วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ก๊าซจาก 'LNG' นวัตกรรมเปลี่ยนความเย็นทิ้ง สู่หัวใจ'อุตสาหกรรมไทย'

นำพลังงานความเย็นเหลือทิ้ง (-170°C) จากกระบวนการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มารีไซเคิลเพื่อผลิตก๊าซอุตสาหกรรมบริสุทธิ์ เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน

KEY POINTS

  • นำพลังงานความเย็นเหลือทิ้ง (-170°C) จากกระบวนการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มารีไซเคิลเพื่อผลิตก๊าซอุตสาหกรรมบริสุทธิ์ เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน
  • นวัตกรรมนี้ช่วยให้โรงงานแยกอากาศที่มาบตาพุด สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 35% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 100,000 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับโรงงานแบบดั้งเดิม
  • ก๊าซอุตสาหกรรมที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายภาคส่วนสำคัญของไทย เช่น การผลิตชิปอิเล็กทรอนิกส์, การแช่แข็งอาหารส่งออก (ทุเรียน) และการแพทย์

ในยุคที่ทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ใครจะคิดว่าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำเข้ามาเพื่อจุดไฟผลิตไฟฟ้า จะมี "พลังงานความเย็นติดลบ" แฝงอยู่ และถูกนำมารีไซเคิลเปลี่ยนเป็นก๊าซอุตสาหกรรมบริสุทธิ์เพื่อขับเคลื่อนชีวิตประจำวันของเรา โดยโรงงานแยกอากาศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มาบตาพุด สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 35% และลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 100,000 ตันต่อปี

จากความเย็นที่เคยปล่อยทิ้ง สู่การรีไซเคิลพลังงานระดับ -170°C 

สุอาภา เกตุปรีชาสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จํากัด กล่าวว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทางเรือคิดเป็นประมาณ 35% ของปริมาณก๊าซที่ใช้ทั้งหมด โดย LNG จะถูกควบแน่นจนกลายเป็นของเหลวที่อุณหภูมิเย็นจัดราว -170 องศาเซลเซียส เพื่อให้คุ้มค่าต่อการขนส่ง แต่เมื่อเรือนำเข้าเคลื่อนย้ายมาถึงสถานีรับก๊าซ LNG จะต้องถูกผ่านความร้อนเพื่อปรับสถานะกลับเป็นก๊าซอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศา ก่อนส่งเข้าท่อส่งก๊าซ

ก๊าซจาก 'LNG' นวัตกรรมเปลี่ยนความเย็นทิ้ง สู่หัวใจ'อุตสาหกรรมไทย'

 

กลไก "ตู้เย็นยักษ์" ไม่ผสม ไม่ปนเปื้อน ได้ก๊าซอุตสาหกรรมบริสุทธิ์

กระบวนการทำงานของโรงงานแห่งนี้เปรียบเสมือน "ตู้เย็นขนาดใหญ่" โดยนำความเย็นจัดจาก LNG ในช่วง -140 ถึง -160 องศา มาแลกเปลี่ยนความเย็นกับอากาศทั่วไปที่เราใช้หายใจ

  • ขั้นทำความสะอาด: อากาศรอบตัวจะถูกดูดเข้ามาผ่านระบบกรอง เพื่อแยกฝุ่น เขม่าควัน คาร์บอนไดออกไซด์ และความชื้นออกจนเหลือแต่อากาศบริสุทธิ์
  • ขั้นการแลกเปลี่ยนความเย็น: อากาศบริสุทธิ์จะวิ่งผ่านระบบแลกเปลี่ยนความเย็นกับ LNG โดยที่ตัว LNG ไม่ได้สัมผัสหรือปนเปื้อนกับอากาศโดยตรง (คล้ายสารทำความเย็นในตู้เย็นที่ไม่ปนกับอาหาร)
  • ขั้นการกลั่นแยก: เมื่ออากาศถูกลดอุณหภูมิจนควบแน่นกลายเป็นของเหลว จะถูกนำไปกลั่นแยกออกเป็นก๊าซอุตสาหกรรมบริสุทธิ์ 3 ชนิดหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน ส่วน LNG ที่ถ่ายเทความเย็นเสร็จแล้วก็จะแปรสภาพเป็นก๊าซธรรมชาติอุ่นที่ 15–25 องศา แล้วส่งกลับเข้าท่อส่งก๊าซของ ปตท. เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงต่อไป

ก๊าซจาก 'LNG' นวัตกรรมเปลี่ยนความเย็นทิ้ง สู่หัวใจ'อุตสาหกรรมไทย'

โครงสร้างพื้นฐานสูงขึ้น แต่ค่าไฟลดลง 35%

การสร้างโรงงานแยกอากาศที่ใช้ความเย็นจาก LNG ต้องใช้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน  สูงกว่าโรงงานแบบดั้งเดิมราว 30% เนื่องจากต้องสร้างระบบแลกเปลี่ยนความเย็นที่ทนทานต่ออุณหภูมิติดลบสูง แต่ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน กลับลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะการลดใช้ไฟฟ้าลงได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับโรงงานแยกอากาศทั่วไปที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลในการทำให้อากาศเย็นลง

นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้ยังได้รับการประเมินจากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ว่า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 100,000 ตันต่อปี (ลดการปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าโรงงานทั่วไป 40–60%) จนได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และเครื่องหมาย CFR (Carbon Reduction) ซึ่งเป็นผู้ขายก๊าซอุตสาหกรรมรายเดียวในไทยที่ได้รับเครื่องหมายนี้ อีกทั้งกระบวนการผลิตยังมีความสะอาดสูงมาก แทบไม่มีขยะ น้ำเสีย หรือมลพิษปล่อยสู่อากาศ

ก๊าซอุตสาหกรรมใกล้ตัว เบื้องหลังชิปไฮเทค ทุเรียนส่งออก และการรักษาชีวิต

แม้ก๊าซอุตสาหกรรมจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความจริง ผลิตภัณฑ์จากโรงงานแห่งนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรมรอบตัวเรา

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ & Data Center: ไนโตรเจนบริสุทธิ์ถูกใช้ในกระบวนการผลิตชิป วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบทำความเย็นในห้องเซิร์ฟเวอร์ของ Data Center
  • การเกษตรและอาหารส่งออก: ไนโตรเจนเหลวถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยีการแช่แข็งด่วน (Flash Freeze) สำหรับผลไม้เศรษฐกิจอย่าง "ทุเรียน" เพื่อรักษาความสดใหม่ของรสสัมผัสก่อนส่งออกไปต่างประเทศ
  • การแพทย์และสาธารณสุข: ก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ถูกส่งตรงไปยังโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ทั่วประเทศเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย
  • ยานยนต์ หุ่นยนต์ และการบิน: ก๊าซอาร์กอนและก๊าซผสมถูกใช้ในงานเชื่อม การตัดโลหะความละเอียดสูง และกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไฮเทค
  • สวนดอกไม้เมืองหนาว: ความเย็นส่วนเกินที่เหลือก่อนคืนสภาพ ถูกนำไปปรับอุณหภูมิเหลือ 5–25 องศา เพื่อใช้ปลูก "ดอกทิวลิป" และพืชเมืองหนาวในโดมการเรียนรู้ที่มาบตาพุด

มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และก้าวต่อไปสู่โรงงาน MP2

เนื่องจากกระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับก๊าซปฏิกิริยาและอุณหภูมิเย็นจัด โรงงานจึงวางระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

  • ออกซิเจน: หากรั่วไหลแม้มิใช่ก๊าซพิษ แต่จะเพิ่มความเสี่ยงการติดไฟเมื่อเจอประกายไฟ
  • ไนโตรเจน: มีอุณหภูมิเย็นจัดจนสามารถดึงความชื้นและทำให้วัตถุแข็งตัวจนแตกกรอบได้ (คล้ายฉากในภาพยนตร์ Terminator) รวมถึงหากรั่วไหลเข้าแทนที่อากาศจะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน โรงงานจึงติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจจับและสัญญาณเตือนภัย (Monitoring System) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

เพื่อรองรับความต้องการก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำที่เติบโตขึ้นตามเทรนด์ความยั่งยืนระดับโลก ขณะนี้ บริษัทกำลังเร่งสร้าง โรงงานแห่งที่ 2 (MP2) ขนาดกำลังการผลิต 1,200 ตันต่อวัน ณ สถานีรับก๊าซ LNG เทอร์มินอล 2 โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2028 ซึ่งก๊าซคาร์บอนต่ำที่ถูกฝังอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ (Embedded Low-Carbon) นี้ จะกลายเป็นเปรียบเสมือนข้อได้เปรียบสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

ก๊าซจาก 'LNG' นวัตกรรมเปลี่ยนความเย็นทิ้ง สู่หัวใจ'อุตสาหกรรมไทย'