นายก ส.ทีวีดิจิตอลฯ ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติตามกฎหมาย ลงนามทูลเกล้าฯ ปลด “หมอสรณ” ประธาน กสทช. ชี้องค์กรอิสระ กสทช.มีอำนาจ แต่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ เหตุแบ่งขั้ว-ขัดแย้ง กระทบอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเสียหาย หลายปีติดล็อก ขาดความชัดเจนโรดแมป แผนแม่บท ที่กำหนดอนาคตผู้ประกอบการจอแก้ว เผยค้านเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ออกแบบไม่ให้การเมืองยุ่ง และให้อำนาจเต็มที่
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถือเป็นอีกองค์กรอิสระที่มีบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่ กำกับดูแลกิจการที่เป็นสมบัติของชาติ หนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล แต่ที่ผ่านมา ภายใต้ กสทช.ชุดที่มี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยฤกษ์ ประธานกรรมการและกรรมการใน กสทช. ผู้ประกอบการต้องเผชิญหลากปมปัญหา โดยเฉพาะการพิจารณาแผนแม่บทแห่งชาติของทีวีดิจิทัลที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการ (ไลเซนส์) ในปี 2572 จนต้องร้องผ่านสื่อส่งสารถึงนายกรัฐมนตรีให้ยื่นมือมาช่วยเหลือ
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามนำความกราบบังคมทูล เพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ “ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ” พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.แล้ว โดยหลังจากนี้ กสทช.ทั้ง 6 คน ต้องเลือกประธานคนใหม่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการลงนามทูลเกล้าฯ ขอโปรดเกล้าฯ นายแพทย์สรณ พ้นจากตำแหน่ง แม้จะเป็นเรื่องที่ล่าช้าก็ตาม เนื่องจากการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟังคำร้องพิจารณาวินัยในคดีที่ นายแพทย์สรณ ประธาน กสทช.ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้คำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ กสทช.เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.มาตั้งแต่ต้น และมีผลย้อนหลัง เมื่อศาลปกครองกลางไม่รับฟัง ยังเดินหน้ายื่นศาลปกครองสูงสุดต่อ
ประธานใหม่ ต้องเป็นผู้นำ ขจัดขั้วขัดแย้ง
ทั้งนี้ กสทช.ที่เหลือทั้ง 6 ต้องทำหน้าที่เลือกคนมาทำหน้าที่ประธานคนใหม่ต่อไป ซึ่งภารกิจของประธาน กสทช.คนใหม่ สมาคมทีวีดิจิตอลฯ มีความคาดหวังในหลายมิติ ได้แก่ 1.จะต้องเป็นผู้นำที่มีศักยภาพในการคลี่คลาย สลายขั้วขัดแย้งระหว่าง กสทช. ที่มี 2 กลุ่ม
“บทบาทขององค์กรอิสระ และสิ่งที่สมาคมฯคาดหวัง คือผู้นำที่ดีมีศักยภาพสลายขั้วขัดแย้งที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะอีกกลุ่มรวมตัวกันได้ 4 คน อีกกลุ่มรวมตัวกัน 3 คน กลุ่มที่มี 4 คน ไม่เอากับประธาน ทำให้การประชุม ลงมติใดๆ ไม่ได้ เมื่อมีประธาน กสทช. คนใหม่ ก็หวังจะเป็นที่ยอมรับของทั้ง 6 คน“
และ 2.ทำหน้าที่ประชุมกันได้ ลงมติต่างๆ ได้ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า โดยเฉพาะมติโรดแมปทีวีดิจิทัล ขณะที่แผนแม่บทออกมาแล้ว ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง ควรเป็นเรื่องเดียวกัน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรอความชัดเจนของโรดแมปทีวีดิจิทัลจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะแก้กฎหมาย เปิดประมูลใหม่ หรือมีแนวทางใด หากเปิดประมูลใหม่จะมีราคาตั้งต้นอย่างไร เพื่อให้เจ้าของช่องทีวีดิจิทัลได้ตัดสินใจ ราคาประมูลสู้ไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวมีทางใดให้เรียกคุยเป็นรายๆ เป็นต้น
“ความคิดเห็นแตกแยกต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้ กสทช.ประชุมกันได้ ลงมติกันได้ อย่างโรดแมปทีวีดิจิทัล ขอให้มีความชัดเจนจะได้หารือกัน”
องค์กรอิสระไม่ทำหน้าที่ กระเทือน “ทีวีดิจิทัล”
ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ได้รับผลกระทบจากภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ออนไลน์ทรงอิทธิพล ทำให้เม็ดเงินโฆษณาเกิดการโยกย้ายจากแพลตฟอร์มทีวีไปสู่สื่อใหม่ออนไลน์อย่างมาก ครั้นเมื่อถึงช่วงที่ต้องนับถอยหลังการสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ กสทช.ไม่มีคำตอบเกี่ยวกับโรดแมปทีวีดิจิทัล ทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดเวทีให้ กสทช.คู่ขัดแย้งมาบอกเล่าแผนในอนาคต แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ จนผู้ประกอบการภายใต้สมาคมฯ ต้องยื่นคำขาดขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยปลดล็อกปัญหา
ทั้งนี้ นายกสมาคมทีวีดิจิตอลฯ มีโอกาสหารือกับประธาน กสทช.ทั้งบนเวที พบปะเป็นการส่วนตัว และรวมตัวกับผู้ประกอบการไปขอพบ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวประธาน คือเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หากลงมติใดไปอาจจะเกิดปัญหาตามมา อีกทั้ง กสทช. ชุดปัจจุบันจะหมดวาระ พ้นหน้าที่ในปี 2571 การลงมติแผนแม่บททีวีดิจิทัล อาจก่อให้เกิดพันธะผูกพัน
สำหรับผลกระทบทีวีดิจิทัล คือวางแผนธุรกิจไม่ได้ เกิดภาวะลังเล คนในองค์กรปั่นป่วน เพราะไม่รู้ว่าจะไปต่อได้หรือไม่ได้ นายทุนปั่นป่วน พนักงานก็ปั่นป่วน ไม่รู้นายทุนจะเอาอย่างไร ต้องรอแผนแม่บท หากรับไม่ได้ก็ปล่อยมือ รับได้ก็สู้ต่อ เป็นเรื่องที่เหมือนคนไข้รอหมอ จะมาฉีดยากระตุ้น ปั๊มหัวใจ
ชี้ขาดอนาคตทีวีดิจิทัล
จากภาวะสุญญากาศของอนาคตทีวีดิจิทัล หลังไขก๊อกเลือกประธาน กสทช. คนใหม่ ก๊อกที่สองประธานเรียกประชุม เพื่อพิจารณา แผนแม่บท เนื่องจากทุกอย่างผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ประจำ ผ่านการประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็น มีทางเลือก ข้อเสนอแนะเรียบร้อยแล้ว รอเพียงกสทช.ชุดเก่าภายใต้ประธานคนใหม่เคาะความชัดเจนเท่านั้น
“เราผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอยู่ในภาวะรอปั๊มหัวใจ ซึ่งยืดเยื้อเรื้อรังมาตั้งแต่ครบรอบ 10 ปี(ปี 2567) เพราะองค์กรอิสระไม่ทำหน้าที่ ปัญหาจึงเกิด เพราะประชุมไม่ได้ ทั้งที่หัวข้อประชุม เป็นสิ่งที่องค์กรต้องผูกพัน ต้องรอแผนแม่บทไม่ออก การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอ ประชุมได้ก็บอยคอต ตกลงกันไม่ได้ ล่มแล้วล่มอีก พอประชุมกันครบ ถึงวาระที่จำเป็นต้องหารือก็เดินออก ไม่เคยมีเรื่องอะไรเละเทะ อัปยศแบบนี้มาก่อน และเกิดขึ้นในองค์กรอิสระ ผมเกิดมาขนาดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่เคยเจอมาก่อน“
ถอดบทเรียนแต่งตั้งองค์กรอิสระ
นายสุภาพ กล่าวอีกว่า ตลอดชีวิตการทำงาน ไม่เคยเห็นภาพขององค์กรอิสระเป็นเช่นนี้ และไม่คาดคิดจะได้เห็น จึงมองเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทย กับการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยหลายองค์กรอิสระควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ จึงออกแบบให้องค์กรอิสระไม่ให้การเมือง รัฐบาลเข้ามายุ่งเกี่ยว มีการให้อำนาจ ให้เกียรติอย่างเต็มที่
สำหรับองค์กรอิสระ มีบทบาทสำคัญเชื่อมโยงกับการตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การให้อำนาจแก่ผู้ที่ไม่รับผิดชอบกับอำนาจ ผลกระทบที่ตามมาคือประเทศชาติเสียหาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดที่องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่จนถึงจุดที่ไม่ไหว แต่รัฐธรรมนูญ ปี 2560 วุฒิสภาไม่มีอำนาจในการเข้าชื่อหรือลงมติถอดถอนองค์กรอิสระได้
“แต่วันหนึ่ง เราก็พบแล้วว่า วุฒิภาวะ ขององค์กรอิสระ (กสทช.) เป็นแบบนี้ ไม่รับผิดชอบ ทำให้องค์กรที่ผูกพัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียหาย แล้วทำอะไรไม่ได้ เราจะอุดช่องว่าง ช่องโหว่ ขององค์กรอิสระอย่างไร”



