ไทยคว้าเงินสนับสนุนให้เปล่าจากเยอรมนี 570 ล้านบาท ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และใช้ธรรมชาติรับมือวิกฤติภูมิอากาศ ผ่าน 2 โครงการหลัก ครอบคลุมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างภูมิคุ้มกันให้เมืองชายฝั่งต่อผลกระทบจากโลกร้อน
KEY POINTS
- ไทยรับเงินให้เปล่าจากเยอรมนี 570 ล้านบาท
- หนุนเป้าหมาย Net Zero และใช้ธรรมชาติรับมือวิกฤติภูมิอากาศ
- เดินหน้า 2 โครงการหลัก ENNaCT ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และ ANCHOR รับมือผลกระทบในเมืองชายฝั่ง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสบความสำเร็จในการเจรจาขอรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจำนวน 15 ล้านยูโร หรือประมาณ 570 ล้านบาท จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เงินสนับสนุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (Net Zero 2050) ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้ฐานอนุรักษ์ทางธรรมชาติ ในช่วงปี พ.ศ. 2570–2577 เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายเชิงรุกให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเร่งเจรจาขอรับเงินสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากต่างประเทศจนบรรลุข้อตกลงดังกล่าว
"กระทรวงฯ มุ่งเน้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติในการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยให้ความสำคัญกับบริบทและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการปรับตัวอย่างยั่งยืน"
ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเจรจาดังกล่าวเป็นการขอรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจาก กองทุน International Climate Initiative (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) ของประเทศเยอรมนี
ได้รับการอนุมัติวงเงินในรอบการพิจารณาประจำปี พ.ศ. 2569 รวมประมาณ 570 ล้านบาท ผ่าน 2 โครงการหลัก ทั้งนี้ หากรวมเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากทั้งในและต่างประเทศที่กรมลดโลกร้อน สามารถปิดดีลได้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมแล้วกว่า 670 ล้านบาท
เจาะลึกรายละเอียด 2 โครงการขับเคลื่อนหลัก
เงินสนับสนุนวงเงิน 570 ล้านบาทดังกล่าว จะนำมาใช้อนุวัตผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่
โครงการ Enabling Net-Zero, Nature Positive, and Climate Resilience Thailand Project (ENNaCT)
- ระยะเวลาดำเนินการ: พ.ศ. 2570–2575 (ระยะเวลา 5 ปี)
- วงเงินสนับสนุน: 10 ล้านยูโร (ประมาณ 380 ล้านบาท)
วัตถุประสงค์และกรอบงาน: มุ่งบูรณาการมาตรการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดรับกับการลดก๊าซเรือนกระจกผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่
- การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ
- การพัฒนากลไกงบประมาณสีเขียว โดยอาศัยธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นพื้นฐาน
- การพัฒนายุทธศาสตร์การเงินและการรายงานข้อมูลตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD)
- การดำเนินโครงการนำร่องนวัตกรรมการเงิน เช่น เงินทุนสำหรับห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน (SSCF) ในภาคการเกษตร
โครงการ Anchoring Finance for Integrated Nature-based Solutions in Coastal Cities (ANCHOR)
โครงการความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ (ไทยและฟิลิปปินส์)
- ระยะเวลาดำเนินการ: พ.ศ. 2570–2577 (ระยะเวลา 7 ปี)
- วงเงินสนับสนุน: วงเงินรวม 10 ล้านยูโร โดยประเทศไทยได้รับจัดสรร 5 ล้านยูโร (ประมาณ 190 ล้านบาท)
วัตถุประสงค์และกรอบงาน: มุ่งจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับเขตเมืองบริเวณชายฝั่งทะเล เน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และบริเวณอ่าวไทย โดยการนำระบบนิเวศมาใช้รับมือผลกระทบ พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูล กลไกทางการเงิน และมาตรการจูงใจทางการคลังเพื่อรองรับการดำเนินงานในระยะยาว
ยุทธศาสตร์การบูรณาการและการรับมือภัยพิบัติ
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุถึงทิศทางเชิงนโยบายว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการบูรณาการภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสอดประสานการใช้ทรัพยากรและงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โดยเน้นย้ำว่าการรับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศจะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนานโยบายและการปฏิบัติทั้งในระดับประเทศ ระดับภาคส่วน และระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม





