สตูดิโอออกแบบในเนเธอร์แลนด์ร่วมกับบริษัทพลังงาน Vattenfall นำห้องเครื่องกังหันลมปลดระวางอายุกว่า 20 ปี มาดัดแปลงเป็นบ้านจิ๋วรักษ์โลกขนาด 35 ตร.ม. เพื่อแก้ปัญหาขยะกังหันลมที่รีไซเคิลยาก พร้อมเตรียมผลิตขายจริง
KEY POINTS
- บริษัทในเนเธอร์แลนด์ริเริ่มโครงการเปลี่ยน "ห้องเครื่อง" ของกังหันลมเก่าให้เป็นบ้านรักษ์โลกขนาดเล็กชื่อ "Nestle"
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาขยะจากชิ้นส่วนกังหันลมที่ทำจากวัสดุคอมโพสิต ซึ่งรีไซเคิลได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
- บ้านต้นแบบมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35 ตร.ม. ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และใช้เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุรีไซเคิล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทนการฝังกลบ
“กังหันลม” ขนาดใหญ่สำหรับการผลิตพลังงานลม เมื่อปลดประจำการแล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลได้เกือบทุกส่วน แต่บริษัทในเนเธอร์แลนด์ได้นำห้องเครื่องกังหันลมมาดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ที่เรียกว่า “Nestle” โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Vattenfall บริษัทพลังงานรายใหญ่จากประเทศสวีเดน ร่วมกับ Superuse Studios และ Blade-Made สตูดิโอออกแบบจากเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนด้านวิศวกรรมโครงสร้างจาก IMd Consulting Engineers
Nestle เปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในงานสัปดาห์การออกแบบดัตช์ ประจำปี 2567 ณ เมืองไอนด์โฮเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยภายนอกของบ้านจิ๋ว ยังคงเค้าโครงเดิมของห้องเครื่องกังหันลมที่มีลักษณะเป็นกล่องโลหะทรงยาวสีครีมคล้ายรถบ้าน ตัวโครงสร้างมีความกว้าง 4 เมตร ยาว 10 เมตร และสูง 3 เมตร ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยภายในประมาณ 35 ตร.ม.
ส่วนหลังคาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 4 แผงพร้อมช่องรับแสง ขณะที่บริเวณปลายทั้งสองด้านมีการติดประตูกระจกและหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งสบายและได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่
สำหรับภายในบ้านประกอบด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และพื้นที่นั่งเล่นครบครัน ตัวบ้านยังได้รับการติดตั้งระบบปั๊มความร้อนและระบบทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังเป็นของมือสองหรือผลิตจากวัสดุรีไซเคิล โดยมีโต๊ะตัวหนึ่งที่ทำมาจากวัสดุที่กู้คืนได้จากใบพัดกังหันลมที่ไม่ใช้แล้วอีกด้วย
เครดิตภาพ: Jorrit Lousberg/Blade–Made
สำหรับห้องเครื่องกังหันลมที่นำมาทำเป็นบ้านนี้ เดิมเคยเป็นส่วนประกอบของกังหันลมรุ่น Vestas V80 ขนาด 2 เมกะวัตต์ ในฟาร์มกังหันลมโกลส์ ของออสเตรีย กังหันลมต้นนี้เริ่มติดตั้งและเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2548 โดยทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้ามานานถึง 20 ปี และสร้างพลังงานไฟฟ้ารวมกันมากกว่า 73 กิกะวัตต์ชั่วโมง ก่อนจะถูกปลดระวาง
ยอส เดอ ครีเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Blade-Made และพาร์ทเนอร์ของ Superuse Studios กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “นี่คือสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถทำได้กับชิ้นส่วนกังหันลม ดังนั้นเรื่องอื่น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป เพราะโครงการนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง”
บ้านจิ๋ว Nestle ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และเป็นไปตามกฎหมายการก่อสร้างของเนเธอร์แลนด์ ปลอดภัยต่อการพักอาศัยจริง และได้กระแสตอบรับอย่างดีจากผู้ที่สนใจ โดย Blade-Made กำลังเตรียมการผลิตบ้านจิ๋วรุ่นแรกจำนวนประมาณ 10 หลัง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับการทำการค้าในตลาดจริง
โครงการนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า โครงสร้างห้องเครื่องกังหันลมสามารถคงสภาพเดิมไว้และเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งทำให้เจ้าของธุรกิจฟาร์มกังหันลมทั่วโลกมองเห็นทางเลือกใหม่ ในการจัดการโครงสร้างหลังหมดอายุการใช้งาน
แม้ว่าวัสดุส่วนใหญ่ของกังหันลมประมาณ 85-90% เช่น เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม และคอนกรีต จะสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทั่วไปได้ง่าย แต่ชิ้นส่วนคอมโพสิตหรือพลาสติกเสริมใยแก้วที่ใช้ทำห้องเครื่องและใบพัดกลับเป็นปัญหาใหญ่ในการรีไซเคิล เนื่องจากกระบวนการแยกเรซินออกจากเส้นใยต้องใช้ความร้อนสูงหรือพลังงานมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพและมูลค่าของวัสดุที่กู้คืนมาได้
เครดิตภาพ: Jorrit Lousberg/Blade–Made
ขณะเดียวกัน ในภูมิภาคยุโรป ประเทศออสเตรีย ฟินแลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ออกกฎหมายห้ามฝังกลบขยะกังหันลมแล้ว นอกจากนี้ WindEurope กำลังผลักดันให้สหภาพยุโรปออกข้อบังคับทางกฎหมายครอบคลุมทุกประเทศสมาชิก ส่วน Vattenfall มีนโยบายห้ามนำใบพัดและฝาครอบห้องเครื่องไปฝังกลบ โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2564 ทำให้บริษัทต้องค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในการหมุนเวียนทรัพยากร
ฌุสตีน เบอซง วิศวกรพัฒนาจากมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดนมาร์ก กล่าวว่า “การรีไซเคิลใบพัดกังหันลม นับเป็นความท้าทายทางเทคโนโลยี เนื่องจากชิ้นส่วนถูกหล่อขึ้นเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่เหมือนเครื่องซักผ้าที่สามารถถอดชิ้นส่วนออกมาปรับปรุงใหม่ได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อจำกัดจากการที่ผู้ผลิตยังไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบของใบพัด”
นอกเหนือจากการทำเป็นบ้านจิ๋วแล้ว ชิ้นส่วนกังหันลมยังถูกนำไปแปรรูปเป็นโครงสร้างอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น ใบพัดกังหันลมจำนวน 57 ชิ้นที่ปลดระวางในปี 2566 ได้ถูกนำไปทำเป็นระแนงบังตาด้านหน้าอาคารจอดรถในเมืองลุนด์ ของสวีเดน รวมถึงการนำใบพัดยาว 37 เมตร หนัก 5,600 กิโลกรัม มาทำเป็นกำแพงกันเสียงข้างทางหลวงในเนเธอร์แลนด์ ตลอดจนการทำเป็นม้านั่ง ป้ายรถประจำทาง และเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น
นานาชาติต่างหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขยะกังหันลม โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐ มอบงบประมาณเงินรางวัลจำนวน 5.1 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนนักวิจัยในการพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตกังหันอย่าง Siemens Gamesa ก็ได้พัฒนาใบพัดรีไซเคิลได้ที่ใช้เรซินชนิดพิเศษ ซึ่งสามารถย่อยสลายในสารละลายกรดอ่อนด่างต่ำได้สำเร็จ
ที่มา: CNN, Euro News, The Times of India
เครดิตภาพ: Jorrit Lousberg/Blade–Made





