ไทยเดินหน้าศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) หารือ IAEA และสหรัฐฯ วางโมเดลเงินทุน พร้อมบรรจุในร่าง PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิตรวมราว 9 กิกะวัตต์ รองรับความต้องการไฟฟ้ายุค Data Center, AI และ EV ควบคู่เร่งพัฒนากฎระเบียบความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นประชาชนและนักลงทุน
KEY POINTS
- ไทยหารือ IAEA และสหรัฐฯ วางแนวทางและโมเดลเงินทุนสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)
- ร่าง PDP 2026 บรรจุ SMR เป็นทางเลือกเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ตั้งเป้ากำลังผลิตรวมประมาณ 9 กิกะวัตต์
- SMR เป็นพลังงานคาร์บอนต่ำ รองรับความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center, AI และ EV พร้อมสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
- ไทยเร่งพัฒนากฎระเบียบกำกับดูแลที่เข้มงวด ยึดความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักลงทุน
ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง Data Center, AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก กำลังผลักดันให้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) กลายเป็นทางเลือกพลังงานคาร์บอนต่ำที่ได้รับความสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การจัดหาเงินทุนและบริหารความเสี่ยงของโครงการแรก (First-of-a-Kind: FOAK) เพื่อขยายสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ (Next-of-a-Kind: NOAK)
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา (US DOE) และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน สหรัฐอเมริกา และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาและโมเดลเงินทุนสำหรับ SMR
ด้านตัวแทนประเทศไทยได้สะท้อนทิศทางการเตรียมความพร้อมผลักดัน SMR ตั้งแต่นโยบายพลังงาน การกำกับดูแลความปลอดภัย ไปจนถึงการพัฒนาโมเดลลงทุนและการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
กำกับดูแลเข้มงวด ยึดหลักความปลอดภัยสูงสุด
"นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ" เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส. หรือ OAP) เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความท้าทายในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเทคโนโลยี SMR ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในฐานะแหล่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดคาร์บอนต่ำที่มีความน่าเชื่อถือ โดยประเทศไทยกำลังพิจารณาเป็นตัวเลือกในสัดส่วนพลังงาน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกลไกทางการเงินที่เหมาะสม สถาบันที่มีศักยภาพ บุคลากรที่มีทักษะ และการกำกับดูแลที่รัดกุม โดย ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกำลังเร่งพัฒนาศักยภาพองค์กรและเตรียมกรอบกฎหมายสำหรับการออกใบอนุญาตและการประเมินความปลอดภัย
"หลักการของเราชัดเจน คือเราสนับสนุนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์อย่างมีความรับผิดชอบ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ระบบกำกับดูแลที่เข้มงวดและเป็นอิสระมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องประชาชน สิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน"
"นพ.รุ่งเรือง" กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายสำคัญสำหรับประเทศเริ่มต้น คือการเปลี่ยนผ่านจากโครงการ FOAK ไปสู่ NOAK ซึ่งต้องบริหารจัดการเงื่อนไขการเงิน ห่วงโซ่อุปทาน และการกระจายความเสี่ยงระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการไฟฟ้า ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และนักลงทุน โดยประเทศเริ่มต้นจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการจัดหาเงินทุนที่ไม่ใช่แค่ตัวโรงไฟฟ้า แต่รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้วย
กางร่าง PDP 2026 ปักหมุด SMR 9 กิกะวัตต์
"วัฒนพงษ์ คุโรวาท" ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ. หรือ EPPO) บรรยายในหัวข้อ "Southeast Asia’s SMR Opportunity" โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสองความท้าทายหลัก ได้แก่ ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความจำเป็นในการเร่งลดคาร์บอนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยยังคงรักษาอัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ
ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (ร่าง PDP 2026) ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนระหว่าง 65% ถึง 89% ภายในปี 2050 และบรรจุเทคโนโลยี SMR เป็นเทคโนโลยีเสริมเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ระบบไฟฟ้า โดยร่าง PDP 2026 ได้ระบุกำลังการผลิตเป้าหมายสำหรับ SMR และพลังงานนิวเคลียร์รวมประมาณ 9 กิกะวัตต์ (GW) ทั้งในภาคไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม เริ่มต้นด้วยโครงการนำร่อง ขนาด 300 เมกะวัตต์ (MW)
"การขับเคลื่อนจากโครงการ FOAK ไปสู่ NOAK ไม่ใช่เพียงความท้าทายทางวิศวกรรมหรือการลดต้นทุนเท่านั้น แต่คือการสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ใช้ไฟฟ้า และสาธารณชน"
"วัฒนพงษ์" ย้ำว่า โครงสร้างการเงินนวัตกรรม การจัดสรรความเสี่ยง การร่วมทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) การสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี และองค์กรสินเชื่อเพื่อการส่งออก ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านสถาบัน เช่น การจัดตั้งองค์กรบริหารโครงการพลังงานนิวเคลียร์ (NEPIO) ล้วนแต่มีความสำคัญ
สร้างระบบนิเวศนิวเคลียร์ ยึดเทคโนโลยีพร้อมใช้งาน
"ศิริวัฒน์ เจ็ดสี" รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. หรือ EGAT) กล่าวว่า SMR ถูกพิจารณาเป็นตัวเลือกพลังงานฐานภายใต้แผนพัฒนาพลังงาน เนื่องจากความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและรองรับการเชื่อมต่อกับพลังงานหมุนเวียน โดย กฟผ. ได้ศึกษาทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และการมีส่วนร่วมของประชาชน ร่วมกับ ปส., สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.), กระทรวง อว. และ IAEA
ร่างแผน PDP 2026 พิจารณาโครงการนำร่อง SMR ขนาด 300 เมกะวัตต์ และมีวิสัยทัศน์ระยะยาวสะสมรวมสูงสุดถึง 9.1 กิกะวัตต์ ในช่วงปี 2038 ถึง 2050 โดยเน้นย้ำการคัดเลือกเทคโนโลยีที่มีความพร้อมสูง มีความปลอดภัย และพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์
"โครงการ SMR โครงการแรกไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนในโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่คือการลงทุนในศักยภาพของประเทศ โครงการแรกจะช่วยสร้างประสบการณ์ พัฒนาบุคลากร สถาบัน ห่วงโซ่อุปทาน และกลไกทางการเงินที่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับโครงการถัดไปในอนาคต"
ภาคอุตสาหกรรม ชูไอน้ำ-ไฟฟ้าแบบ Co-generation
"ดร.รสยา เธียรวรรณ" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กิจการพิเศษ 2 - Business Re-Structuring รักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ถ่ายทอดมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่า ประเทศไทยเผชิญความท้าทายพลังงาน 3 ด้าน ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการเข้าถึงราคา และความเป็นพลังงานสะอาด ซึ่งภาคอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น และนิคมอุตสาหกรรม มีความต้องการพลังงานสะอาดที่ดำเนินงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับความต้องการไอน้ำและความร้อนปริมาณมากในกระบวนการผลิต
"ดร.รสยา" ชี้ว่า SMR มีศักยภาพโดดเด่นในการผลิตพลังงานร่วม ซึ่งสามารถป้อนทั้งไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่โรงงานหลายแห่งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมพร้อมกันได้ จึงเป็นโอกาสพัฒนาเป็นทางเลือกพลังงานอนาคตและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยลูกค้าภาคอุตสาหกรรมอาจเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรผ่านสัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาว หรือการร่วมลงทุน
"SMR ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอนาคตในระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของภาคอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
"ดร.รสยา" กล่าวทิ้งท้ายว่า ปตท. พร้อมร่วมศึกษาในรายละเอียดทั้งด้านความปลอดภัย ต้นทุน เทคโนโลยี และข้อกำหนดทางกฎหมายร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจ





