วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569

Login
Login

โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย รับคลื่นลงทุน 9 แสนล้านต้องพึ่งเทคโนโลยีมูลค่าสูง

คลื่นลงทุน 9 แสนล้านโจทย์ใหม่ไทย “อธิการบดี MUI” ชี้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ถือเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ต้องขยับจากฐานผลิต สู่เทคโนโลยีมูลค่าสูง

ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่โจทย์สำคัญในระยะถัดไปไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานและเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ หากอยู่ที่การยกระดับฐานอุตสาหกรรมจากกิจกรรมการผลิตไปสู่เทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมสร้างองค์ความรู้และกำลังคนภายในประเทศให้เติบโตไปพร้อมกับการลงทุน

รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมและระบบนิเวศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องราว 880 โครงการ มูลค่ารวมใกล้ 900,000 ล้านบาท โดยประมาณหนึ่งในสามเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์และการประกอบแผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB และ PCBA สะท้อนความแข็งแกร่งของไทยในฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ปลดล็อก AI ล้มยักษ์บนเวทีโลก เส้นทาง รร.แพทย์-เอกชน ครองตลาด MedTech

จากต้นน้ำ – ถึงปลายน้ำ ‘เซมิคอนดักเตอร์ไทย’ อยู่ตรงไหนใน 'ห่วงโซ่อุปทานโลก'

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ภานวีย์ มองว่า หากประเทศไทยยังคงมีบทบาทอยู่ในกิจกรรมปลายน้ำเป็นหลัก ผลตอบแทนในรูปมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศอาจยังไม่สูงเท่าที่ควร ดังนั้นทิศทางต่อไปจึงต้องขยับขึ้นไปสู่กิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบวงจรรวม หรือ IC Design, Advanced Packaging, Photonics รวมถึง Power Devices

รศ.ดร.ภานวีย์ กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยในอดีตคือฐานการผลิตและการประกอบ ซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานและประสบการณ์สะสมมาเป็นเวลานาน แต่ในระยะต่อไปการรักษาความสามารถในการแข่งขันไม่สามารถพึ่งพาเพียงความได้เปรียบด้านต้นทุนหรือปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งสำคัญคือการทำให้การลงทุนที่เข้ามาเชื่อมต่อกับการยกระดับเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่สามารถเพิ่มบทบาทในกิจกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

“การลงทุนสามารถดึงอุตสาหกรรมเข้ามาได้ แต่คำถามคือจะทำให้ยั่งยืนอย่างไร หากการเข้ามาเกิดจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือค่าแรงเพียงอย่างเดียว สิ่งที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนคือ Talent และ Knowledge Workforce ของเราเอง คนต้องมีทักษะมากขึ้น มีทักษะสูงขึ้น และต้องมีเครื่องมือเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นด้วย” รศ.ดร.ภานวีย์ กล่าว

โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย รับคลื่นลงทุน 9 แสนล้านต้องพึ่งเทคโนโลยีมูลค่าสูง

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของการพัฒนา Siam Silica ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศด้าน Semiconductor และ Advanced Electronics ภายใต้แนวคิด “Crafting Thailand Semiconductor and Advanced Electronics” ที่มุ่งสร้างขีดความสามารถของประเทศจากฐานของตนเอง

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญของการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า คือ “กำลังคน” โดยกรอบแผนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาวางเป้าหมายบุคลากรด้าน Semiconductor และ Advanced Electronics ประมาณ 80,000 คน ภายใน 5 ปี แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยต้องผลิตวิศวกรเซมิคอนดักเตอร์ใหม่ทั้งหมด 80,000 คน เนื่องจากอุตสาหกรรมต้องการกำลังคนหลายระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ช่างเทคนิค ไปจนถึงวิศวกรและบุคลากรทักษะสูง รวมถึงผู้ที่จบจากสาขาวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมอุตสาหการ และสาขาอื่นที่สามารถต่อยอดทักษะเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมได้

นอกจากนี้ ไทยยังมีฐานกำลังคนเดิมจากอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปประมาณ 200,000 คน ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้แรงงานส่วนหนึ่งสามารถได้รับการ Upskill และ Reskill เพื่อเคลื่อนเข้าสู่อุตสาหกรรม EV, Semiconductor และ Advanced Electronics ได้

โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย รับคลื่นลงทุน 9 แสนล้านต้องพึ่งเทคโนโลยีมูลค่าสูง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ซึ่งกำลังพัฒนาบทบาทจาก Training Center ไปสู่ Translational Center ที่ทำหน้าที่มากกว่าการฝึกอบรม โดยเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และโจทย์จากภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน ยังมีแผนขยายศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาคอีก 10 แห่ง ผ่านความร่วมมือกับภาคอาชีวศึกษา เพื่อให้การพัฒนากำลังคนกระจายเข้าใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของโรงงานแต่ละพื้นที่มากขึ้น

หนึ่งในเครื่องมือที่กำลังถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Siam Silica การสร้าง Workforce and Industry Platform ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมข้อมูลจากทั้งฝั่งกำลังคนและภาคอุตสาหกรรม โดยบุคลากรสามารถบันทึกข้อมูลการศึกษา การอบรม และทักษะที่ได้รับ ขณะที่บริษัทสามารถระบุตำแหน่งงานและทักษะที่ต้องการ ก่อนใช้ AI วิเคราะห์ระดับความสอดคล้องระหว่างสองฝั่ง ตัวอย่างเช่น หากบุคลากรมีทักษะตรงกับตำแหน่งงานหนึ่งประมาณ 60% ระบบจะสามารถระบุ Skill Gap ที่เหลือ และแนะนำว่าควรเพิ่มทักษะด้านใดหรือเข้าอบรมหลักสูตรใดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว

 

โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย รับคลื่นลงทุน 9 แสนล้านต้องพึ่งเทคโนโลยีมูลค่าสูง

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริหารโครงการจะสามารถใช้ข้อมูลจาก Dashboard เพื่อมองเห็นภาพรวมว่าอุตสาหกรรมต้องการทักษะใดเพิ่มขึ้น บุคลากรกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใด และหลักสูตรที่มีอยู่ตอบโจทย์ความต้องการจริงมากน้อยเพียงใด เช่น หากพบว่าความต้องการบุคลากรด้าน IC Design เพิ่มขึ้น แต่หลักสูตรที่มีอยู่ยังมีสัดส่วนต่ำ ระบบก็จะช่วยส่งสัญญาณให้เครือข่ายการศึกษาปรับหลักสูตรหรือเชื่อมความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศเพื่อเติมองค์ความรู้ให้เร็วขึ้น

รศ.ดร.ภานวีย์ มองว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระยะต่อไปจึงไม่ควรวัดเพียงจำนวนโรงงานหรือมูลค่าการลงทุน แต่ควรมองว่าฐานการผลิตในประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงขึ้นได้มากเพียงใด

ในระยะยาว การเชื่อมโยงนโยบายการลงทุน การพัฒนากำลังคน งานวิจัย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่า คลื่นการลงทุนใน Semiconductor และ Advanced Electronics ที่กำลังเกิดขึ้นจะเป็นเพียงจังหวะการย้ายฐานการผลิต หรือจะกลายเป็นฐานการเติบโตใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน