วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG

ธุรกิจร้านดอกไม้ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูกมองว่าสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในมุมของคนทำธุรกิจจะอยู่รอดได้ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและพร้อมจะปรับตัวจากรากฐาน “เรือนบุษบา”ร้านดอกไม้ระดับพรีเมียมที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีได้ปรับตัว สู่การเป็นต้นแบบ “Regenerative Flower Service” ฟื้นฟู ตั้งแต่การดูแลสุขภาพของพนักงานที่ต้องเผชิญกับสารเคมีและฝุ่นละออง ไปจนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ผ่านโครงสร้างการดำเนินงาน 12 ข้อที่เป็นหัวใจสำคัญของร้านในปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

SMEs ไทยจากฐานผลิต 'ชิ้นส่วนยานยนต์' สู่ 'Medical Manufacturing Hub'

‘โรคไต’ ภัยเงียบเศรษฐกิจไทย CheCKD Now รับมือก่อนสายเกินแก้

'ดีไซน์' คือทางออกของต้นทุนและขยะ

“บิ๊ก-ปณิธาน” ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงเส้นทางการเดินทางของ “เรือนบุษบา”ว่าเริ่มจากประสบการณ์การทำงานพาร์ตไทม์ในร้านดอกไม้ที่แมนฮัตตัน นิวยอร์ก ในปี 2002 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 5-6 เดือนที่หล่อหลอมมุมมองการจัดการดอกไม้แบบสากล  ก่อนจะกลับมาเปิดร้านในไทยอย่างเป็นทางการในปี 2003 จากจุดเริ่มต้นที่เน้นการสร้าง “The New Flower Experience” ในย่านหลังสวน สู่การยกระดับเป็น “The Finest Flower Service” ที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่ม Luxury Brand และ Corporate ระดับสูง

โดยจุดเปลี่ยนของเรือนบุษบานั้นเกิดขึ้นในช่วงปี 2023-2024 เกิดจากความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกคู่ค้าโดยใช้ ESG Score เป็นตัวตัดสิน จนนำไปสู่การที่เรือนบุษบาตัดสินใจเข้าสู่ระบบการประเมิน EcoVadis มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

เรือนบุษบา ซึ่งมีรายได้กว่า 80% มาจากกลุ่ม Corporate และ Luxury Brand ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความยั่งยืน ปัจจุบันเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้า (Vendor Selection) ของแบรนด์ระดับโลกให้คะแนนด้าน ESG (Environment, Social, Governance) สูงถึง 30% ในขณะที่เรื่องราคาถูกให้ความสำคัญเพียง 15-20% เท่านั้น เรือนบุษบาก็ต้องปรับและเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้า

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG

ปัจจุบัน ได้มีการทำ Signature Bag และFashion Box จดสิทธิบัตร “กระเช้ากระดาษ” แก้ปัญหาความหนักและราคาที่สูงลิ่วของแจกันคริสตัลนำเข้า โดยเปลี่ยนมาใช้กระดาษที่มีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และพัฒนาสู่มาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ในปัจจุบัน เพราะกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“เมื่อทางคู่ค้าต้องการให้ทำ ESG จึงได้ตัดสินใจนำร้านเข้าสู่ระบบประเมิน EcoVadis มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลที่ใช้ตรวจสอบซัพพลายเชนทั่วโลก โดยเรือนบุษบาได้กำหนดนโยบายความยั่งยืนภายในองค์กรถึง 12 ข้อ แบ่งเป็นด้านสิ่งแวดล้อม 4, สังคม 4 และธรรมาภิบาล 4 เพื่อเตรียมพร้อมสู่เป้าหมาย 65 คะแนน เพื่อคว้าเหรียญเงิน (Silver Medal) ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้ไม่มีการจ้างงานเด็ก โปร่งใส และรับผิดชอบต่อโลกอย่างแท้จริง”

พิสูจน์มาตรฐาน ESG ผ่าน EcoVadis

เป็นธุรกิจร้านดอกไม้รายแรกๆ ที่เข้ารับการประเมินจาก EcoVadis แพลตฟอร์มระดับโลก และสามารถคว้าคะแนนรวม 57 คะแนน (47th percentile) ในสถานะ EcoVadis Committed (ข้อมูล ณ เดือนก.พ. 2567)  การเข้ารับการประเมินจะต้องผ่านเกณฑ์ในหลายๆ ข้อ ไม่ว่า จะมีการคำนวณCarbon Footprint (Scope 3) การจัดการขยะชีวภาพที่วัดผลได้จริง เพิ่มงบฝึกอบรม 50%

