จุฬาฯ ผนึกบิ๊กเทคระดับโลกและ Degree Plus เปิดตัว “NEXUS AI รุ่นที่ 2” เร่งขยายเครือข่ายผู้นำ ดันผู้บริหารไทยขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ ย้ำชัด AI คืออาวุธสำคัญที่ธุรกิจขาดไม่ได้
เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเข้ามามีส่วนช่วยในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเปลี่ยนแปลงและผันผวนสูง ที่สำคัญต้องตามให้เท่าทันผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา การลงทุนในองค์ความรู้และข้อมูลของ AI เพื่อปรับใช้ให้เข้ากับองค์กร จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ มูลค่าที่สูงขึ้น และความอยู่รอดขององค์กร
Amazon Web Services (AWS) ประกาศแผนการลงทุนระยะยาวกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) รวมถึง Microsoft ที่ได้ประกาศลงทุนมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระดับภูมิภาคในไทย ขณะที่ Alibaba Cloud ทุ่มงบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยให้สามารถเข้าถึงคลาวด์และเทคโนโลยี AI ได้อย่างเท่าเทียม การลงทุนมหาศาลเหล่านี้เป็นสัญญาณเชิงประจักษ์ที่เตือนให้ผู้นำองค์กรไทยต้องตระหนักว่า ยุคของการแข่งขันด้วยขีดความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
จุฬาฯ ปั้น 'วิสัญญีพยาบาลมือโปร' เชี่ยวนวัตกรรม สู้ปัญหาขาดแคลน
เช็กเลย! 'อวัยวะหมดอายุ' ไม่พร้อมกัน ดูแลอย่างไร? ให้ชะลอความเสื่อม
NEXUS AI ผลิตผู้บริหารด้าน AI
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น AI University ร่วมมือกับ บริษัท ดีกรีพลัส จำกัด (Degree Plus) พร้อมองค์กรพันธมิตรระดับชาติและระดับโลก เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นแรก ด้วยการเปิดตัวหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ "Network for Executive Xceleration & Unbounded Scale (NEXUS AI) รุ่นที่ 2" โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงยุทธศาสตร์ด้าน AI ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการองค์กร การกำหนดนโยบาย และการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก
รศ.ดร.มาโนช โลหเตปานนท์ ประธานอำนวยการหลักสูตร NEXUS AI กล่าวรายงานถึงความพิเศษของหลักสูตรว่า NEXUS AI เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชั้นนำจากทั้งมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาเข้าไว้ด้วยกัน ในรุ่นที่ 2 นี้ได้รับการออกแบบให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากประสบการณ์และข้อเสนอแนะของผู้เข้าอบรมในรุ่นแรก เพื่อให้ผู้บริหารสามารถเข้าใจและทดลองใช้งาน AI ได้จริงในบริบทขององค์กร
ศักยภาพผู้นำไทย ใช้ AI เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ
ด้าน รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เห็นร่วมกันว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านข้อมูล จากภาครัฐและเอกชน หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างยุทธศาสตร์และ Roadmap การใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับธุรกิจ เพื่อพลิกโฉมการดำเนินงานและสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการเปิดตัว NEXUS AI รุ่นที่ 2 ไม่ใช่เพียงการเปิดหลักสูตรใหม่ หากเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพผู้นำไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ของโลก AI ในวันนี้ไม่ใช่ 'ความได้เปรียบ' อีกต่อไป แต่เป็น 'ความจำเป็น' ประเทศที่สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์ ย่อมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ดีขึ้น ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมี AI แต่อยู่ที่ว่าใครมีปัญญาในการประดิษฐ์ปัญญาประดิษฐ์ในแบบของตนเอง อธิการบดีกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้เป้าหมายการเป็น AI University จุฬาฯ มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมบนพื้นฐานของหลักการบริหารจัดการที่ดี ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนและพัฒนาผู้นำที่สามารถใช้ AI เป็นกลไกหลักในการยกระดับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
หลักสูตร NEXUS AI รุ่นที่ 2 มีความโดดเด่นผ่าน 6 เสาหลัก (6 Pillars) ประกอบด้วย
- AI Thinking for Leaders: วางรากฐานความเข้าใจด้าน AI อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ควบคู่กับกรอบคิดเชิงกลยุทธ์ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
- AI Labs for Executives: สำรวจและทดลองใช้เครื่องมือ AI จริง เพื่อให้ผู้นำเข้าใจทั้งศักยภาพ ข้อจำกัด และแนวทางการประยุกต์ใช้
- Big Tech Company Visits: ศึกษาดูงาน ณ องค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริงและเข้าใจระบบนิเวศดิจิทัล
- "Bring Your Team" Workshops: ส่งทีมงานเข้าร่วมเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการนำ AI ไปใช้ในงานสำคัญ เช่น Sales, Marketing, HR และ Automation
- China Tech Immersion Trip: เปิดประสบการณ์ระดับโลกผ่านการศึกษาดูงานในประเทศจีน เรียนรู้ทั้งในมิตินโยบาย เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนา AI ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของโลก
- Networking for AI Leaders: สร้างเครือข่ายผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความร่วมมือ
ย้ำจำเป็นต้องยกระดับบุคลากรและผู้นำองค์กรของไทย
ชลธรรณ สวัสดิ์ จาก Alibaba Cloud Thailand ชี้ให้เห็นว่า SME คือกระดูกสันหลังของชาติที่มีสัดส่วนถึง 90% การเข้าถึงเทคโนโลยี AI และระบบคลาวด์อย่างเท่าเทียมจึงเป็นสิ่งสำคัญ Alibaba มุ่งเน้นการให้บริการแบบ "ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น" เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจทดลองไอเดียใหม่ๆ พร้อมระบบนิเวศที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ จาก AWS (Amazon Web Services) ระบุว่าเทคโนโลยี AI ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลต่อโลกธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ AWS ได้ประกาศแผนลงทุนระดับโลกในประเทศไทยด้วยเม็ดเงินสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) ในระยะเวลา 15 ปี เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ (AWS Asia Pacific (Bangkok) Region) ที่เป็นรากฐานที่จำเป็นสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ดังนั้น สิ่งที่ท้าทายที่สุดในขณะนี้คือการยกระดับบุคลากรและผู้นำองค์กรของไทยให้มีความพร้อมและตระหนักรู้ (Awareness) เพื่อดึงศักยภาพจากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกนี้มาต่อยอดการทำงาน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สุพล ธรรมากาญจน์ จาก Microsoft (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้คือปีแห่งการพิสูจน์ศักยภาพที่แท้จริง เราจะเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างองค์กรและประเทศที่ใช้งาน AI ได้จริงกับผู้ที่ตามหลัง เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การหาโมเดลที่ทำงานได้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีไปสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อธุรกิจและขับเคลื่อนตัวเลข GDP ของประเทศให้เติบโต
ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ จาก Huawei Technologies (ประเทศไทย) ได้ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ที่จับต้องได้ในประเทศจีน โดยเฉพาะการใช้งานแบบเจาะจง (Specific Use Cases) เช่น ในภาคสาธารณสุขและการวิจัยยา หรือในภาคการเกษตรอย่าง Smart Farming ที่ใช้ AI ดูแลฟาร์มปศุสัตว์อย่างครบวงจรตั้งแต่สภาพอากาศไปจนถึงสุขภาพสัตว์ หัวใจสำคัญคือการหาความคุ้มค่า (Justify) ในการลงทุนประยุกต์ใช้ AI ที่จะสามารถควบคุมในส่วนอื่นๆงบประมาณให้ดีมากยิ่งขึ้น
ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด จาก ETDA และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย จาก NECTEC ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กล่าวว่าการกำหนดมาตรฐาน ความปลอดภัย และการเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเน้นย้ำภารกิจในการสนับสนุนทุน กำกับดูแล และพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา เพื่อรองรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วย AI ของรัฐบาล
สุนิตา อรุณแสงโรจน์ จาก Google Cloud ประเทศไทย กล่าวว่า AI คือเครื่องมือทรงพลังที่สามารถตอบโจทย์ได้ตั้งแต่ระดับชีวิตประจำวันไปจนถึงระดับองค์กรยักษ์ใหญ่ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถนำ AI ไปต่อยอดและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
“หลักสูตร NEXUS AI” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการหล่อหลอมผู้นำ AI ของประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กรและระดับประเทศ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม





