health Up) เน้นเปิดในห้างค้าปลีก จับกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง ร้านมีขนาด 40-60 ตารางเมตร (ตร.ม.) มีร้าน 71 สาขา ให้บริการลูกค้า และ "ซูเปอร์ เซฟ" (Super Save) เป็นไฟต์ติงแบรนด์ นอกห้างสรรพสินค้าขนาดพื้นที่ 100 ตร.ม. จุดเด่นมีเวชภัณฑ์ยาครบครัน อุปกรณ์ทางการแพทย์ในราคาจับต้องได้ มี 13 สาขา

"ธุรกิจร้านยากุญแจความสำเร็จคือ เภสัชกร ทว่า คนมีความสามารถอย่างเภสัชกร มักจะประสบปัญหาด้านทุนในการทำธุรกิจ เราจึงปั้นโมเดลแฟรนไชส์ร้านยาเฮลท์ อัพ เพื่อร่วมมือขยายธุรกิจ"

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

พร้อมกันนี้ยังมี "เฮลท์ อัพ แฟรนไชส์ เอกซ์คลูซีฟ" นำเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษแก่พันธมิตรในการลงทุนเปิดร้านยาเจาะทำเลห้างค้าปลีก ที่เผชิญต้นทุนราว 40% การลงทุนโครงสร้าง, ตกแต่งร้าน และกว่า 60% อีกเป็นค่ายา เวชภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ จะช่วยสนับสนุนในส่วนนี้เพื่อให้เภสัชกรที่อยากเปิดร้านเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น

"เฮลท์ อัพ แฟรนไชส์ เอกซ์คลูซีฟ" เป็นโซลูชันที่เสนอสำหรับพันธมิตรที่สนใจ ความพิเศษคือเวชภัณฑ์ ยา ฯ เราลงทุนให้ อย่างน้อยช่วยให้ต้นทุนหายไปกว่า 60% ส่วนค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ทาง เฮลท์อัพ เองก็มีการคิดอย่างเป็นธรรม สินค้าที่กำไรต่ำเราเก็บน้อย สินค้าที่กำไรสูงเก็บตามสัดส่วนที่มาก เพื่อให้พันธมิตรแข่งขันได้ เราคำนึงถึงผู้ที่มาทำธุรกิจกับเรา"

หนึ่งในอาวุธตลาดของร้านยาเฮลท์ อัพ คือการจัดกิจกรรม "เฮลท์ อัพ เฟสติวัล” ที่ผสานพลัง (Synergy) ซัพพลายเออร์ที่มีตัวแทนแบรนด์ (Brand Ambassador) ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ จัดโปรโมชัน ดึงลูกค้า (Traffic) มาร่วมกิจกรรม โดยบริษัทฯ วางแผนจัด เฮลท์ อัพ เฟสติวัล 2 ครั้งต่อปี โดยในปี 2569 นี้มีแผนที่จะจัดที่ห้าง megabangna ณ วันที่ 25 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2569

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

  • เสาหลักที่ 2 "ดีเอ็น เซ็นเตอร์" (DN Center) การจัดจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ ฯ "แบบค้าส่ง" จับลูกค้าภาคธุรกิจ (B2B) ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา คลินิกเวชกรรม ทันตกรรม และสัตว์แพทย์ ซึ่งเป็น "น่านน้ำใหม่" หรือ New S-Curve ของบริษัทฯ

สำหรับจุดเด่นของ DN Center มีหลายด้าน ได้แก่

  1. การนำความเชี่ยวชาญในธุรกิจ การมี "ซัพพลายเออร์" พันธมิตรกว่า 300 ราย พร้อมนำเสนอยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์กว่า 10,000 รายการ (SKU) แก่ลูกค้า "ครบจบในที่เดียว"
  2. DN Center มีจุดแข็งด้านสินค้าที่มีปริมาณมาก หรือ Volume ขนาดใหญ่ จึงมาพร้อม "ข้อเสนอราคาแข่งขันได้" ช่วย "ลดต้นทุน" ให้ลูกค้า "ลูกค้าอาจไม่ต้องซื้อสินค้าจำนวนแสนชิ้นแบบเรา แต่อาจได้ราคาในหลักหมื่นชิ้นและดีกว่าการซื้อครั้งละ 10 ชิ้น"
  3. เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี มีการพัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส "DN Center" ให้ลูกค้าเห็นสินค้าทั้งหมด สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง (ชม.) ทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง "เทคโนโลยี ไอทีหลังบ้านเราแกร่ง จึงเป็นยี่ปั๊วหรือผู้ค้าส่งยา เวชภัณฑ์ รายแรกที่ทำมาร์เก็ตเพลสตอบสนองความต้องการลูกค้า"
  4. บริการขนส่ง "ไม่มีขั้นต่ำ" และส่งเร็วภายใน 1-3 วัน โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริษัทฯ จะส่งยา เวชภัณฑ์ฯ ภายใน 1 วัน ส่วนต่างจังหวัดใช้เวลา 1-3 วัน แต่ศักยภาพทำได้ 1-2 วัน การเป็น "ม้าเร็ว" ช่วยให้ลูกค้า "ไม่ต้องสต็อกสินค้า" เงินทุนไม่จม เพื่อนำเงินไปต่อยอดการเติบโตด้านอื่นๆ "เศรษฐกิจแบบนี้ลูกค้าไม่ต้องการสต็อกสินค้า เพื่อนำเงินไปต่อยอดด้านอื่นๆ DN Center ช่วยลดเงินลงทุน ลดเวลา สั่งปุ๊บ..เราส่งปั๊บ แทบไม่ต้องสต๊อกสินค้า" ทันตแพทย์วนัสพนธ์ ย้ำ
  5. ทีมงานขาย (เซลล์) ซึ่ง DN Center เป็น "รายแรกรายเดียว" ในฐานะค้าส่งที่มี "นักล่า" หรือทีมเซลล์มากถึง 25 คน เพื่อสานสัมพันธ์ (Engagement) และบริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด 

