3 บอร์ด กสทช. เดินทางถึงสำนักงานแต่ไม่เข้าห้องประชุม ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ร่วมกับกรรมการที่เหลือ 6 คน แต่ไม่ร่วมประชุมที่มี “นพ.สรณ” นั่งประธาน ขณะที่ประธาน กสทช. ย้ำทำทุกอย่างตามกฎหมาย ด้านวาระค้างสะสมพุ่ง 143 เรื่อง
KEY POINTS
- การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 1 เดือน เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้มีวาระค้างพิจารณาสะสมถึง 143 เรื่อง
- สาเหตุหลักเกิดจากกรรมการ 3 ท่านปฏิเสธเข้าร่วมประชุมที่มี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ทำหน้าที่ประธาน เนื่องจากสถานะยังไม่มีข้อยุติ
- ปมขัดแย้งสำคัญคือ สถานะของ นพ.สรณ ที่ยังไม่ชัดเจน หลังจากนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพระราชวินิจฉัย
- กรรมการฝ่ายที่ไม่เข้าร่วมประชุมกังวลว่ามติที่ออกมาอาจมีความเสี่ยงถูกโต้แย้งด้านความชอบด้วยกฎหมาย หาก นพ.สรณ ยังคงทำหน้าที่ประธาน
- ความขัดแย้งเรื่องสถานะประธานทำให้การทำงานของ กสทช. หยุดชะงัก และยังไม่มีข้อสรุปว่าการประชุมจะเดินหน้าต่อไปในรูปแบบใดเพื่อแก้ไขปัญหาวาระที่ค้างอยู่
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. วันที่ 13 ส.ค. 2569 ต้องงดการประชุมอีกครั้ง นับเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางวาระค้างสะสมถึง 143 วาระ หลังกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ , ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินทางมาที่สำนักงาน กสทช. แต่ไม่เข้าร่วมการประชุม
จุดยืนของกรรมการทั้ง 3 คน คือ ยังพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และเข้าร่วมประชุมกับกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ แต่ไม่ประสงค์เข้าร่วมการประชุมที่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
เนื่องจากเห็นว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามนำความกราบบังคมทูลเพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธานและกรรมการ กสทช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพระราชวินิจฉัย
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลากิจ ส่วน นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
เวลา 09.38 น. ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้าห้องประชุม และรอองค์ประชุม กระทั่งเวลา 10.01 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เสนอต่อที่ประชุมว่า ผ่านมาแล้ว 30 นาที แต่กรรมการยังมาไม่ครบองค์ประชุม จึงเสนอให้งดการประชุม
จากนั้น ศ.คลินิก นพ.สรณ มีคำสั่งให้งดการประชุม ก่อนเดินออกจากห้องประชุมในเวลา 10.05 น. พร้อมกล่าวว่า
ผมได้ทำทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ได้ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย และทำตามมาตรฐาน และจริยธรรมของวิชาชีพแล้ว
“พิรงรอง” ยืนยันพร้อมประชุมกับ 6 กสทช.
ในวันเดียวกัน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้ทำบันทึกข้อความถึงเลขาธิการ กสทช. เรื่องขอยืนยันการประชุม กสทช. ครั้งที่ 24/2569 (ต่อเนื่อง) ครั้งที่ 2 โดยระบุอย่างชัดเจนว่า มีความพร้อม และยินดีเข้าร่วมประชุมกับกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่จำนวน 6 คน ตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 24 เพื่อพิจารณาวาระที่ค้าง และเรื่องเร่งด่วนจำนวนมาก ไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หยุดชะงักจนสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยืนยันว่า ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมที่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธานได้ โดยอ้างเหตุผลทางกฎหมาย และความคืบหน้าของกระบวนการให้พ้นจากตำแหน่ง
หากยังมี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธาน มติหรือคำสั่งทางปกครองที่เกิดขึ้นจากการประชุมอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกโต้แย้งในประเด็นความชอบด้วยกฎหมาย
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยังขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการ จัดประชุม และอำนวยความสะดวกให้กรรมการที่เหลือ 6 คนสามารถประชุมกันได้ เพื่อให้งานขององค์กรเดินหน้าต่อ
โดยในหน้าที่ 2 ของบันทึกข้อความระบุเพิ่มเติมว่า หากสำนักงาน กสทช. ยังคงจัดประชุมโดยให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ เข้าร่วมและทำหน้าที่ประธาน ก็ขอสงวนสิทธิไม่เข้าร่วมประชุม แต่ยังยืนยันความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ และประชุมร่วมกับกรรมการที่เหลือ ตามที่เห็นว่ากฎหมายกำหนด
ก่อนหน้านี้ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยังโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า เดินทางมาถึงสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่ก่อนเวลา 09.00 น. และพร้อมประชุมกับกรรมการที่เหลืออยู่อย่างชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์หรือแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากเรื่องการให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งอยู่ระหว่างพระราชวินิจฉัย
“ธนพันธุ์-พิรงรอง-ศุภัช” เตรียมยื่นหลักฐานใหม่ต่อ กมธ.
ขณะที่เวลา 13.00 น. พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ , ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย พร้อมด้วย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. มีกำหนดเข้ายื่นหลักฐานใหม่ต่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง ที่รัฐสภา
สถานการณ์จึงขยับจากเดิมที่เป็นเพียงการไม่เข้าร่วมประชุม มาเป็นการเสนอทางเลือกในการเดินหน้าการทำงานของบอร์ดอย่างเป็นทางการ โดยให้กรรมการที่เหลือ 6 คนประชุมกันโดยไม่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธาน
ขณะที่อีกฝ่ายยังคงยืนยันว่า ตนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และไม่ได้ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ทำให้ความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นสถานะ และอำนาจหน้าที่ของประธาน กสทช. กลายเป็นปมสำคัญที่สุดขององค์กรในเวลานี้
เพราะตราบใดที่ยังไม่มีข้อยุติว่า การประชุมของ กสทช. ควรเดินหน้าในรูปแบบใด และใครมีอำนาจทำหน้าที่ประธานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วาระที่รอการพิจารณาสะสมถึง 143 วาระ ก็ยังมีโอกาสค้างต่อไป
ขณะที่ภารกิจด้านการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และอุตสาหกรรม ยังคงต้องเผชิญภาวะชะงักงันจากปัญหาภายในองค์กรต่อเนื่อง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




