วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2569

Login
Login

เหตุฝนแช่ 30 ชั่วโมง 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ทำทะเลเดือด ไอน้ำสะสมสูงเป็นประวัติการณ์

ฝนแช่กรุงนานกว่า 30 ชั่วโมง จากกลุ่มเมฆฝนหมุนวนค้างในพื้นที่ ประกอบกับ ซูเปอร์เอลนีโญดันอุณหภูมิน้ำทะเลสูง เพิ่มการระเหยจนไอน้ำในบรรยากาศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ น้ำทะเลหนุนสูง ซ้ำเติม ทำให้ระบายน้ำออกจากเมืองได้ยาก

KEY POINTS

  • ฝนแช่กรุงกว่า 30 ชั่วโมง จากกลุ่มเมฆฝนหมุนวนค้าง ทำให้ฝนตกต่อเนื่องและคาดการณ์ยาก
  • ซูเปอร์เอลนีโญทำทะเลร้อน เร่งการระเหย ส่งผลให้ไอน้ำในบรรยากาศสูงเป็นประวัติการณ์
  • น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำเติม ขวางการระบายน้ำออกจากพื้นที่เมือง

กรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบกำลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง โดย "ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผ่านรายงานสถานการณ์ว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากปรากฏการณ์เมฆฝนหมุนวนแช่ตัวเหนือพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ประกอบกับ ปริมาณไอน้ำในชั้นบรรยากาศโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ร่วมกับสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการระบายน้ำ

ปรากฏการณ์ ‘ฝนวนแช่’ คาดการณ์ยาก

"ผศ.ดร.ธรณ์" ระบุว่า สภาพฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ภาคตะวันออก และจังหวัดโดยรอบ เกิดจากลักษณะของกลุ่มเมฆฝนที่หมุนวนและแช่ตัวอยู่กับที่ จากการสังเกตการณ์ผ่านระบบเรดาร์ตรวจอากาศ พบว่ากลุ่มเมฆฝนมีลักษณะหมุนวนวนเวียนเหนือพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างจากพายุหมุนทั่วไปที่จะเคลื่อนตัวเข้าและออกตามทิศทางที่ชัดเจน

"ปรากฏการณ์ฝนวนแช่ในลักษณะนี้ส่งผลให้การพยากรณ์อากาศทำได้ยากยิ่ง และไม่สามารถระบุแนวทิศทางเคลื่อนตัวหรือกำหนดเวลาที่ฝนจะหยุดตกได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก"

ไอน้ำมหาศาล ผลพวงซูเปอร์เอลนีโญ และภาวะโลกร้อน

ในมิติของปัจจัยทางภูมิอากาศ "ผศ.ดร.ธรณ์" อธิบายว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมมหาศาลเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนจัดอันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอน้ำเข้าสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมาก ส่งผลให้ปริมาณไอน้ำในชั้นบรรยากาศทั่วโลก ณ ปัจจุบัน พุ่งสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์

ประกอบกับเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาถูกบันทึกว่าเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ทางภูมิอากาศ เมื่ออุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้บรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้เพิ่มขึ้นถึง 7%

น้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติ ซ้ำเติมอุปสรรคการระบายน้ำ

นอกจากปริมาณฝนสะสมแล้ว กระบวนการระบายน้ำยังเผชิญอุปสรรคสำคัญจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ลมพายุและหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่วมกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ได้อัดน้ำเข้าหาชายฝั่ง ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลในช่วงหนุนสูงมีระดับสูงผิดปกติ

"ผศ.ดร.ธรณ์" ชี้ว่า ช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 04.00–05.00 น.) และช่วงเย็น (ประมาณ 17.00–18.00 น.) ซึ่งเป็นช่วงน้ำขึ้นสูงสุด สภาวะน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกตินี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำออกจากเขตเมือง เช่น บริเวณถนนเอกมัย ทำให้ระบายน้ำได้ล่าช้าและทะลักเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย จนต้องเร่งสูบน้ำและใช้กระสอบทรายเข้ารับมือ

ข้อแนะนำการรับมือและแนวโน้มสถานการณ์

สำหรับแนวทางการรับมือ ประชาชนได้รับการแนะนำให้ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดเกือบทุกชั่วโมง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังตามคำเตือนของกรุงเทพมหานคร และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

"ผศ.ดร.ธรณ์" ประเมินแนวโน้มว่า สถานการณ์ฝนตกหนักน่าจะเริ่มทยอยดีขึ้นในช่วงวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำคืนนี้ถึงวันพรุ่งนี้ ประชาชนยังคงต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเฝ้าระวังช่วงน้ำทะเลหนุนสูงเพื่อเตรียมพร้อมรับมืออย่างทันท่วงที