วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

PM2.5 จ่อถล่มกรุงเทพฯ ต.ค. รับฤดูหนาว เร่งคุมดีเซล-ลดเผา ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

คนกรุงเทพฯ เผชิญฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ WHO ถึง 88% ของปี มีวันอากาศดีเพียง 38–43 วัน ขณะที่ไอเสียดีเซล การเผาชีวมวล และฝุ่นทุติยภูมิ จี้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ยกระดับมาตรฐานเครื่องยนต์และเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

KEY POINTS

  • คนกรุงเทพฯ เผชิญฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ WHO ถึง 88% ของปี มีวันอากาศดีเพียง 38–43 วัน
  • แหล่งกำเนิดหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ไอเสียดีเซล การเผาชีวมวลและหมอกควันข้ามแดน และฝุ่นทุติยภูมิจากปฏิกิริยาเคมี
  • ฝุ่น PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจและมะเร็งปอด แม้ในกลุ่มผู้ไม่สูบบุหรี่
  • เสนอแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว ทั้งยกระดับมาตรฐานเครื่องยนต์และผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด แทนการใช้มาตรการชั่วคราว

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สภาวะสังคมระบุว่า เมื่อประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป พื้นที่กรุงเทพมหานครจะกลายเป็นพื้นที่แรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

โดยข้อมูลสถิติชี้ว่าในแต่ละปี คนกรุงเทพฯ มีโอกาสสัมผัส "วันอากาศดี" ตามเกณฑ์สีเขียวเพียงราว 38–43 วันเท่านั้น หรือคิดเป็นกว่า 88% ของปีที่ต้องสูดอากาศที่มีค่าฝุ่นเจือปนเกินมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งส่งผลกระทบสะสมทางสาธารณสุขและทำให้อัตราผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจรวมถึงโรคมะเร็งปอดในกลุ่มคนเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่

เจาะลึก 3 ต้นตอมลพิษ กรุงเทพฯ พื้นที่รับฝุ่นพิษ

จากระบบเฝ้าระวังและงานวิจัยของกรมควบคุมมลพิษ ได้จำแนกแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ภาคการขนส่งและเครื่องยนต์ดีเซล: ปริมาณยานพาหนะที่หนาแน่นในเมืองหลวง โดยเฉพาะรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะรุ่นเก่า และรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำการปล่อยอนุภาคฝุ่นละอองออกมาโดยตรง
  • การเผาชีวมวลและหมอกควันข้ามพรมแดน: เกิดจากการเผาขยะและเศษวัชพืชในพื้นที่กรุงเทพฯ ควบคู่กับการเผาไร่นาและตอซังข้าวในพื้นที่เกษตรกรรมจังหวัดรอบข้าง เช่น พระนครศรีอยุธยา และนครนายก โดยมีกระแสลมตามฤดูกาลพัดพาฝุ่นควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในภาคกลาง จังหวัดรอบนอก และประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสมทบในพื้นที่
  • กลไกฝุ่นทุติยภูมิ (Secondary PM2.5): สภาพอากาศนิ่งในช่วงฤดูหนาวร่วมกับปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน ส่งผลให้ก๊าซมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและภาคการขนส่งทำปฏิสัมพันธ์ทางเคมีในชั้นบรรยากาศ ก่อตัวเป็นฝุ่นพิษระลอกใหม่ที่ไม่สามารถระบายออกได้

PM2.5 จ่อถล่มกรุงเทพฯ ต.ค. รับฤดูหนาว เร่งคุมดีเซล-ลดเผา ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ภาพ: Unsplash/kyle lvpc

จากบรรเทาเฉพาะหน้า สู่แก้ไขเชิงโครงสร้าง

ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ดำเนินมาตรการรับมือหลายด้าน เช่น การตรวจจับควันดำจากรถยนต์ การประกาศห้ามเผา การเข้มงวดตรวจปล่องควันโรงงาน การควบคุมพื้นที่ก่อสร้าง การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นเพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม รายงานเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5 จำเป็นต้องก้าวข้ามมาตรการชั่วคราวอย่างการฉีดพ่นน้ำ ไปสู่นโยบายและการแก้ไขเชิงโครงสร้างที่นำไปปฏิบัติได้จริง ประกอบด้วย

  • การยกระดับมาตรฐานเครื่องยนต์ เพื่อลดการปล่อยมลพิษในเขตเมือง
  • การส่งเสริมการลดการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรมรอบนอก
  • การเร่งผลักดัน "กฎหมายอากาศสะอาด" เพื่อคุ้มครองสิทธิในการมีอากาศบริสุทธิ์ของประชาชนในระยะยาว

กทม. ปรับแผนระดับเขต

เพื่อรับมือกับวิกฤติดังกล่าว กรุงเทพมหานคร เผย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ จากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและระบบฐานข้อมูล เพื่อปรับปรุงและรับมือวิกฤติคุณภาพอากาศ กทม. ครั้งที่ 3/2569 ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่าง BDI, USI และ Breathe Cities เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลจริง ได้แก่

แผนที่ความเปราะบาง PM2.5: วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้ง 50 เขต ครอบคลุมระดับการรับสัมผัสฝุ่น ตำแหน่งกลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย) และความสามารถในการปรับตัว เพื่อกระจายความช่วยเหลือตรงจุด และอยู่ระหว่างพัฒนาสู่ระบบ Real-time

การตั้งคณะทำงานธรรมาภิบาลข้อมูล: จัดตั้ง 3 คณะทำงานย่อยเพื่อยกระดับโครงสร้างบริหารจัดการข้อมูลมลพิษทางอากาศให้มีมาตรฐาน แม่นยำ และโปร่งใส

การกระจายอำนาจสู่ 25 เขตนำร่อง ใน 4 โซนยุทธศาสตร์: จำแนกพื้นที่ตามลักษณะปัญหา เช่น

  • โซนเผา/พื้นที่รกร้าง (หนองจอก, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา)
  • โซนจราจร/ก่อสร้าง (ปทุมวัน, สาทร, บางรัก, ดินแดง, จตุจักร)
  • โซนโรงงาน/คลังสินค้า (บางบอน, หนองแขม, ภาษีเจริญ, บางนา)
  • โซนเฝ้าระวังหลายแหล่ง (บางกอกน้อย, บางพลัด, ธนบุรี, พระนคร)

พร้อมจัดตั้งนักสืบฝุ่น/สารวัตรสิ่งแวดล้อม เพิ่มจุดตรวจฝุ่นระดับแขวง 1,000 จุด และเตรียมบังคับใช้เขต Low Emission Zone ในช่วงวิกฤติ

การแจ้งเตือนสุขภาพและการสร้างการมีส่วนร่วม: ร่วมกับกรมอนามัยปรับปรุงการคำนวณดัชนี AQHI แจ้งเตือนผ่าน LINE OA รวมถึงเตรียมจัดงาน Public Policy Forum เพื่อเปิดตัว "สมุดปกขาว Clean Air Actions" ร่วมกับ Clean Air Fund ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569