วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เดลต้า' จับมือ NUS พัฒนาดาต้าเซนเตอร์ AI รับโจทย์พลังงาน-ความยั่งยืน

"เดลต้า" ผนึกกำลัง "NUS" ขับเคลื่อนโครงการ STDCT 2.0 สนับสนุนการวิจัยและทดสอบดาต้าเซนเตอร์ AI ในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน รองรับความท้าทายด้านพลังงานและระบบระบายความร้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความต้องการพลังงานของดาต้าเซนเตอร์ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ AI กำลังท้าทายขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งระบบไฟฟ้าและการระบายความร้อน

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ประกาศความร่วมมือกับ วิทยาลัยการออกแบบและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS CDE) เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการศูนย์ทดสอบดาต้าเซนเตอร์เขตร้อนเพื่อความยั่งยืน ระยะที่ 2.0 (STDCT 2.0 Consortium)

ความร่วมมือดังกล่าวประกาศภายในงาน Delta SEAO Future Industry Summit 2026 โดยเดลต้าจะสนับสนุนโซลูชันดาต้าเซนเตอร์แบบคอนเทนเนอร์สำหรับ AI (AI Containerized Data Center) พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่ NUS CDE สำหรับใช้ในการวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเขตร้อน

เดลต้าระบุว่า ความต้องการใช้พลังงานของดาต้าเซนเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยผลการศึกษาของ IDC ที่ได้รับการสนับสนุนจากเดลต้า พบว่า ผู้ประกอบการดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคที่เข้าร่วมการสำรวจรายงานความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 26-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สูงกว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งอยู่ที่ 11-20%

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 60% เริ่มใช้งาน วางแผน หรืออยู่ระหว่างประเมินระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Direct Liquid Cooling) ซึ่งเป็นอัตราการนำไปใช้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 ภูมิภาคที่ทำการสำรวจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ 24-26% ในภูมิภาคระบุว่า ความเสี่ยงด้านกำลังการจ่ายกระแสไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า ขีดความสามารถในการระบายความร้อน และระยะเวลาจัดส่งอุปกรณ์ เป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายธุรกิจ

ผนึก NUS ทดสอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ในเขตร้อน

ท่ามกลางข้อจำกัดดังกล่าว สิงคโปร์เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถด้านการวิจัย เพื่อรองรับดาต้าเซนเตอร์ยุคใหม่ โดยจัดตั้งศูนย์ทดสอบดาต้าเซนเตอร์เขตร้อนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Tropical Data Centre Testbed: STDCT) ภายใต้การดำเนินงานของวิทยาลัยการออกแบบและวิศวกรรมศาสตร์ (CDE) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

โครงการ STDCT 2.0 มุ่งพัฒนาการออกแบบดาต้าเซนเตอร์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงและทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน โดยเป็นพื้นที่ทดสอบในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เพื่อประเมิน ตรวจสอบ และนำเทคโนโลยีใหม่ไปประยุกต์ใช้ โดยเน้นลดการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ พร้อมรองรับการประมวลผลความหนาแน่นสูงจาก AI

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เดลต้าจะนำความเชี่ยวชาญด้านระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์ มาสนับสนุนการวิจัยและทดสอบของ NUS CDE เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีในระดับระบบ

ศาสตราจารย์ ลี โป เซ็ง ผู้อำนวยการโครงการ STDCT 2.0 และหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยการออกแบบและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนแนวทางการออกแบบดาต้าเซนเตอร์ จากความหนาแน่นของพลังงานและภาระความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานต้องรองรับความท้าทายใหม่

โครงการ STDCT 2.0 จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงการพัฒนานวัตกรรมกับการใช้งานจริง โดยจำลองสภาพแวดล้อมการทำงานที่สามารถนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาบูรณาการ ทดสอบ และตรวจสอบความถูกต้องภายใต้สภาวะการปฏิบัติงานในเขตร้อน

ทั้งนี้ ความร่วมมือกับเดลต้าจะช่วยให้สามารถศึกษาการทำงานของเทคโนโลยีในระดับระบบ ครอบคลุมเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดการความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์ พร้อมประเมินผลลัพธ์ที่วัดได้ ทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประสิทธิภาพการใช้น้ำ ความเสถียรของระบบ และความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ

เดลต้าชูระบบพลังงาน-ความร้อน รองรับ AI

นางสาวชาน ชาน กัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่การขยายตัวของระบบพลังงานไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้ความต้องการระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงมีความสำคัญมากขึ้น

ตลอด 55 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เดลต้าให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและการอนุรักษ์พลังงาน โดยดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนหลายด้าน ทั้งโซลูชันไมโครกริด (Microgrid Solutions) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน บริการที่ปรึกษาด้าน ESG เพื่อช่วยลูกค้ามุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รวมถึงโครงการฟื้นฟูแนวปะการังในสิงคโปร์และภูมิภาคอื่นๆ

นายเจสัน หยวน ประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ความ ต้องการโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากบทบาทของเทคโนโลยี AI และการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

เดลต้ามีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและความร้อน ครอบคลุมระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อน ระบบอัตโนมัติ และการจัดการพลังงาน โดยมุ่งผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ รองรับการขยายขนาด มีประสิทธิภาพ และปรับให้เหมาะกับความต้องการของภูมิภาค

สำหรับ STDCT 2.0 มีเป้าหมายพัฒนาการออกแบบดาต้าเซนเตอร์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน โดยใช้ศูนย์ทดสอบในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง (Live Testbed) เพื่อประเมินและตรวจสอบเทคโนโลยี ก่อนนำไปใช้งานจริง

เป้าหมายสำคัญคือการลดการใช้พลังงานและน้ำ ควบคู่กับการรองรับระบบประมวลผลความหนาแน่นสูงที่ขับเคลื่อนด้วย AI