 "ระบบสั่งซื้อสินค้าเราง่าย การจัดส่งเร็ว ทีมเซลล์เราดูแลเต็มที่ บริการ DN Center ครบ เราเป็นรายแรกที่ทำกิจกรรมหลากหลาย สร้างเอนเกจเมนต์กับลูกค้า"

ธุรกิจร้านยา ในประเทศไทยมีราว 1.7-1.8 หมื่นร้าน โดย 8,000 ร้าน เป็นลูกค้าพันธมิตร DN Center บริษัทยังขยายฐานสู่ลูกค้าใหม่ทั้งคลินิกเวชกรรม ทันตกรรม ที่มีกว่า 6,000 แห่ง และสัตว์แพทย์ฯ กว่า 4,000 แห่ง โดยปัจจุบันลูกค้าที่เข้ามาร่วมเปิดบัญชีมีราว 500 รายแล้ว

  • เสาหลักที่ 3 "Xserve Fulfillment" โดย "เฮลท์ อัพ กรุ๊ป" ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท พัฒนา "คลังสินค้าอัจฉริยะเพื่อธุรกิจสุขภาพ" ทั้งยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯ ถือเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 3" รองรับบริการในเครือ และ "ลูกค้านอกเครือ"

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตระหนักธุรกิจยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ "ความแม่นยำ" สำคัญมากกว่า "ความเร็ว" โดยการจ่ายยาถูกต้องแม่นยำส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน 

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

สำหรับคลังสินค้า Xserve Fulfillment มีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าได้สูงถึงหลัก "แสนรายการ" คลังแห่งนี้มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ 30 ตัว รองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ลดพื้นที่การทำงานของคนได้กว่า 70% ที่สำคัญคลังมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ตอบโจทย์การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย

"เงินทุน" เป็นหัวใจสำคัญในการขยายธุรกิจ ผลักดันการเติบโต ซึ่ง ทันตแพทย์วนัสพนธ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย ถือเป็นการปลดล็อกศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนสู่อนาคตด้วย การมีธนาคารฯ ช่วยซัพพอร์ตการเงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่มากกว่านั้นเราต้องการบริการที่ดี ความว่องไวในการติดต่อประสานงาน เพราะธุรกิจจะเคลื่อนไปข้างหน้า จะมาช้าๆ ไม่ได้ ต้องมีความรวดเร็ว รวมถึงต้องเข้าใจธุรกิจที่ เฮลท์ อัพ ดำเนินการด้วย เพราะการจะเขียนแผนยื่นข้อเสนอ ส่งให้อนุมัติสินเชื่อ แบงก์ต้องเข้าใจธุรกิจ เจรจากันแล้วนำเสนอโครงการสำเร็จได้ง่าย

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน

นอกจาก ธนาคารกรุงไทย ให้การสนับสนุน เฮลท์ อัพ กรุ๊ป แล้ว ยังส่งต่อความช่วยเหลือไปยังคู่ค้าพันธมิตรของบริษัทฯ เช่น เภสัชกรจบใหม่ที่ยังไม่มีเงินทุน แต่ต้องการเปิดร้านยา ได้รับข้อเสนอสินเชื่อเพื่อการลงทุน ยังมีโครงการสินเชื่อคู่ค้าพารวย ซึ่งเป็นสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D Controlled) ที่ช่วยเสริมกระแสเงินสด การให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยค่อนข้างดีแก่ลูกค้าบางรายของ DN Center ที่ต้องการระยะเวลาชำระเงินเมื่อซื้อขายสินค้าหรือเครดิตเทอม 7 วัน 14 วัน หรือ 30 วัน ช่วยประหยัดต้นทุนทางการเงินได้

"เรามุ่งเน้นในการให้บริการลูกค้าในหลายๆ ระดับในของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การมีร้านยาเฮลท์ อัพ และซูเปอร์เซฟ บริการประชาชนผู้ป่วย (B2C) ให้คำปรึกษายกระดับสุขภาพ การขยาย DN Center สู่ B2B เพื่อให้บริการร้านยา คลินิกเวชกรรม ทันตกรรม สัตว์แพทย์ เราช่วยให้เปิดธุรกิจง่ายขึ้น ช่วยลดต้นทุน ลดปัญหาการบริหารจัดการต่างๆ เพื่อให้เจ้าของกิจการนำเวลาไปทำอย่างอื่น เราเป็นผู้นำหน้าใหม่ หรือ New Leader ด้านบริการซัพพลายเออร์ที่ไม่ต้องการลงทุนคลังสินค้า บริหารจัดเก็บ ส่งสินค้า ที่ลูกค้าจะได้รับบริการระดับการลงทุน 600 ล้านบาท โดยที่ลูกค้าไม่ต้องลงทุนเอง เซอร์วิสเรามีความเกี่ยวเนื่องกับระดับบุคลากรทางการแพทย์ที่ครบวงจรมากสุด"

ทุกย่างก้าวของ "เฮลท์ อัพ กรุ๊ป" สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีกลยุทธ์ ทั้งหมดเพื่อสานเป้าหมายการเติบโต 5 เท่า ภายใน 10 ปี โดยเฉพาะการเจาะลูกค้า B2B ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน" อีกด้วย

เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน เฮลท์ อัพ กรุ๊ป วางยุทธศาสตร์โต 5 เท่าใน 10 ปี ลงทุน 600 ล้าน