ผู้เชี่ยวชาญชี้โอกาสเกิดมหาอุทกภัยซ้ำรอยปี 2554 แทบเป็นไปไม่ได้ เหตุน้ำเหนือน้อยกว่า สภาพอากาศเป็นเอลนีโญ และยังไม่มีพายุเข้าไทยโดยตรง แต่เตือนเฝ้าระวัง“เรนบอมบ์” ฝนหนักเฉพาะจุด เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำรอการระบายในเมือง
KEY POINTS
- 2 ผู้เชี่ยวชาญ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ และ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ชี้โอกาสเกิดมหาอุทกภัยซ้ำรอยปี 2554 ปีนี้ แทบเป็นไปไม่ได้
- ปีนี้ต่างจากปี 2554 ทั้ง "เอลนีโญ" น้ำเหนือน้อยกว่ากว่าเท่าตัว และยังไม่มีพายุเข้าไทยโดยตรง
- เตือนเฝ้าระวัง "เรนบอมบ์" ฝนหนักเฉพาะจุดจากโลกร้อน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำรอการระบายในเมือง
โอกาสที่ปี 2569 ประเทศไทยจะเกิดมหาอุทกภัยรุนแรงซ้ำรอยปี 2554 หรือไม่? จากการประเมินสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศล่าสุด โดย 2 นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม "รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์" ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญคณะทำงาน IPCC และ "ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่างยืนยันว่าโอกาสเกิดอุทกภัยใหญ่ระดับปี 2554 ในปีนี้ "แทบเป็นไปไม่ได้" เนื่องจากปัจจัยทางภูมิอากาศ ปริมาณน้ำเหนือ และพื้นที่น้ำท่วมต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยน้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคตะวันตก ตลอดจนปรากฏการณ์ "ฝนตกหนักเฉพาะจุด" (Rain Bomb) ในเขตเมืองอย่างใกล้ชิด
ฝนเคลื่อนสู่ตะวันตก ระวังฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร
"รศ.ดร.เสรี" ระบุว่า จากการอัปเดตสถานการณ์ของศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พบว่าปริมาณฝนตกสะสมในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (25–26 กันยายน) สูงเกินกว่า 300 มิลลิเมตรในหลายพื้นที่ โดยในวันที่ 26 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เน้นไปที่พื้นที่ภาคตะวันตกและบางจังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม ชัยนาท นครสวรรค์ ตาก และกำแพงเพชร
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดตราดและจันทบุรี เผชิญฝนตกปานกลางถึงหนักในช่วงเช้า ก่อนจะเริ่มเบาลงในช่วงบ่าย
ทั้งนี้ ปริมาณฝนทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเป็นต้นไป ยกเว้นภาคตะวันตกที่ยังคงมีฝนตก ก่อนจะเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 28 กันยายน โดยจะเหลือเพียงบางพื้นที่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือตอนบนเท่านั้น
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา น้ำเหนือน้อยกว่าปี 54 กว่าเท่าตัว
ด้านสถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานได้แจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นเป็นประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเริ่มมีน้ำท่วมขังเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม "รศ.ดร.เสรี" ยืนยันว่าเหตุการณ์มหาอุทกภัยระดับปี 2554 จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากสัญญาณสำคัญของการเกิดมหาอุทกภัยคือปริมาณน้ำหลากล้นคันกั้นน้ำจากน้ำเหนือ
ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่เคยสูงถึง 4,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่ายังต่างกันมาก
ภาครัฐขาดการประเมินความเสี่ยง
"รศ.ดร.เสรี" เน้นย้ำถึงจุดประสงค์ของการออกมาให้ข้อมูลว่า ต้องการให้สังคมเกิดความตระหนักรู้แต่ไม่ตระหนกตกใจ พร้อมทั้งสะท้อนถึงปัญหาด้านการบริหารจัดการและการแจ้งเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
"ภาพฉายพื้นที่น้ำท่วมที่ศูนย์ฯ เคยโพสต์ไปยังคงมีเหตุมีผล หลายหน่วยงานขาดการประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงของสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนประชาชนจึงเป็นเช่นนี้เอง"
นอกจากนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายเส้นทาง "รศ.ดร.เสรี" ได้ตั้งคำถามถึงความพร้อมในการระบายน้ำและความชัดเจนในการสื่อสารกับประชาชน
"วางแผนการเดินทางวันนี้ น้ำท่วมรอการระบายหลายเส้นทางใน กทม. และปริมณฑล การเร่งระบายน้ำมีความสำคัญสูงสุด เครื่องสูบน้ำเพียงพอหรือไม่ ? มีหน่วยงานใดแจ้งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้บ้าง ?"
