CP ALL เปลี่ยนโอกาสเป็นพลัง สร้างงานคุณค่าเพื่อคนต่างวัย เติบโตอย่างยั่งยืน โชว์เรื่องจริงบนเวที GCNT Expo 2026
เบื้องหลังร้านสะดวกซื้อที่ผู้คนแวะเวียนในแต่ละวัน ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการซื้อขาย แต่ยังมีเรื่องราวของ "โอกาส" ที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนต่างวัย ตั้งแต่เด็กสาวจากสงขลาที่เคยเกือบต้องหยุดเรียนเพราะข้อจำกัดด้านฐานะ ไปจนถึงหญิงวัยเกือบ 70 ปีที่เลือกกลับมาทำงานบริการ เพราะไม่อยากหยุดอยู่กับบ้าน ทั้งสองเรื่องราวสะท้อนพลังของ "โอกาสในการทำงานที่มีคุณค่า" ซึ่งเปิดทางให้คนได้พัฒนาตัวเอง ดูแลครอบครัว และส่งต่อโอกาสให้คนอื่น โดยถูกถ่ายทอดผ่านเวทีเสวนา The Opportunity Equation: From Education to Decent Work เปิดสมการโอกาส จากการศึกษา สู่การมีงานที่มีคุณค่าในทุกช่วงวัย ในงาน GCNT Expo 2026: From SHOCK To SHIFT - Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World จากวิกฤติโลกสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน เวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ที่จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT)
จากเด็กทุน สู่ผู้ร่วมบริหารธุรกิจ
ธันยาภรณ์ ชูนวล เด็กสาวจาก จ.สงขลา ที่ปัจจุบันคือผู้ร่วมบริหารธุรกิจ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาคู้บอน 30 เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตว่า ครอบครัวค่อนข้างลำบาก มีพี่น้อง 4 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมดและแม่ดูแลเพียงลำพัง จนทางบ้านเคยลงมติตกลงกันว่าจะให้เรียนจบแค่ ม.6 เท่านั้น แต่เมื่อได้รับโอกาสทุนการศึกษาจาก ซีพี ออลล์ เพื่อเรียนต่อที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เส้นทางชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ธันยากรณ์ เล่าย้อนถึงวันที่ตัดสินใจเรียนต่อว่า ได้บอกกับแม่ว่าไม่ต้องกังวล เมื่อไหร่ที่แก้วได้ทุน จะหางานทำระหว่างเรียนไปด้วย ซึ่งเธอก็ได้รับทุนช่วยเหลือค่าครองชีพจากกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้เพิ่มอีกทาง และอาศัยการเรียน 3 เดือนสลับฝึกงาน 3 เดือนจนสามารถส่งตัวเองเรียนจบได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
ความมุ่งมั่นและประสบการณ์จากการฝึกงานตั้งแต่ปี 1 ผลักดันให้เธอขึ้นเป็นผู้จัดการร้านตั้งแต่อยู่ปี 2 และกลายเป็นผู้ร่วมบริหารร้านร่วมกับ CP ALL ในวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น เมื่อมองย้อนกลับไป
"ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคในข้อจำกัดของฐานะทางบ้าน แล้วก็ต่อสู้จนตัวเองได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึงทำให้แก้วเป็นแก้วและมาดูแลครอบครัวทุกคนได้ในวันนี้" ธันยากรณ์ กล่าว
ปัจจุบัน ธันยากรณ์ ไม่ได้เพียงแค่ดูแลครอบครัวของตัวเองได้แล้ว แต่ยังส่งต่อโอกาสนี้ให้เด็กๆ ชาวดอยที่เข้ามาเรียนต่อแต่ไม่มีผู้ปกครองในกรุงเทพฯ โดยคอยดูแลและสอนงานให้ที่ร้าน
