วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ดาร์วินเทค’ จัดมื้ออาหาร ดีพเทคจากแล็บสวทช.

‘ดาร์วินเทค’ จัดมื้ออาหาร ดีพเทคจากแล็บสวทช.

ดีพเทคสตาร์ทอัพด้านดาต้า ‘ดาร์วินเทค’ แพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดมื้ออาหาร ดูแลสุขภาพและโภชนาการแบบครบวงจร ผลงานต่อยอดจากระบบ Thai School Lunch ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน จัดหาวัตถุดิบและปรับเมนูให้เหมาะสม ครอบคลุมถึงระบบโลจิสติกส์ การทำบัญชีและอีเพย์เมนต์

ดาร์วินเทค โซลูชันส์ (DarwinTec Solutions) ดีพเทคสตาร์ทอัพด้านดาต้า ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยจัดมื้ออาหาร ดูแลสุขภาพและโภชนาการแบบครบวงจรสำหรับสถานศึกษา

ผลงานพัฒนาต่อยอดจากระบบ Thai School Lunch ที่เนคเทคร่วมพัฒนากับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล สู่โภชนาการภาคอุตสาหกรรม สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน จัดหาวัตถุดิบและปรับเมนูให้เหมาะสม ตลอดจนครอบคลุมถึงระบบโลจิสติกส์ การทำบัญชีและอีเพย์เมนต์

 

‘ดาร์วินเทค’ จัดมื้ออาหาร ดีพเทคจากแล็บสวทช.

ทีมดาร์วินเทค โซลูชันส์

 

  • นวัตกรรมช่วยลดต้นทุน

สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ ที่ปรึกษา บริษัท ดาร์วินเทค โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ดาร์วินเทคเป็นหนึ่งใน 9 ผลงานที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการส่งผ่านงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์รูปแบบธุรกิจใหม่ที่เรียกว่า “นาสท์ด้า สตาร์ทอัพ (NSTDA Startup)” 

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ในขั้นตอนของการเปิดตัวแพลตฟอร์ม และเตรียมตัวสู่การใช้งานจริง เพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริมสุขภาพของประเทศ 

จากการร่วมทุนกับสวทช. ทำให้ดาร์วินเทคได้รับการจดอนุสิทธิบัตร พัฒนางานวิจัยสู่นวัตกรรม วางแผนธุรกิจต่อยอดไปยังสถานศึกษาที่มีลักษณะการจัดอาหารที่มีการจัดอาหารรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เช่น รูปแบบของโรงอาหารที่ให้เด็กสามารถเลือกอาหารได้เอง (บุฟเฟ่ต์) หรือ Tailor-Made แบบรายคน เป็นต้น

ทั้งนี้ ดาร์วินเทคร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสถาบันโภชนาการ นำโปรแกรมระบบอาหารกลางวันสําหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ หรือ ไทยสคูลลันซ์ ที่จะเชื่อมโยงความต้องการของโรงเรียนกับเกษตรกรมาใช้ในสถานศึกษา ยกระดับอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งได้เปิดให้บริการมากกว่า 10 ปีในโรงเรียนกว่า 40,000 แห่ง

 

‘ดาร์วินเทค’ จัดมื้ออาหาร ดีพเทคจากแล็บสวทช.

(ภาพโดย สสส.)

 

ไทยสคูลลันซ์ช่วยจัดอาหารกลางวันให้มีความครอบคลุมทั้งหลักโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการ ติดตามและแจ้งเตือนเมื่อพบเด็กที่มีความเสี่ยง ส่งผลการวิเคราะห์กลับไปยังต้นสังกัด โดยจะเปิดให้บุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลการวิเคราะห์อาหารกลางวัน และภาพรวมภาวะโภชนาการของนักเรียน เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ดาร์วินเทคได้มองเห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการที่เข้ามารับเหมาดูแลจัดการมื้ออาหารในระบบไทยสคูลลันซ์ อาจจะต้องใช้ต้นทุนเรื่องระบบเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และการบริหารจัดการบัญชีในราคาที่สูง ดาร์วินเทคจึงพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารโดยตรงที่มากกว่าแค่ไทยสคูลลันซ์

แพลตฟอร์มตัวใหม่นี้จะช่วยบริหารงานใน 4 ด้าน ได้แก่

  1. ระบบบริหารจัดการอาหารในโรงเรียนสำหรับผู้ประกอบการ
  2. ระบบบริหารจัดการโรงอาหารแบบ Smart Canteen แอปพลิเคชันที่สามารถติดตามคุณภาพของอาหารในโรงเรียน ช่วยให้โรงเรียนสามารถเฝ้าระวังและติดตามด้านสุขภาพ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบเพื่อส่งเสริมโภชนาการ เช่น อาหารปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน
  3. บริการจัดหาวัตถุดิบและปรับเมนูอาหารให้เหมาะสม ซึ่งคุณภาพของอาหารที่นำมาตรวจสอบจะยึดตามหลักกระทรวงสาธารณสุขประกาศบังคับใช้
  4. บริการเชื่อมต่อ IoT Devices เช่น เครื่องมือตรวจวัดโภชนาการในอาหาร

แพลตฟอร์มของดาร์วินเทค สามารถใช้ได้กับกลุ่มผู้ประกอบการอาหารในสถานศึกษา โรงงาน ตลอดจนหน่วยงานที่ต้องการเฝ้าติดตามด้านโภชนาการสุขภาพ บริการดังกล่าวเป็นราคาในรูปแบบแพ็กเกจที่สามารถเข้าถึงได้ เพราะทีมดาร์วินเทคต้องการช่วยผู้ประกอบการอาหาร และส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนด้วยราคาย่อมเยาทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนโรงเรียนในต่างจังหวัด

 

  • ปั้นทีมวิจัยสู่โมเดลธุรกิจ

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาที่สร้างคุณค่าและต่อยอดให้กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) และให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เสริมศักยภาพและยกระดับผู้ประกอบการนักลงทุน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการขับเคลื่อนและต่อยอดผลงาน วทน. จากหิ้งสู่ห้างเพื่อเชื่อมโยงให้เอกชนเข้าถึงได้ง่าย

โครงการ “นาสท์ด้า สตาร์ทอัพ” เริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จะช่วยตอบโจทย์การเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม (RDI) ให้เร็วยิ่งขึ้น โดยหลัก คือ จะมีกลุ่มนักวิจัยเข้าร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนและสวทช.

ในการปั้นโมเดลธุรกิจ (Business Model) จากผลงานวิจัยของ สวทช. เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นแผนธุรกิจ (Business Plan) อย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับและก้าวไปสู่การร่วมจัดตั้งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพต่อไป