วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘สิงคโปร์’ เปิด ‘SWITCH 2026’ โชว์ศักยภาพศูนย์กลางนวัตกรรม-เอไอระดับโลก

งาน SWITCH 2026 ณ สิงคโปร์ สะท้อนการเป็นฮับเทคโนโลยีโลก ชูวิสัยทัศน์เอไอขับเคลื่อน 4 อุตสาหกรรมหลัก พร้อมอัดฉีด 150 ล้าน SGD ทุ่มโครงการ MARVEL-AI เร่งค้นพบวัสดุใหม่เร็วขึ้น 400 เท่า

KEY POINTS

  • สิงคโปร์จัดงาน “SWITCH 2026” เพื่อตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและ AI ระดับโลก โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ในการใช้ AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม
  • ประกาศเปิดตัวโครงการ MARVEL-AI ด้วยงบลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อใช้ AI และห้องปฏิบัติการอัตโนมัติในการเร่งวิจัยและพัฒนาวัสดุใหม่ๆ
  • ริเริ่มโครงการ “Champions of AI” ที่มีบริษัทชั้นนำ 24 แห่งเข้าร่วมเป็นต้นแบบ พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจ SMEs นำ AI ไปปรับใช้ผ่านโครงการสนับสนุนต่างๆ

“Singapore Week of Innovation and Technology” หรือ “SWITCH 2026” เติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2016 จากที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 คน เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 25,000 คนจาก 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ “สิงคโปร์” ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2569 ณ Marina Bay Sands สิงคโปร์

ในงานนี้ มีกาน คิม ยอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรม ขึ้นกล่าวเปิดงานและนำเสนอวิสัยทัศน์ในการนำเอไอมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อภาคอุตสาหกรรม บริษัทต่าง ๆ และกำลังคน พร้อมเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรม เพราะเอไอมอบโอกาสสำคัญให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายขีดความสามารถทางธุรกิจ

“เราต้องเปลี่ยนขีดความสามารถด้านเอไอ ให้กลายเป็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ และสร้างงานที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนของเรา นี่คือวิธีที่เราจะสร้างเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรม มีความสามารถในการแข่งขัน และมีความครอบคลุมเท่าเทียมกัน” คิม ยองกล่าว

สิงคโปร์วางรากฐานการยกระดับเอไอ ผ่าน “Sectoral AI Missions” ใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การผลิตขั้นสูง การเงิน การดูแลสุขภาพ และการเชื่อมโยงการสื่อสาร ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งพัฒนาโครงการริเริ่ม เพื่อนำเอไอมาแก้ปัญหาท้าทายที่สำคัญของแต่ละอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

ปัจจุบันมีการนำเอไอมาใช้เร่งการค้นพบวัสดุใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และเคมีภัณฑ์ แต่การเปลี่ยนผ่านจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ไปสู่การสังเคราะห์ ทดสอบ และผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรมยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ

‘สิงคโปร์’ เปิด ‘SWITCH 2026’ โชว์ศักยภาพศูนย์กลางนวัตกรรม-เอไอระดับโลก

เพื่อก้าวข้ามความท้าทายดังกล่าว กาน คิม ยอง จึงได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Materials Accelerator for Research, Venture & Enterprise Launchpad หรือ MARVEL-AI ซึ่งดำเนินโครงการโดยสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย (A*STAR) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรม, Enterprise Singapore (EnterpriseSG), คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) และมูลนิธิวิจัยแห่งชาติ (NRF)

โครงการ MARVEL-AI ได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจากภาครัฐจำนวน 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ภายใต้แผน RIE2030 โดยแพลตฟอร์มนี้จะผสานโมเดลเอไอขั้นสูง เข้ากับห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนด้วยตนเอง (Self-driving Laboratories) เพื่อออกแบบ สังเคราะห์ และทดสอบวัสดุอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถคัดกรองตัวอย่างโลหะผสมได้เร็วกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมถึง 400 เท่า

นอกจากนี้ MARVEL-AI จะเชื่อมโยงนักวิจัยเข้ากับภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ และ SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ อันจะช่วยสร้างโอกาสในการร่วมมือทางธุรกิจ ส่งเสริมการเติบโต และพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญข้ามสายงานทั้งด้านวัสดุศาสตร์ เอไอ และระบบอัตโนมัติ

คิม ยอง ระบุว่า การทดลองใช้เครื่องมือเอไอ หรือทำโครงการนำร่องเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่การจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง บริษัทต่าง ๆ ต้องทบทวนกระบวนการทางธุรกิจ สร้างขีดความสามารถใหม่ และค้นหาโอกาสการเติบโตทั่วทั้งองค์กร ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นและภาวะผู้นำจากระดับบริหาร