"เคยมีความรู้สึกที่อยากเรียนต่อแต่ก็ต้องดับฝัน เพราะเรารู้ว่าฝันของเรามันเป็นไปไม่ได้เพราะครอบครัวเราไม่มีเงิน พอวันนี้เราได้รับโอกาสและทำสำเร็จ เราจึงภูมิใจมากที่ได้ส่งต่อโอกาสนั้นให้กับน้องอีกคนหนึ่งสำเร็จ"
ธันยากรณ์ มักจะบอกน้อง ๆ ในร้านเสมอว่า ควรไปเรียนต่อ อย่าหยุดอยู่แค่ กศน. อย่าหยุดอยู่แค่ ม.6 อย่าหยุดที่ว่าจะต้องทำเซเว่นในตำแหน่งพนักงานตลอดไป เมื่อไหร่ที่เรามีวุฒิการศึกษา เราสามารถเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้บริหารสาขาแบบแก้วได้
นอกจากนี้ ธันยากรณ์ ยังทำประกันอุบัติเหตุให้กับทีมงานทุกคนในร้านเพื่อดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของครอบครัวพวกเขาด้วยความใส่ใจ
งานบริการเติมคุณค่าให้ชีวิตวัยเกษียณ
เรื่องราวอีกมุมหนึ่งจากร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาชุมนุมพานิช อ.พระประแดง อุบล แป้นเขียว พนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในโครงการผู้ใหญ่ใจดี บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยใกล้ 70 ปี ว่า ทำงานบริษัทเดิมมาตั้งแต่อายุ 19 ปี และเกษียณตอนอายุ 55 ปี แต่ด้วยความรักในงานบริการและไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงสมัครเข้ามาทำงานดูแลความสะอาดและช่วยบริการลูกค้าในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งปัจจุบันเธอทำต่อเนื่องมานานถึง 13-14 ปีแล้ว
ป้าอุบล ย้อนความหลังตอนมาสมัครงานว่า ต้องกลับไปค้นหาวุฒิ มศ.3 ที่จบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และต้องวางแผนเดินทางวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อมาทำงาน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค เพราะหัวใจสำคัญของเธอคือความรักในงานบริการ
"ป้าทำงาน ทำด้วยใจรัก ถ้าใจไม่รัก งานบริการจะทำไม่ได้เลย หน้าที่ของป้าคือการดูแลความสะอาด ช่วยเติมสินค้า และบริการลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ลงจากรถลำบาก ป้าก็จะเป็นคนคอยวิ่งออกไปช่วยอำนวยความสะดวกให้เสมอจนกลายเป็นลูกค้าประจำ และลูกค้าหลายคนให้คำชม ซึ่งคำชมเหล่านี้ทำให้ป้าอุบลมีความสุขอย่างมากในทุก ๆ วันที่ได้มาทำงาน"
เมื่อมีคนทักเรื่องอายุว่าอายุมากแล้วยังทำงานอยู่เหรอ ป้าอุบลมักตอบว่า "ฉันทำแล้วฉันมีความสุข"
ป้าอุบล เล่าต่อว่า งานนี้ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเปรียบเสมือนการออกกำลังกายไปในตัว ล่าสุดไปตรวจสุขภาพแพทย์ ระบุว่า หัวใจเต้นปกติและไม่มีโรคประจำตัวเลย ที่สำคัญยังช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม และทำให้ป้ามีเงินเก็บไว้ใช้ดูแลตัวเองโดยไม่เป็นภาระให้ลูกหลาน
"ตราบใดที่ยังมีความสุขและยังทำไหว ป้าก็จะทำไปเรื่อย ๆ" ป้าอุบล ทิ้งท้าย
เรื่องราวของทั้งคู่อาจเริ่มต้นจากจุดที่ต่างกันในเรื่องช่วงวัยและประสบการณ์ชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ "โอกาสในการทำงานที่มีคุณค่า" ที่ได้รับและพลังใจที่ไม่ยอมแพ้ ซึ่งส่งผลดีกลับคืนสู่สังคมและคนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม





