ธนาคารโลกให้เปล่า 115.5 ล้านบาท หนุนไทยศึกษาโครงการคลองผันน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ลดเสี่ยงน้ำท่วม 9 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
KEY POINTS
- ธนาคารโลกให้เงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า 115.5 ล้านบาท เพื่อศึกษาและเตรียมความพร้อมโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย
- มุ่งผันน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักลงสู่อ่าวไทย บรรเทาน้ำท่วม 9 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
- เงินสนับสนุนครอบคลุม 6 กิจกรรมหลัก ทั้งทบทวนแบบวิศวกรรม ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม และเตรียมจัดซื้อจัดจ้างก่อนลงทุนจริง
รัฐบาลไทยเตรียมอนุมัติการรับเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า จำนวน 3.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 115.5 ล้านบาท จากธนาคารโลก (World Bank) เพื่อสนับสนุนการศึกษา ออกแบบ และเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฉากโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย มูลค่าเงินลงทุนรวม 165,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาภัยอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดย นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่ากระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติกรอบความช่วยเหลือดังกล่าว โดยมี กรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน
เงินให้เปล่า 115.5 ล้านบาท นำไปใช้ทำอะไรบ้าง
งบประมาณสนับสนุนแบบให้เปล่าจากธนาคารโลกจำนวน 3.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115.5 ล้านบาท) มีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมเชิงเทคนิคและลดความเสี่ยงก่อนการลงทุนก่อสร้างจริง โดยถูกจัดสรรเพื่อดำเนินงานใน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่
- การทบทวนแบบทางวิศวกรรมและประมาณการค่าก่อสร้าง: ตรวจสอบและปรับปรุงแบบแปลนทางวิศวกรรมให้สอดคล้องกับสภาพกายภาพปัจจุบัน และคำนวณงบประมาณก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงิน: ประเมินผลตอบแทนทางการเงินและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อยืนยันความคุ้มค่าในการลงทุนของรัฐ
- การเตรียมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง: จัดทำเอกสารและวางระบบการประกวดราคาให้มีความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักสากล
- การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESIA) เพิ่มเติม: เจาะลึกการประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนรอบข้าง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและเยียวยาอย่างตรงจุด
- การทบทวนกรอบการเวนคืนที่ดิน: ตรวจสอบแนวเขตการเวนคืนและมาตรการจ่ายค่าทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบให้เกิดความเป็นธรรม
- การจำลองสถานการณ์น้ำหลากและประสิทธิภาพโครงสร้าง: ใช้เทคโนโลยีจำลองพฤติกรรมน้ำหลาก เพื่อทดสอบขีดความสามารถของคลองระบายน้ำและโครงสร้างบังคับน้ำต่าง ๆ ก่อนลงมือขุดเจาะจริง
ผ่าพิกัดโครงการ 1.65 แสนล้านบาท
โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย หรือโครงการคลองระบายน้ำหลากเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก (แผน 2) มีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการรวม 8 ปี (พ.ศ. 2570–2577) โดยมีเป้าหมายเพื่อผันน้ำหลากส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักตัดตรงลงสู่อ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่แนวโครงสร้างพื้นฐานและการระบายน้ำใน 9 จังหวัด ได้แก่
- นครสวรรค์
- ชัยนาท
- ลพบุรี
- สระบุรี
- พระนครศรีอยุธยา
- ปทุมธานี
- นครนายก
- ฉะเชิงเทรา
- สมุทรปราการ
เนื้องานหลักแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ ได้แก่
- ช่วงที่ 1: โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก (วงเงิน 40,860 ล้านบาท) เน้นการปรับปรุงคลองเดิมและขุดคลองสายใหม่เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงจังหวัดชัยนาทไปยังแม่น้ำป่าสัก
- ช่วงที่ 2: โครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก–อ่าวไทย (วงเงิน 124,140 ล้านบาท) ก่อสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อตัดยอดน้ำหลากจากแม่น้ำป่าสักตรงลงสู่อ่าวไทย ผ่านพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ
การดำเนินงานจะผสมผสานทั้งการปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ เพื่อเลี่ยงการไหลผ่านพื้นที่ชุมชนหนาแน่น พื้นที่เกษตรกรรม และเขตอุตสาหกรรมสำคัญ
มาตรการคุ้มครองสิทธิและการดูแลประชาชนในพื้นที่
นางสาวลลิดา ชี้แจงว่า กระบวนการเตรียมความพร้อมภายใต้เงินสนับสนุนของธนาคารโลก ได้กำหนดกรอบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเคร่งครัด โดยมีแนวทางปฏิบัติตามลำดับดังนี้
- การสำรวจภาคสนาม: ตรวจสอบจำนวนครัวเรือน ขอบเขตที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด
- การประเมินค่าทดแทน: กำหนดเกณฑ์ค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินและทรัพย์สินตามราคาตลาดและความเป็นจริง
- แผนการโยกย้ายและฟื้นฟู: วางมาตรการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและการฟื้นฟูอาชีพแก่ชุมชนในพื้นที่โครงการ
- ช่องทางรับข้อร้องเรียน: เปิดรับฟังความคิดเห็นและรับข้อร้องเรียนจากประชาชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการศึกษาโครงการ
เงื่อนไขทางการเงิน ระยะเวลา และขั้นตอนลงนาม
กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ร่วมกับกรมชลประทานและธนาคารโลก ได้สรุปเงื่อนไขและกรอบเวลาการดำเนินงานไว้ดังนี้
- การลงนามข้อตกลง: ธนาคารโลกกำหนดให้รัฐบาลไทยลงนามในข้อตกลงภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามแทนรัฐบาล
- ระยะเวลาเบิกจ่าย: กิจกรรมเตรียมความพร้อมทั้งหมดภายใต้เงินให้เปล่า 115.5 ล้านบาท จะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือน นับจากวันลงนาม
- สถานะความผูกพัน: เงินช่วยเหลือนี้เป็นเงินให้เปล่า เฉพาะการเตรียมความพร้อม และไม่มีข้อผูกพันว่ารัฐบาลไทยจะต้องกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อใช้ในการก่อสร้างคลองระบายน้ำในอนาคต
นอกจากนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดเตรียมโครงสร้างแหล่งเงินทุนสำหรับระยะก่อสร้างจริง ควบคู่กับการกำหนดนโยบายส่งเสริมการใช้สินค้าและวัสดุก่อสร้างที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย





