วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ มธ.เปิดเวทีพลังเยาวชน ในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก จัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026 ที่กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Business School: TBS) ก้าวสู่เวทีระดับโลกในการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) ณ กรุงเทพฯ โดยร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกจัดกิจกรรมระดับสูงเพื่อเยาวชน เพื่อร่วมสำรวจอนาคตของการจ้างงาน ปัญญาประดิษฐ์ และโอกาสทางเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่

ภายใต้หัวข้อ “Jobs, AI, and the Next Generation” (งาน AI และคนรุ่นใหม่) รวบรวมผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มธนาคารโลก นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และนักศึกษาราว 80 คนจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในภูมิภาค

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนโดยตรงกับผู้นำด้านการพัฒนาระดับโลก ถึงโอกาสและความท้าทายในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้นเรื่อย ๆ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทในระดับนานาชาติที่เติบโตขึ้นของ TBS และความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงนักศึกษาเข้ากับองค์ความรู้ระดับโลก ผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ทรงอิทธิพล และโจทย์จากโลกจริงที่อยู่ไกลเกินกว่าห้องเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

วิกฤตหนี้สาธารณะเบียดงบชีวิต 'AHF' ดัน 3 ทางออกปลดล็อกงบสุขภาพ-ศึกษา

เปิดมุมมอง 'อนาคตวงการแพทย์ไทย ในยุค AI' สะท้อน 3 ผู้นำระดับโลกในงาน IMF

นักศึกษามธ.จากผู้ใช้ AI สู่ผู้สร้าง AI

สาระสำคัญของงานคือความจำเป็นที่มหาวิทยาลัยต้องทบทวนวิธีการเตรียมบัณฑิตให้พร้อมสำหรับระบบเศรษฐกิจที่ถูกหล่อหลอมด้วยปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นเรื่อย ๆ
 
รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เน้นย้ำว่า มหาวิทยาลัยต้องก้าวข้ามการสอนให้นักศึกษาใช้เทคโนโลยี AI เป็นเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเสริมพลังให้พวกเขาสร้างคุณค่าใหม่ผ่านนวัตกรรม

“บัณฑิตของเราไม่เพียงต้องรู้วิธีใช้ AI แต่ต้องสามารถสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมจาก AI ได้ ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรามุ่งมั่นพัฒนาผู้นำทางธุรกิจแห่งอนาคตที่ไม่เพียงปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยตนเอง” คณบดีสุรัตน์กล่าว

วิสัยทัศน์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงรากฐานของการศึกษาด้านธุรกิจ เมื่อเครื่องมือ AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ความได้เปรียบในการแข่งขันของบัณฑิตในอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการพัฒนาการประยุกต์ใช้เชิงนวัตกรรม แก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ

พาณิชย์ มธ.เปิดเวทีพลังเยาวชน ในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026

เชื่อมคนรุ่นใหม่กับผู้นำระดับโลก

สำหรับ TBS การเป็นผู้สร้าง AI ไม่ได้หมายความว่าบัณฑิตทุกคนต้องเป็นโปรแกรมเมอร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หากแต่หมายถึงการพัฒนาความสามารถในการผสานความรู้ทางธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจด้านเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบโซลูชันที่ใช้ AI พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

แนวคิดนี้ตอกย้ำความสำคัญของการเตรียมบัณฑิตไม่เพียงให้พร้อมสำหรับงานในวันข้างหน้า แต่ให้เป็นผู้สร้างโอกาสใหม่ทั้งหมดด้วยตนเอง

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้นำด้านการพัฒนาระหว่างประเทศและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นวิทยากร สะท้อนความสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันระดับโลกกับสถาบันอุดมศึกษา
 Roya Rahmani ผู้อำนวยการฝ่าย Global Engagement กลุ่มธนาคารโลก กล่าวต้อนรับ ตามด้วยการกล่าวปาฐกถาโดยคณบดีสุรัตน การเสวนาหลักได้รับเกียรติจาก Mahesh Uttamchandani ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระดับภูมิภาคด้านดิจิทัลและ AI กลุ่มธนาคารโลก และศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์ ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ศิรัฐยา “เฟิร์น” อิศรภักดี ผู้ก่อตั้ง Wealth Me Up และผู้ประกาศข่าว The Standard Wealth 

การเสวนาสำรวจว่า AI กำลังปรับเปลี่ยนการจ้างงาน ขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างไร โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ในประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ นักศึกษายังมีโอกาสพูดคุยกับวิทยากรโดยตรงผ่านช่วงถาม-ตอบแบบมีส่วนร่วม

Stephen Ndegwa ผู้อำนวยการกลุ่มธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าวปิดงานการเสวนาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายครั้งใหญ่ด้านการจ้างงานในภูมิภาค จากประมาณการที่กลุ่มธนาคารโลกนำเสนอ คาดว่าภายในปี 2578 จะมีคนรุ่นใหม่ราว 320 ล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่ตำแหน่งงานใหม่จะมีเพียงราว 110 ล้านตำแหน่ง ภายใต้บริบทดังกล่าว AI จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส 

การเสวนาได้สำรวจว่าการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในเชิงปฏิบัติที่ปรับให้เหมาะกับบริบทท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า “Small AI” จะช่วยให้ภาคธุรกิจเพิ่มผลิตภาพ ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ และขยายการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วม กิจกรรมนี้เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงพัฒนาการทางเศรษฐกิจระดับโลกเข้ากับความใฝ่ฝันของตนเอง และขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตของประเทศไทยและภูมิภาค

นำโลกเข้าสู่การศึกษาด้านธุรกิจ

นอกเหนือจากการเสวนาเรื่อง AI และการจ้างงาน ความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TBS ในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติที่มีความหมาย

ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล Triple Crown จาก AACSB, EQUIS และ AMBA TBS ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งของความเป็นเลิศทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
 
การทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และผู้นำในภาคอุตสาหกรรม ยิ่งช่วยเสริมศักยภาพของคณะในการมอบมุมมองและโอกาสที่ก้าวข้ามพรมแดนประเทศให้แก่นักศึกษา

สำหรับ TBS ความเป็นนานาชาติไม่ได้หมายถึงเพียงการส่งนักศึกษาไปต่างประเทศ หรือการเพิ่มจำนวนพันธมิตรระหว่างประเทศ แต่คือการสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้นำระดับโลก เข้าใจความท้าทายระดับนานาชาติ และพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การร่วมจัดกิจกรรมกับกลุ่มธนาคารโลกในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026 จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของแนวทางนี้ ที่นำความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติและการอภิปรายเชิงนโยบายระดับโลกมาสู่ผู้นำธุรกิจไทยรุ่นใหม่โดยตรง
 
การเข้าร่วมของศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์ นักวิชาการชั้นนำด้านธุรกิจระหว่างประเทศและห่วงโซ่คุณค่าโลก ยังสะท้อนความแข็งแกร่งด้านวิชาการของTBS และศักยภาพในการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อการอภิปรายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

กำหนดอนาคตของภาวะผู้นำทางธุรกิจในเอเชีย

ความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกสะท้อนพัฒนาการในวงกว้างของบทบาทสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ

ในยุคที่นิยามด้วยการพลิกโฉมทางเทคโนโลยี ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจชั้นนำถูกคาดหวังให้ทำมากกว่าการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับพัฒนาการระดับโลก ส่งเสริมนวัตกรรม และเตรียมบัณฑิตให้สามารถสร้างผลกระทบที่มีความหมาย

สำหรับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โอกาสในการร่วมจัดกิจกรรมในการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026 ถือเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงศักยภาพในการทำงานร่วมกับสถาบันระหว่างประเทศ และการมีส่วนร่วมในประเด็นที่มีความสำคัญระดับโลก

ทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของคณะในการพัฒนาผู้นำทางธุรกิจแห่งอนาคตที่ไม่เพียงมีความรู้ทางวิชาการและความสามารถทางเทคนิค แต่ยังมีมุมมองระดับโลก ความคิดสร้างสรรค์ และความมั่นใจที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ยังคงนิยามอุตสาหกรรมและการจ้างงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างผู้ที่เพียงใช้เทคโนโลยี กับผู้ที่สร้างคุณค่าผ่านเทคโนโลยี จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น

อนาคตของการศึกษาด้านธุรกิจไม่ได้อยู่ที่การเตรียมบัณฑิตให้มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เท่านั้น แต่คือการเสริมพลังให้พวกเขาเป็นผู้กำหนดทิศทางของระบบเศรษฐกิจนั้น

ด้วยความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลก และความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้สร้าง AI รุ่นต่อไป คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงเดินหน้าเสริมบทบาทในฐานะสถาบันที่เชื่อมโยงกับโลก และมุ่งมั่นกำหนดอนาคตของภาวะผู้นำทางธุรกิจในประเทศไทยและทั่วเอเชีย