วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPF ชูอาหารยั่งยืน รับโลกผันผวน พลิกเกมจาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า”

CPF เร่งพลิกอุตสาหกรรมอาหารไทยจากเน้นปริมาณสู่มูลค่าเพิ่ม รับมือโลกผันผวน ใช้ AI-หุ่นยนต์เพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน พร้อมยกระดับ SME และบุคลากร เสริมขีดแข่งขันและความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

KEY POINTS

  • CPF พลิกยุทธศาสตร์จาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่าเพิ่ม” รับมือโลกผันผวน เสริมความมั่นคงทางอาหาร
  • ใช้ AI ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ตลอดห่วงโซ่การผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน
  • ผนึก SME เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพิ่มขีดแข่งขัน

อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติและโรคระบาด ไปจนถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่การผลิตที่เน้นปริมาณยังไม่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างเต็มศักยภาพ โจทย์ของอุตสาหกรรมจึงไม่ใช่เพียงการผลิตอาหารให้ได้มากขึ้น แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต

ในงาน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ภายใต้แนวคิด BEYOND GLOBAL FOOD – Innovating for a Food-Secure Future “ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ” ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ให้สัมภาษณ์ว่า จากความผันผวนของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงขึ้น เช่น ปัญหาน้ำท่วม ความแห้งแล้ง ตลอดจนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และโรคระบาด กระทบต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ประเมินว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า อาหารจะกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ที่ทุกประเทศให้ความสำคัญสูงสุด ในขณะที่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะทยอยเพิ่มความถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

"ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และความสมบูรณ์ของวัตถุดิบ จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและยกระดับการจัดการ เพื่อวางตำแหน่งให้อาหารไทยเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างมูลค่าในระดับโลก"

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกมาอย่างยาวนาน แต่โครงสร้างในอดีตพึ่งพาการผลิตเชิงปริมาณเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากยังคงมีรายได้ไม่สูงสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ผลิตได้ ดังนั้น ทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญคือการนำฐานการผลิตเชิงปริมาณเดิมมาสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตในระดับสากลได้อย่างยั่งยืนใช้

AI ในห่วงโซ่คุณค่า

เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มความเร็วในการดำเนินธุรกิจ CPF ได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ในสัตว์ เช่น กุ้ง และสุกร ไปจนถึงระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

การปรับใช้ AI มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะขององค์กรเพื่อช่วยในการคาดการณ์ และสนับสนุนการตัดสินใจให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงงานแปรรูป ระบบห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการบริการผู้บริโภค โดยในส่วนโรงงานผลิตอาหารสัตว์ได้เริ่มนำเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างเครื่องจักรต่อเครื่องจักรมาใช้บริหารจัดการและปรับรอบการผลิตตามต้นทุนพลังงานโดยอัตโนมัติ

CPF ชูอาหารยั่งยืน รับโลกผันผวน พลิกเกมจาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า”

National Capability Builder

ในฐานะองค์กรที่เติบโตในประเทศไทย CPF วางเป้าหมายเป็น "National Capability Builder" หรือผู้สร้างขีดความสามารถของประเทศ โดยปรับเปลี่ยนมุมมองการทำงานร่วมกับผู้ส่งมอบวัตถุดิบ กว่า 5,500 รายในประเทศ จากคู่ค้าซื้อขายทั่วไปสู่การเป็น "พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์"

ผ่านโครงการ Partner To Grow และ SME Excellence ซีพีเอฟได้ส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิต นำเทคโนโลยี AI และซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนให้แก่ SME ตัวอย่างความสำเร็จ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมการถนอมมะนาวสดร่วมกับ SME และเกษตรกร เพื่อคงคุณภาพความหอมสดและรสชาติ ตลอดจนการปรับกระบวนการรับซื้อใบกะเพราแบบเหมาต้นพร้อมกิ่งก้านเพื่อนำมาสกัดกลิ่น ช่วยลดขยะอาหาร และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
โครงสร้างบุคลากร AI

ในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ CPF ได้สร้างเวทีความเชื่อมั่นระดับสากลผ่านโครงการ "ไก่ไทยไปอวกาศ" ซึ่งผ่านการอนุมัติมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารระดับอวกาศจาก NASA พร้อมกันนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารโปรตีนสูง การใช้เอนไซม์ปรับลดโซเดียมและน้ำตาลโดยยังคงรสชาติ และการพัฒนาอาหารทางการแพทย์

ด้านการพัฒนาบุคลากร CPF ได้ปรับโครงสร้างองค์กรสู่รูปแบบ "AI Pyramid" เพื่อยกระดับศักยภาพพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ AI ระดับสูง ผู้นำ AI ระดับหน่วยธุรกิจ ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงานทุกคนให้เป็นผู้ใช้งาน AI ที่มีประสิทธิภาพ
CPF กำหนดกรอบงบประมาณการลงทุนต่อเนื่องปีละประมาณ 20,000 ถึง 25,000 ล้านบาท โดยจัดสรรงบประมาณส่วนสำคัญเน้นหนักไปที่เทคโนโลยี AI, ระบบอัตโนมัติ, หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีระบบกล้องตรวจจับอัจฉริยะ เพื่อติดตั้งตลอดกระบวนการผลิต เสริมสร้างความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพเชิงแข่งขันในระยะยาว

ภายในงาน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ถึงการใช้ AI และเทคโนโลยีพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การปรับตัวของธุรกิจอาหาร การประยุกต์ใช้ AI ในการผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มสุกร และฟาร์มสัตว์น้ำ ไปจนถึงเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต โดยมี CPF ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก McKinsey & Company, Boston Consulting Group และมหาวิทยาลัยมหิดล สะท้อนทิศทางการยกระดับผลิตภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน