นิทรรศการ SIAM FOSSIL ณ อุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของอีสานใต้ในฐานะดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาที่สำคัญของเอเชีย
โดยเน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการจัดแสดงฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์และไม้กลายเป็นหินที่ค้นพบในพื้นที่แถบภูเขาไฟโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงโครงกระดูกของยายตุ้มช้างสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณชาวกูยที่มีอายุขัยถึง 120 ปี เพื่อเชื่อมโยงวิถีชีวิตระหว่างคนกับช้างจากอดีตสู่ปัจจุบัน
กิจกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือของลูกหลานอีสานและภาคีระดับประเทศ ได้แก่ อุทยานเรียนรู้ เพ ลา เพลิน ท่าพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ไทยโนซอร์ พิพิธภัณฑ์สนามบินสุโขทัย พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 3 สำนักงาน บุรีรัมย์-สุรินทร์-โคราช ที่มาร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราว เพื่อยกระดับให้ “เส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม-ดินแดนภูเขาไฟ-เมืองช้าง” กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าและกระตุ้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนวิชาวิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องสนุกและยกระดับภูมิภาคอีสานใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวและเยาวชนตลอดปี 2569 นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ทำไมตัวเลข 'เด็กพิเศษ'พุ่งสูง?..เมื่อความต่างต้องการความเข้าใจมากกว่ารักษา
'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!
ประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัด การ เพ ลา เพลิน เปิดเผยถึงเบื้องหลังและแรงบันดาลใจสำคัญว่า “หัวใจของเพ ลา เพลิน ไม่ใช่แค่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่คือการเป็น ‘พื้นที่แห่งโอกาสในการเรียนรู้’ เรามีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ แรงบันดาลใจในการจัดนิทรรศการ SIAM FOSSIL ครั้งนี้ เกิดจากการที่เราอยากลบภาพจำวิชาวิทยาศาสตร์ที่ดูยากและน่าเบื่อในห้องเรียน ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและจับต้องได้ เราอยากเห็นเด็กไทยตื่นตาตื่นใจกับรากเหง้าของแผ่นดินเกิด อยากให้เขาภูมิใจว่าบ้านของเขาคือขุมทรัพย์ทางธรณีวิทยาของโลก
ภายในนิทรรศการจะมีเรื่องราว ย้อนรอยตำนาน “เมืองช้าง” สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย สู่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์เรื่องของฟอสซิลช้างบนแผ่นดินภูเขาไฟอีสานใต้ นิทรรศการนี้จะพาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่ความมหัศจรรย์ของ “อีสานใต้” (บุรีรัมย์ - สุรินทร์ - นครราชสีมา) พื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางทางธรณีวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญของเอเชีย จากอดีตย้อนกลับไปนับล้านปี พื้นที่แถบนี้คือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และป่าดึกดำ บรรพ์บนดินแดนภูเขาไฟ เป็นบ้านของ “ช้างดึกดำบรรพ์” หลากหลายสายพันธุ์ที่วิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน
หลักฐานคือฟอสซิลช้างและไม้กลายเป็นหินจำนวนมหาศาลที่ค้นพบในพื้นที่ สู่ปัจจุบัน สายใยแห่งเผ่าพันธุ์ยังคงสืบทอดมาสู่ “ช้างไทย” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่สุรินทร์และบุรีรัมย์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองช้าง” ซึ่งมนุษย์และช้างอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกลายเป็นวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการส่งเสริมทัศนคติเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งแก่นของวัฒนธรรมประเพณี และความสมดุลทางธรรมชาติ และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้นยังมี “พังตุ้ม” ตัวแทนจิตวิญญาณแห่งเมืองช้าง ไฮไลต์สำคัญที่สุดของการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน คือการจัดแสดงโครงกระดูก “ยายตุ้ม” (พังตุ้ม) ช้างเชือกสำคัญที่สิ้นบุญตอนอายุ 120 ปี จากวัดป่าอาเจียง จ.สุรินทร์ ยายตุ้มคือสัญลักษณ์ของ “ช้างต่อ” ผู้กล้าหาญที่เคยทำหน้าที่ในป่าลึก และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกูย การนำสรีระยายตุ้มมาจัดแสดงท่ามกลางฟอสซิลบรรพบุรุษ คือการประกาศก้องว่า “ตำนานช้างไทยไม่มีวันตาย” แต่ยังคงมีลมหายใจอยู่ในวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรม “ตุ้มโฮม” ของคนอีสานใต้สืบต่อไป





