ปส. ยืนยันไทยพร้อมกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เผยประสบการณ์ 65 ปี พร้อมเร่งดัน พ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งฯ ตั้งกองทุนคุ้มครอง 1.5 หมื่นล้านบาท
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ประกาศความพร้อมในการกำกับดูแลความปลอดภัยเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ในงานเสวนา THE BIG ISSUE PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ในหัวข้อ "SMR : ทางเลือกหรือทางรอด" ที่จัดโดยฐานเศรษฐกิจ โดย "นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ" เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ระบุว่าประเทศไทยมีฐานความพร้อมเชิงเทคโนโลยีและประสบการณ์กำกับดูแลสถานประกอบการนิวเคลียร์มานานกว่า 65 ปีโดยไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ พร้อมเร่งเดินหน้าพัฒนากรอบกฎหมายและระบบกำกับดูแลตามมาตรฐานสากลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ตั้งศูนย์ One Stop Service ลดขั้นตอนใบอนุญาต
"นพ.รุ่งเรือง" กล่าวว่า กระบวนการอนุมัติและกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล 19 ด้านของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรรอบด้าน ซึ่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาเป็นเวลาหลายสิบปี
ปัจจุบัน ปส. ได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการร่วมแห่งชาติ เพื่อให้บริการอนุมัติและออกใบอนุญาตแบบจุดเดียว (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนที่ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน
นอกจากนี้ ยังมีการดึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้าร่วมกำกับดูแลกับทีมไทย เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีสากลที่โปร่งใสและปราศจากปัญหาคอร์รัปชัน
วางหลักเยียวยา 30 ปี กองทุนรับผิด 1.5 หมื่นล้าน
ในด้านการคุ้มครองประชาชนและการบริหารความเสี่ยง รัฐบาลและ ปส. ได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประสบภัยได้รับคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด และมีระยะเวลาคุ้มครองยาวนานอย่างน้อย 30 ปี
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งกองทุนรับผิดมูลค่าประมาณ 300 ล้าน SDR หรือราว 15,000 ล้านบาท โดยมีเงินตั้งต้นประมาณ 400 ล้านบาทที่รวบรวมจาก กฟผ. ผู้ประกอบการ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต อีกทั้งกฎหมายยังครอบคลุมถึงการคุ้มครองความเสียหายและรังสีข้ามแดนในกรณีเกิดเหตุจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
23 สถานีเฝ้าระวังรังสี เร่งสร้างกำลังคนรองรับ SMR
สำหรับระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย ปส. มีสถานีตรวจจับรังสีครอบคลุม 23 แห่งทั่วประเทศที่สามารถตรวจจับสิ่งหลุดรอดได้อย่างแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การจัดการกากนิวเคลียร์สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ทั้งการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือส่งกลับประเทศผู้ผลิต
ด้านการพัฒนาบุคลากร ครม. ได้เห็นชอบมติเตรียมความพร้อม 6 ด้าน โดย ปส. ได้ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเร่งสร้างกำลังคนทั้งในส่วนงานกำกับดูแลและภาคอุตสาหกรรม โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับโครงการ SMR ระยะแรกขนาด 300 เมกะวัตต์
80-90% รับ SMR แต่โจทย์ใหญ่คือ NIMBY
แม้ว่าผลการประเมินจะพบว่าประชาชนส่วนใหญ่กว่า 80-90% ให้การยอมรับเทคโนโลยี SMR แต่ยังคงมีความท้าทายเรื่องการยอมรับในระดับพื้นที่จริง (NIMBY) และความเข้าใจในกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย ซึ่ง ปส. ได้ร่วมกับ กฟผ. ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
"นพ.รุ่งเรือง" ในฐานะแพทย์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากมองในมิติด้านสุขภาพ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจาก SMR จะช่วยลดการปล่อยมลพิษและลดความเสี่ยงโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมเสนอว่าการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนพลังงานในอนาคตจะต้องนำสมการมูลค่าด้านสิ่งแวดล้อม และมูลค่าด้านสุขภาพ เข้ามาร่วมคิดคำนวณ นอกเหนือจากดรรชนีทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยตัดสินสำคัญในท้ายที่สุดยังคงอยู่ที่ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล รวมถึงราคาจำหน่ายไฟฟ้าที่เหมาะสม