ข้อมูลเปรียบเทียบ 3 ปัจจัย
ด้าน "ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า ปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่คอยไล่ท่วมทีละจังหวัดตั้งแต่ภาคเหนือลงมาจนถึงกรุงเทพมหานครเหมือนปี 2554 นั้น "แทบเป็นไปไม่ได้" โดยเปิดเผยข้อมูลสถิติเปรียบเทียบ 3 ประการหลัก ได้แก่
สภาวะภูมิอากาศ: ปี 2554 ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานีญาตั้งแต่ครึ่งปีแรก ส่งผลให้ฝนตกเร็วกว่าปกติ โดยสถิติปริมาณฝนในเดือนมีนาคมและเมษายนสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 เท่า ในทางกลับกัน สภาพอากาศในปีปัจจุบันอยู่ภายใต้ปรากฏการณ์เอลนีโญ และกำลังพัฒนาเข้าสู่ "ซูเปอร์เอลนีโญ"
สถิติพายุ: ปี 2554 มีพายุหมุนเขตร้อน ทั้งพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น พัดเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงถึง 5 ลูก ขณะที่ปีนี้ยังไม่มีพายุหมุนเขตร้อนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยเลยแม้แต่ลูกเดียว
พื้นที่น้ำท่วมสะสม: ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมจากดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยสถิติในเดือนสิงหาคม ปี 2554 มีรายงานพื้นที่น้ำท่วมสะสมรวม 5.7 ล้านไร่ ขณะที่เดือนสิงหาคมของปีนี้ มีรายงานพื้นที่น้ำท่วมยังไม่ถึง 400,000 ไร่ ซึ่งน้อยกว่าปี 2554 ถึงกว่า 10 เท่าตัว
"เรนบอมบ์" ฝนตกหนักเฉพาะจุดจากภาวะโลกร้อน
อย่างไรก็ตาม "ผศ.ดร.ธรณ์" บอกว่า แม้จะไม่เกิดมหาอุทกภัยขนาดใหญ่ แต่ลักษณะฝนในปีนี้จะเป็นการตกหนักเป็นจุด ๆ หรือ "เรนบอมบ์" ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำรอการระบาย สาเหตุทางวิทยาศาสตร์เกิดจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลร้อนขึ้น ส่งผลให้อัตราการระเหยของน้ำเพิ่มขึ้น โดยไอน้ำในชั้นบรรยากาศจะเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 องศาเซลเซียส
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด จึงมักเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยงทางภูมิศาสตร์หรือพื้นที่ที่เป็นแอ่งระบายน้ำยาก เช่น เมืองพัทยา และหลายเขตในกรุงเทพมหานคร
เรดาร์ฝนและแอปพลิเคชันรับมือฝน-น้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และบริเวณรอบกรุงเทพมหานคร รวมถึงมีปริมาณน้ำท่าสะสมในบางจังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา และปราจีนบุรี
"ภาวะโลกร้อน มันก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศ และฝนยิ่งทำนายใกล้เท่าไหร่ มันก็ยิ่งแม่นยำเท่านั้น"
ดังนั้น การเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือการเพิ่มทักษะการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง โดยการดู เรดาร์ฝน เพื่อคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 2–3 ชั่วโมง รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันและเว็บไซต์พยากรณ์อากาศที่น่าเชื่อถือ เช่น windy.com, thaiwater.net และข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยา





