ทางการเกาหลีใต้ใช้เวลาหลายชั่วโมงนำทางฉลาม ‘บูคังกี’ ออกสู่ทะเลเปิด สุดท้ายคว้าน้ำเหลว ฉลามลอดตาข่ายป้องกันกลับเข้าคลองอีกครั้ง เจ้าหน้าที่เลิกช่วยแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นับตั้งแต่เจ้า “บูคังกี” ฉลามยาว 3 เมตร ตั้งชื่อตามท่าเรือนอร์ทพอร์ตของเมืองปูซาน หลุดเข้ามาอยู่ในคลองเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา มีคนพบเห็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ก.ย. มันก็กลายเป็นขวัญใจมหาชน บรรษัทโครงสร้างพื้นฐานปูซานเผยว่า มีผู้มาเยี่ยมชมแล้วถึง 1.6 ล้านคน
เจ้าหน้าที่พยายามกระตุ้นให้มันกลับไปสู่ทะเลเปิดหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ที่เจ้าบูคังกีอยู่ในคลองมานานหนึ่งเดือนแล้ว กระทรวงมหาสมุทรระดมทรัพยากรทั้งแท่นลอยน้ำ ตาข่าย และนักประดาน้ำเข้าปฏิบัติการ จนประสบความสำเร็จสามารถนำทางฉลามออกไปสู่ทะเลเปิดได้
แต่วันนี้ (22 ต.ค.) เจ้าบูคังกีกลับว่ายน้ำลอดใต้ตาข่ายผืนหนึ่งที่ขึงไว้ในคลอง แล้วไปติดอยู่ระหว่างตาข่ายด้านนอกกับด้านในที่ติดตั้งลึกเข้าไปในคลองราว 30-40 เมตร
เจ้าหน้าที่ได้เปิดตาข่ายชั้นนอกออกและเสริมแนวสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันไม่ให้ฉลามถอยกลับเข้าไปลึกกว่าเดิม โดยหวังว่าเจ้าบูคังกี จะว่ายออกไปสู่ทะเลเปิดได้ในที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องช่วยบูคังกีกลับคืนสู่ทะเลเปิด เนื่องจากขณะนี้มันมีอาการคงที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะคอยเฝ้าติดตามดูต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่ามันจะมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ
สถาบันวิทยาศาสตร์การประมงแห่งชาติเกาหลีใต้ระบุว่า บูคังกี เป็นฉลามดัสกีเพศเมีย
การที่ฉลามยังคงอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานทำให้เกิดความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุที่ทำให้พบเห็นฉลามได้บ่อยครั้งขึ้นตามแนวชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีใต้ ช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ พบฉลามขนาดใหญ่ 46 ตัวนอกชายฝั่งตะวันออก มากเกือบสี่เท่าจากปีก่อน ผลจากทะเลอุ่นขึ้น ปลาที่เป็นอาหารฉลามมีมากขึ้น
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดให้ฉลามดัสกีอยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
- เคยช่วยมาแล้วสองครั้ง
เว็บไซต์เดอะการ์เดียนรายงานว่า หลังจากติดอยู่ในคลองเมื่อเดือน ก.ย. ตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็รอให้บูคังกีออกไปเอง แต่มีความกังวลเรื่องสุขภาพของมัน เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีการเชิงรุก
ก่อนวันพุธเจ้าหน้าที่เคยพยายามมาแล้วสองครั้ง ใช้เครื่องบินน้ำก่อนแล้วใช้ตาข่าย เพื่อนำมันสู่ทะเลแต่ล้มเหลว
ความน่ารักของบูคังกีทำให้เกิดธุรกิจย่อม ๆ มีการผลิตสินค้าออกจำหน่ายมามากมาย เช่น โซจูรุ่นพิเศษมาสคอตทีมเบสบอลในชุดคลุมฉลาม รวมถึงการแต่งตั้งให้บูคังกีเป็นทูตกิตติมศักดิ์ประจำเมือง ส่งผลให้ร้านค้าในละแวกใกล้เคียงมียอดขายพุ่งสูงขึ้น แม้แต่ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ก็เดินทางมาเยี่ยมชมคลองแห่งนี้ในช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
ความกังวลต่อสุขภาพฉลามอยู่ที่ว่า อุณหภูมิของคลองที่ตอนนี้อยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส เกือบถึงระดับต่ำสุดที่ฉลามดัสกีจะอยู่ได้ และไม่เห็นมันกินอาหารเลยตั้งแต่เดือน ก.ย.
ชเว ยุน ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติคุนซาน กล่าวกับหนังสือพิมพ์ฮันคยอเรว่า ฉลามตัวนี้อาจตายภายในเวลาสองสัปดาห์ เนื่องจากความหิวโหย อุณหภูมิของน้ำที่เย็นลง รวมถึงบาดแผลบริเวณส่วนจมูกและครีบของมัน
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกระทรวงมหาสมุทรกล่าวในสัปดาห์นี้ว่า ดูเหมือนมันจะทรงตัวลำบาก