มีมาตรฐาน PDPA ขั้นสูง โดยใช้ Server ของตนเอง (ไม่ผ่าน Public Cloud) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของกลุ่มลูกค้า High-profile และการตรวจสอบย้อนกลับ ของฟาร์มต้นทาง ทั้งในเรื่องการใช้แรงงานและสารเคมี

Carbon Footprint ในวงการดอกไม้

“เรือนบุษบา” มีสัดส่วนการนำเข้าดอกไม้จากต่างประเทศอยู่ที่ 60% ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์), เอกวาดอร์, โคลัมเบีย และเคนยา มีใบรับรองมาตรฐานทั้งในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและแรงงาน แต่มี ต้นทุนคาร์บอน ของดอกไม้นำเข้า เช่น การนำเข้าดอกไม้จากเอกวาดอร์ 1 ชิปเมนต์ (ประมาณ 2 ตัน) สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์สูงถึง 2-3 ตัน คาร์บอน เรือนบุษบามีรอบนำเข้า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ปริมาณคาร์บอนจึงมหาศาล จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่นำไปสู่การร่วมมือกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ดร.ณัฐพงษ์ จันทร์จุฬา เพื่อสร้าง “Local Sourcing” มาตรฐานโลก

“ขณะนี้เรามีการพัฒนาดอกบานชื่นกว่า 100 สายพันธุ์ ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์และทนทานในแจกันได้นาน 5-7 วัน เพื่อลดการนำเข้า รวมทั้งยกระดับกุหลาบมอญสายพันธุ์โบราณผ่านงานวิจัยด้าน Post-harvest เพื่อให้มีคุณภาพและอายุการใช้งานทัดเทียมกับกุหลาบ David Austin จากอังกฤษ และการสร้าง Demand สำหรับดอกไม้เกรดพรีเมียมในประเทศ ช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายรับที่สูงขึ้นและหลุดพ้นจากวงจรการขายดอกไม้ราคาถูก”

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG

นวัตกรรมจัดการขยะ เหลือทิ้งเพียง2%

บิ๊ก-ปณิธาน กล่าวว่าวัสดุอย่างสปันบอนด์ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นถุงผ้ารักษ์โลก แท้จริงแล้ว คือไมโครพลาสติกที่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงความท้าทายเรื่อง โอเอซิสที่ยังยากจะหาวัสดุทดแทนได้ 100% ในงานศพ จึงแก้ปัญหาที่จัดการได้ด้วยนวัตกรรม อาทิ ระบบแยกขยะ 23 ประเภท เพื่อให้ขยะแต่ละชนิดเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้องที่สุด

เช่น การแยกวัสดุเคลือบพลาสติกเพื่อส่งกำจัดแบบ RDF หรือการนำเครื่อง “ชูชก” นวัตกรรมจากบางกะเจ้าที่ใช้ย่อยเศษก้านและใบไม้ (Biowaste) ให้กลายเป็นวัสดุปรับปรุงดินภายใน 24 ชั่วโมง โดยใช้วัสดุดูดความชื้นจากธรรมชาติและจุลินทรีย์ จนทำให้ปัจจุบันเรือนบุษบาสามารถลดปริมาณขยะที่ต้องทิ้งสู่ระบบกทม. ให้เหลือเพียง 2% ของปริมาณขยะทั้งหมดในร้าน

ส่วน ESG ด้านสังคม เรือนบุษบาให้ความสำคัญกับ Labor & Human Rights ซึ่งเป็นหมวดที่ EcoVadis ตรวจสอบเข้มงวด ตั้งแต่การจัดระบบเอกสาร การดูแลสวัสดิภาพพนักงานภายในร้าน เช่น การติดตั้งเครื่องกรองอากาศคุณภาพสูงเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสารเคมีตกค้างจากดอกไม้ รวมถึงการกำหนดให้พนักงานสวมถุงมือขณะปฏิบัติงานเพื่อลดการสัมผัสยาฆ่าแมลง

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG

จากความสวยงาม สู่ความยั่งยืน 'เรือนบุษบา' ปฏิวัติวงการดอกไม้ด้วยหัวใจ ESG