เด็กไทยผงาดเวทีโอลิมปิก AI โลก! Harbour.Space@UTCC ถอดโมเดลปั้น ‘Deep Tech Talent’ ผนึกบิ๊กคอร์ปดันไทยสู่ฮับภูมิภาค
ท่ามกลางกระแสการแข่งขันอย่างดุเดือดในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรชี้วัดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ล่าสุด ตัวแทนเยาวชนไทยได้สร้างประวัติศาสตร์และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีการแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ ด้วยการคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน โอลิมปิกปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก ครั้งที่ 3 (International Olympiad in Artificial Intelligence: IOAI 2026) ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน และรายการระดับภูมิภาค Asia-Pacific Olympiad in Artificial Intelligence (APOAI 2026) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'UTCC' ตัวจริง AI-First! โชว์โมเดล Agentic AI มาตรฐานโลก
'วันผู้สูงอายุสากล' ชวนเพิ่ม Healthspan เสริมภูมิคุ้มกัน ลดเสี่ยงโรครุนแรง
ซิวเหรียญเงิน-ทองแดง เวทีโอลิมปิก AI โลก
การแข่งขันโอลิมปิกปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ (IOAI) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมประชันทักษะถึง 466 คน จาก 108 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ส่งผลให้ IOAI ก้าวขึ้นเป็นเวทีโอลิมปิกวิชาการที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (IMO)
สำหรับโจทย์การแข่งขัน มุ่งเน้นการสอนให้ระบบคอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้ขั้นสูง (Machine Learning), ความสามารถในการทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) และระบบการมองเห็นของคอมพิวเตอร์ (Computer Vision) ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องประยุกต์ใช้วิทยาการคอมพิวเตอร์ การเขียนโค้ดขั้นสูง และตรรกะคณิตศาสตร์เชิงลึกภายใต้ความกดดันของเวลาที่จำกัด
ผลการแข่งขันประเภทบุคคลปรากฏว่า 2 นักศึกษาทุนเต็มจำนวนจากสถาบัน Harbour.Space@UTCC มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาครองได้สำเร็จ คือ นายคุณากร ไชยรา (เรน) ศิษย์เก่าโครงการ วมว. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ได้รับ เหรียญเงิน APOAI 2026 และ รางวัลชมเชย (Honorable Mention) จากเวที IOAI 2026 นายภูตะวัน โพธิ์ขาว (ไบต์) ศิษย์เก่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้รับ เหรียญทองแดง APOAI 2026
ก่อนการลงแข่งขัน ทั้งสองคนได้รับการฝึกอบรมร่วมกับสถาบัน Leagues of Code และ Harbour.Space@UTCC โดยมี นายเวทิต กัลย์จรัส ทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอน พร้อมทั้งเดินทางไปเข้าค่ายเก็บตัวระดับสากล Tenerife Summer Camp 2026 ณ หมู่เกาะคานารี ประเทศสเปน
จับมือบิ๊กเทคเรียนแบบ ‘โมดูลเข้มข้น’
ดร.พันธิตรา ปัทมานนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน Harbour.Space@UTCC กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า หากเด็กไทยได้รับโอกาส ได้เข้าถึงผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญตรงจุด และมีระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง เยาวชนไทยก็พร้อมยืนหยัดอยู่แถวหน้าของเวทีเทคโนโลยีระดับโลกได้เช่นกัน
“แนวคิดของเราเริ่มต้นจากการค้นหาเด็กที่มีศักยภาพสูงและมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนตั้งแต่ต้น จัดกระบวนการเรียนการสอนเป็น ‘โมดูลเข้มข้น’ (Intensive Module) วิชาละประมาณ 3 สัปดาห์ ร่วมกับผู้สอนที่กำลังทำงานและสร้างเทคโนโลยีจริงอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เนื้อหาจึงมีความลึก ทันสมัย และเข้มข้นพอที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขันระดับสากลและการทำงานจริง”
ด้าน นายภูตะวัน โพธิ์ขาว ผู้ได้รับเหรียญทองแดง APOAI 2026 กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากความสนใจด้าน Machine Learning แต่ไม่รู้ว่าในภาคอุตสาหกรรมจริงเขานำไปสร้างโซลูชันกันอย่างไร จึงเริ่มศึกษาคณิตศาสตร์และตรรกะเบื้องหลังอย่างจริงจังด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์มอย่าง YouTube หรือการสอบถามโมเดล AI ทั่วไป สามารถช่วยให้เข้าใจได้เพียงระดับพื้นฐานถึงระดับกลางเท่านั้น แต่ความรู้และเนื้อหาเชิงลึกระดับที่ใช้แข่งโอลิมปิกหาได้ยากมาก แม้จะเป็นตำราภาษาอังกฤษก็ตาม การได้เข้ามาเรียนที่ สถาบัน Harbour.Space@UTCC ช่วยเติมเต็มช่องว่างส่วนนี้ ทำให้เข้าใจหลักการทำงานในระดับลึก จนสามารถนำมาแก้โจทย์และคว้าเหรียญรางวัลมาได้
ตลาดโลกต้องการ ‘ผู้สร้าง’AI’
ดร.พันธิตรา กล่าวเพิ่มเติมกับ“กรุงเทพธุรกิจ” ถึงโจทย์สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยในยุคปัจจุบันว่า ทิศทางในอนาคตไม่ได้อยู่ที่การเปิดหลักสูตรใหม่หรือสาขาใหม่เท่านั้น แต่อยู่ที่การปรับ “วิธีการสร้างคน” ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงกลุ่มทักษะและความรู้ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาอย่างเร่งด่วน ได้แก่ Artificial Intelligence (AI), Computer Science, Data Science, Cybersecurity และ Deep Technology ควบคู่ไปกับทักษะด้าน Product Design และ Entrepreneurship
“ตลาดแรงงานโลกในยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่คนที่ใช้โปรแกรม AI สำเร็จรูปเป็น แต่ต้องการคนที่มีรากฐานด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics), โครงสร้างอัลกอริทึม (Algorithms), วิทยาการคอมพิวเตอร์ และทักษะการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ (Problem Solving) ที่แข็งแรงมากพอที่จะเข้าใจเทคโนโลยีในระดับลึก และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของตนเองขึ้นมาได้”
ขณะเดียวกัน การมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในเชิงเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ต้องสามารถแปลงเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ (Product), รูปแบบธุรกิจ (Business) และนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและแข่งขันได้ในระดับสากล สถาบัน Harbour.Space@UTCC ออกแบบหลักสูตรในลักษณะผสมผสาน “Tech + Design + Entrepreneurship” โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างบัณฑิตที่สามารถแข่งขันกับ Talent ระดับโลก สามารถสร้างนวัตกรรม ก่อตั้งธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
ตั้งเป้าหมาย ‘Regional Talent Hub’
ที่ผ่านมานักศึกษาสถาบัน Harbour.Space@UTCC ผ่านเวทีการแข่งขันเทคโนโลยีและสตาร์ทอัป ทั้งในและต่างประเทศ อาท ICPC Thailand National Competition 2024 ทีมนักศึกษา สถาบัน Harbour.Space@UTCC คว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทย
IBM Call for Code Global Challenge 2021 โครงการ “Well Well” ซึ่งนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์และค้นหาแหล่งน้ำสะอาด พัฒนาโดยนักศึกษาปริญญาโท Data Science ของสถาบันฯ ได้รับคัดเลือกเป็น University Finalist ในระดับโลก
Global Student Entrepreneur Awards (GSEA) ส่งตัวแทนนักศึกษาสาขา High-Tech Entrepreneurship เข้าร่วมประชันแผนธุรกิจระดับนานาชาติ
ICPC World Finals (Luxor, Egypt)ทีมจาก สถาบัน Harbour.Space Barcelona Campus สามารถคว้าเหรียญทอง จบอันดับ 4 ของโลก และครองอันดับ 1 ของทวีปยุโรป
ยุทธศาสตร์ก้าวต่อไปของสถาบันฯ คือการยกระดับไปสู่การเป็น “Talent Hub” ที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการศึกษา เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ผ่าน 3 เสาหลัก สร้าง Global Talent ในประเทศไทย ดึงดูดผู้เรียนที่มีศักยภาพสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาศึกษาและทำงานร่วมกันในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและการแข่งขันในระดับสากล
เชื่อมการศึกษากับภาคธุรกิจตั้งแต่วันแรก ขับเคลื่อนโมเดล Learn & Earn โดยให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาทักษะ มอบทุนการศึกษา และนำโจทย์ทางธุรกิจจริงมาให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติระหว่างเรียน
ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลาง Deep Tech Entrepreneurship สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาโซลูชันจากประเทศไทยออกสู่ตลาดโลก
ผนึกบิ๊กเทคโลก-ทุนใหญ่ไทย เชื่อม Ecosystem
สถาบัน Harbour.Space@UTCC ดำเนินงานภายใต้โครงการ Higher Education Sandbox ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ AI-First University ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ 3 ปี และปริญญาโทนานาชาติ 1-2 ปี ที่นำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจระดับโลกมาเชื่อมต่อกับไทยโดยตรง
ปัจจุบัน มีเครือข่ายอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมากกว่า 350 คน จาก 22 ประเทศ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานจริงในอุตสาหกรรมเฉลี่ยกว่า 15 ปี ครอบคลุมองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Google, Amazon Web Services (AWS), Alibaba Cloud, Databricks, Kaspersky, The Trade Desk รวมถึง Mikhail Mirzayanov ผู้ก่อตั้ง Codeforces แพลตฟอร์มการแข่งขัน Competitive Programming ชื่อดังระดับโลก หมุนเวียนเข้ามาสอนในแต่ละโมดูลอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงร่วมมือกับกลุ่มทุนและบริษัทชั้นนำในประเทศไทยในลักษณะ Industry–Education Partnership ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนทุนการศึกษา การแก้โจทย์ธุรกิจจริง ไปจนถึงการ Upskill และ Reskill ให้กับบุคลากรในองค์กร โดยมีพันธมิตร อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group), บี.กริม (B.Grimm), ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารออมสิน, เอสซีจี (SCG), กลุ่มมิตรผล, ทีเคไอ เพอร์เพทชวล (TKI Perpetual), เมืองไทยประกันชีวิต, บิซิเนส ออนไลน์ (BOL), สกาย ไอซีที (SkyICT) และกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS)
“มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่สอนหนังสือ แต่ยกระดับสู่การเป็น Platform ที่ผสานพลังระหว่าง Global Knowledge + Thai Talent + Industry เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”