ภายในงาน SWITCH ยังมีการแข่งขัน SLINGSHOT 2026 ซึ่งเป็นการค้นหาสุดขอดสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึก โดยผู้ชนะรางวัลใหญ่ของปีนี้ได้แก่ Miraqules สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จากอินเดีย ด้วยผลงานนวัตกรรมวัสดุชีวภาพที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในชื่อ StopBleed ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างทีมนักวิจัยด้านวัสดุชีวภาพและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

นวัตกรรมนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อห้ามเลือดและยับยั้งการไหลของเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลาเพียง 60 วินาที เหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่สามารถกดบาดแผลหรือการผ่าตัดทำได้ยาก โดยสารชีวภาพ StopBleed ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในประเทศอินเดียเรียบร้อยแล้ว และมีการนำไปปรับใช้ในโรงพยาบาลจริงมากกว่า 25 แห่งในปัจจุบัน

Miraqules ได้รับเงินทุนสนับสนุน Startup SG Grant มูลค่า 400,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมทั้งได้รับรางวัล National Graduate Research Innovation Programme Labs Runway Award ซึ่งให้สิทธิ์ใช้งานพื้นที่ห้องปฏิบัติการฟรีเป็นเวลา 12 เดือน ตลอดจนการเข้าถึงเครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายความร่วมมือ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนการพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกลยุทธ์องค์กรจาก IPOS International อีกด้วย

‘สิงคโปร์’ เปิด ‘SWITCH 2026’ โชว์ศักยภาพศูนย์กลางนวัตกรรม-เอไอระดับโลก

ในโอกาสนี้ Enterprise Singapore ยังเปิดตัวโครงการระดับชาติ “Champions of AI” อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศรายชื่อบริษัทนำร่องกลุ่มแรกจำนวน 24 แห่ง เช่น Singapore Airlines, DBS, OCBC, UOB, Singtel, ComfortDelGro, PSA International, FairPrice Group และ ST Engineering เพื่อใช้เอไอเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทั่วทั้งองค์กร

บริษัทในกลุ่ม Champions of AI ไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนองค์กรของตนเอง ผ่านการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวและการลงทุนในบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมีพันธกิจในการสนับสนุนผู้ให้บริการรายย่อยและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยการแบ่งปันประสบการณ์เพื่อช่วยให้ธุรกิจอื่น ๆ เข้าใจและมีความมั่นใจในการเปลี่ยนผ่านสู่เอไอ

สำหรับการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SMEs ทาง Enterprise Singapore ริเริ่มเวิร์กช็อป Agentic AI ภายใต้ชื่อ “Driving Entrepreneurship with AI” ซึ่งได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็กไปแล้วเกือบ 300 แห่ง ในการสร้างต้นแบบเอไอที่ปรับแต่งตามความต้องการของธุรกิจโดยใช้เครื่องมือระดับโลก เช่น ChatGPT, Claude และ Manus

ยิ่งไปกว่านั้น ภาครัฐได้ขยายเครื่องมือเอไอที่น่าเชื่อถือบนแพลตฟอร์ม SMEs Go Digital มากกว่า 100 รายการ พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวแพ็กเกจสร้างโซลูชันแบบยืดหยุ่น และวางแนวทางการสนับสนุน Last-mile AI Deployment เพื่อให้ SMEs สามารถนำเอไอไปใช้งานจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอ Catalytic AI Solutions เพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายร่วมกันในภาคอุตสาหกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มีการใช้เอไอ ช่วยจัดสรรงานและวางแผนเส้นทางขนส่ง และในอุตสาหกรรมการค้า มีการนำเอไอ มาช่วยผู้นำเข้าข้าวในการตัดสินใจจัดซื้อและบริหารสินค้าคงคลัง ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

สุดท้ายนี้ คิม ยอง เน้นย้ำว่า “บุคลากร” เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเอไอ โดยกล่าวว่า “เราต้องการให้เอไอ ช่วยให้ผู้คนใช้เวลาลดลงกับงานประจำที่ซ้ำซาก และมีเวลามากขึ้นสำหรับงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญ” พร้อมปิดท้ายว่า “เราต้องเปลี่ยนขีดความสามารถด้านเอไอ ให้เป็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจของเรา และสร้างงานที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนของเรา” ซึ่งแสดงถึงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน

‘สิงคโปร์’ เปิด ‘SWITCH 2026’ โชว์ศักยภาพศูนย์กลางนวัตกรรม-เอไอระดับโลก