“ทวีปยุโรป” กำลังเผชิญกับฤดูร้อนรุนแรงและภัยแล้งที่ยาวนานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายลดระดับลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะ “แม่น้ำดานูบ” ซึ่งเป็นแม่น้ำยาวอันดับสองของยุโรปที่ไหลผ่าน 10 ประเทศ ที่มีปริมาณน้ำลดต่ำลงเป็นประวัติศาสตร์ จนเผยให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำมานานหลายศตวรรษ
ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศฮังการี หน่วยงานพยากรณ์น้ำแห่งชาติวัดระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ ได้เพียง 23 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าสถิติต่ำสุดเดิมที่ 33 เซนติเมตร ที่เคยบันทึกไว้ในปี 2018 ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อัตราการระเหยของน้ำรวดเร็วกว่าปรกติ
เมื่อระดับน้ำลดลง เผยให้เห็นถึงหลักฐานทางโบราณคดีที่ซ่อนอยู่ใต้แม่น้ำสายนี้ ในเมืองรูเซ ทางภาคเหนือของประเทศบัลแกเรีย ค้นพบ “ซากแมมมอธโบราณ” ซึ่งประกอบด้วยขากรรไกรล่าง งา 2 กิ่ง และซี่โครง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อยืนยันข้อมูล
เครดิตภาพ: Lyuboslav Yordanov/Slivo pole municipality/Handout via REUTERS
นอกจากนี้ ในประเทศเซอร์เบียยังค้นพบ “ซากเรือรบนาซี” ที่จมอยู่ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ในประเทศโครเอเชีย ระดับน้ำที่ลดลงได้เปิดเผยโครงสร้างของเรือขนส่งสินค้าชื่อ “ฟูลตัน” ซึ่งอับปางลงในปี 1937 ขณะขนถ่านหินไปตามแม่น้ำ
เครดิตภาพ: REUTERS/Antonio Bronic
ขณะที่ เมืองวิแชกราด ประเทศฮังการี ค้นพบวัตถุหินทรงกลมที่เชื่อว่าเป็น กระสุนปืนใหญ่โบราณหรือเครื่องยิงหิน จากการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์กษัตริย์แมทเทียส ระบุว่า วัตถุนี้อาจมีอายุย้อนไปได้ถึง 400 ปี หรืออาจนานถึง 2,000 ปี ตั้งแต่ยุคโรมัน ซึ่งเคยมีป้อมปราการตั้งอยู่ในบริเวณนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ของกรุงบูดาเปสต์ ต้องปิดพื้นที่บริเวณสะพานมาร์กาเร็ต หลังจากระดับน้ำที่ลดลงเผยให้เห็นระเบิดจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จมอยู่ใต้น้ำ
วัตถุหินทรงกลมที่เชื่อว่าเป็น กระสุนปืนใหญ่โบราณ ในแม่น้ำดานูบ
เครดิตภาพ: olvasónktól
เมื่อระดับน้ำลดต่ำลง ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก เรือสำราญหลายลำต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในประเทศบัลแกเรีย ตำรวจต้องเข้าอพยพนักท่องเที่ยว 186 คนจากเรือสำราญ ไวกิ้ง อุลเลอร์ เนื่องจากระดับน้ำตื้นเกินกว่าจะเดินเรือได้ จนเกยตื้นบนเนินทรายใกล้เมืองวิดิน
สถานการณ์ในเมืองโนวีซาด ประเทศเซอร์เบียกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ ถดถอยออกจากแนวตลิ่งเดิมไปไกลถึง 15-20 เมตร ทำให้เรือเล็กและเรือขนส่งจำนวนมากต้องจอดอยู่บนฝั่งที่แห้งผาก สิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยวทางน้ำในปีนี้ได้สิ้นสุดลงเร็วกว่ากำหนด
ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านในเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือเพียงประมาณ 33% ของค่าเฉลี่ยปรกติ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค กระทรวงคมนาคมและการลงทุนของฮังการี ระบุว่าเรือขนส่งสินค้าเกือบทั้งหมดต้องหยุดดำเนินงานในบางช่วงของแม่น้ำ
เครดิตภาพ: Inquam Photos/George Calin
ขณะที่ระดับน้ำในบางจุดของโรมาเนียต่ำกว่าระดับที่สามารถเดินเรือได้ถึง 1 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามเร่งขุดลอกร่องน้ำ เพื่อให้สามารถรักษาเส้นทางเดินเรือที่แคบลงได้บ้างและป้องกันไม่ให้การคมนาคมถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
ภาคพลังงานก็ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นกัน เนื่องจากน้ำในแม่น้ำดานูบถูกใช้ในการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลายแห่ง เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์พากส์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของฮังการี ต้องเตรียมปิดการดำเนินงานทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี เนื่องจากระดับน้ำที่ต่ำเกินไปทำให้ไม่สามารถหล่อเย็นระบบได้
นายกรัฐมนตรีปีเตอร์ มอดยาร์ แห่งฮังการี ออกแถลงการณ์เตือนถึงสภาวะวิกฤติพลังงานที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งร้องขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงจากการปิดโรงไฟฟ้าครั้งสำคัญนี้
แม่น้ำดานูบแห้งจนสามารถเดินได้
เครดิตภาพ: Octav Ganea via REUTERS
เช่นเดียวกับโรมาเนีย ที่จำเป็นต้องปิดเตาปฏิกรณ์หน่วยที่หนึ่งที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์นาโวดา ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และอาจต้องปิดเตาปฏิกรณ์หน่วยที่สองเพิ่มเติม หากสถานการณ์น้ำยังไม่ดีขึ้น
เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ ต่างออกมาเตือนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นร่องรอยที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจน โดยระบุว่าเหตุการณ์ความร้อนจัดที่ดึงความชื้นออกจากดินและแม่น้ำเช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมถึง 80 เท่า เมื่อเทียบกับยุคก่อนที่มนุษย์จะเริ่มใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
นอกจากวิกฤติน้ำและพลังงานแล้ว คลื่นความร้อนในยุโรปยังส่งผลกระทบต่อชีวิตโดยตรง โดยสถาบันโรเบิร์ต คอค ในเยอรมนีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูงถึง 9,800 รายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ฤดูร้อนที่แห้งแล้งและรุนแรงเช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องปรกติในอนาคต หากโลกยังไม่สามารถลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซได้อย่างรวดเร็ว ภัยแล้งที่แม่น้ำดานูบจึงเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญ ถึงความเปราะบางของระบบนิเวศและเศรษฐกิจท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก
ที่มา: AP News, BBC, CNN, DW, Euro News
แม่น้ำดานูบแห้งขอด
เครดิตภาพ: REUTERS/Zorana Jevtic



