วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

เจ้าสัวธนินท์ กางโรดแมปซีพี รับยุค AI ปรับโครงสร้าง-ปั้นทุนมนุษย์ รับ 'เสี้ยววินาทีทอง'

ซีพีรับยุคที่ความเร็วในการทำธุรกิจเป็นแบบเสี้ยววินาทีทอง ชู AI เร่งความเร็วการตัดสินใจ และการแข่งขัน เดินหน้าปรับองค์กรแบนราบ ลดขั้นตอน กระจายอำนาจให้คนหน้างานตัดสินใจเร็ว เร่งสร้างคนผ่าน CP-CoEX

KEY POINTS

  • ซีพีโชว์วิสัยทัศน์รับยุคความเร็วในการทำธุรกิจแบบเสี้ยววินาทีทอง ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งความเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • เจ้าสัวธนินท์ เผยแนวทางแห่งอนาคต ปรับโครงสร้างองค์กรให้แบนราบ ลดขั้นตอนการสั่งการ และกระจายอำนาจให้คนเก่งตัดสินใจ
  • พัฒนาทุนมนุษย์ผ่านแพลตฟอร์ม CP-CoEX เพื่อให้พนักงานทุกระดับใช้ AI เป็นเครื่องมือ และสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่
  • นำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ต้องรวดเร็ว และมีคุณภาพ

โลกธุรกิจกำลังถูกบีบให้เร็วขึ้น จนคำว่า “นาทีทอง” และ “วินาทีทอง” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อ “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นิยามว่าโลกได้เข้าสู่ยุค “เสี้ยววินาทีทอง” ที่ข้อมูลเดินทางแทบจะทันที การตัดสินใจต้องเร็วขึ้น และการแข่งขันวัดกันที่ความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ พร้อมเสนอโมเดลปรับโครงสร้างองค์กร ลดขั้นตอนการสั่งการ ดัน “คนเก่งหน้างาน” ขึ้นเป็นกำลังหลัก และปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็น “เถ้าแก่” ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียง “เร็ว-ดี-ถูก” แต่ต้องเดินคู่กับ “ความยั่งยืน” โดยใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และการใช้ทรัพยากร และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระยะยาว

AI ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม

“ธนินท์” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ LD001: Future Ready Leader (AI Leadership Development) ในงานเปิดตัวแพลตฟอร์ม CP-CoEX (Center of Excellence × Exponential) โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก้าวเข้ามาเป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนของโลก ไม่เพียงแค่ในด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จะเข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการดำเนินชีวิต และธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครือ CP ที่มีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจบริการ โทรคมนาคม ไปจนถึงสื่อสารมวลชน และสุขภาพ

“สมัยก่อนเราพูดถึง ‘นาทีทอง’ ต่อมาเป็น ‘วินาทีทอง’ แต่ในปัจจุบัน และอนาคตได้ก้าวเข้าสู่ยุค ‘เสี้ยววินาทีทอง’ แล้ว ซึ่งหมายถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในการทำธุรกิจ และการผลิต”

เจ้าสัวธนินท์ กางโรดแมปซีพี รับยุค AI ปรับโครงสร้าง-ปั้นทุนมนุษย์ รับ 'เสี้ยววินาทีทอง'

มนุษย์ vs AI

“ธนินท์” ชี้ให้เห็นว่า ข้อเสียเปรียบสำคัญของมนุษย์คือ เรื่อง "อายุขัยที่สั้น" เมื่อคนรุ่นหนึ่งจากไป ความรู้ และความจำบางส่วนอาจสูญหายไปพร้อมกัน ในขณะที่ AI มีอายุที่ยาวนาน และความรู้ความจำของมันจะคงอยู่ในระบบตลอดไป

“มนุษย์เสียไปกี่ชั่วคนแล้ว แต่ความรู้ความจำของ AI จะอยู่ในระบบ ผมก็คิดว่าไม่เป็นไร มนุษย์ที่เกิดใหม่ก็สามารถต่อยอดจาก AI ได้”

“ธนินท์” เล่าว่า เคยคุยกับผู้ประกอบการที่อเมริกา ซึ่งเป็นผู้สร้าง AI ขึ้นมา โดยผู้สร้างเหล่านั้นยอมรับว่า พยายามศึกษาลงลึกว่า AI สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อนขนาดนั้นออกมาได้อย่างไร

บางครั้ง AI แสดงผลลัพธ์หรือพฤติกรรมที่ "ออกนอกลู่นอกทาง" หรืออยู่นอกเหนือคำสั่งที่คนสร้างกำหนดไว้ ความสามารถในการคิดเองที่เหนือความคาดหมายนี้ ถึงขั้นทำให้แม้แต่คนสร้าง AI เองก็ยังรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม “ธนินท์” ยังคงให้ความสำคัญกับศักยภาพของมนุษย์ โดยกล่าวว่า มนุษย์เป็นผู้สร้าง AI ขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ใช้งาน แม้ในปัจจุบัน AI จะเริ่มแสดงความสามารถที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมที่ผู้สร้างตั้งไว้จนน่าตกใจ หรือสามารถตอบคำถามในสิ่งที่ผู้สร้างเองก็คาดไม่ถึง แต่มนุษย์ยังคงมีจุดแข็งที่ AI ไม่มี นั่นคือ "จิตวิญญาณ"

โมเดลปฏิรูปโครงสร้างองค์กร

เพื่อให้องค์กรและพนักงานก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยี เครือเจริญโภคภัณฑ์จะเร่งสร้างคนให้มีความเข้าใจ และใช้ AI ให้เป็นในทุกระดับ โดยจะไม่ให้ AI ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ธนินท์” ระบุว่า ในอนาคตโครงสร้างการบริหารของ CP อาจจะลดระดับชั้นลงเหลือเพียง 2 ระดับ จากเดิมที่อาจมีถึง 5-6 ระดับ เนื่องจาก AI และเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้ข้อมูลสามารถส่งถึงกันได้ในระดับเสี้ยววินาที จึงไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างการสั่งการที่ซับซ้อน และใช้เวลาหลายขั้นตอนเหมือนในอดีต

หัวใจสำคัญคือ กระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่คนหน้างาน โดยเฉพาะ "คนเก่ง" ที่มีข้อมูล และเข้าใจสถานการณ์จริง เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บริหารหลายลำดับชั้น ขณะเดียวกัน พนักงานทุกระดับต้องเรียนรู้ และใช้ AI เป็น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

AI จะไม่แย่งงานมนุษย์

อย่างไรก็ตาม “ธนินท์” ปฏิเสธความกังวลที่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ โดยมองในมุมกลับว่า AI จะเป็นเครื่องมือที่สร้างโอกาสให้เกิดผู้ประกอบการหรือ "เถ้าแก่" รายใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น

“AI จะทำให้เถ้าแก่หรือเจ้าของบริษัทเต็มบ้านเต็มเมือง คนหนึ่งคนก็สร้างบริษัทได้ เพราะทั้งงานกฎหมาย และบัญชี AI พร้อมสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ในด้านการบริหารจัดการเงิน มนุษย์อาจจะยังคงมีความโดดเด่น และจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจของคนควบคู่ไปกับการใช้ AI อยู่”

การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบในระยะสั้นที่อาจเกิดความสั่นสะเทือนต่อรูปแบบการจ้างงานเดิม แต่ในระยะยาว จะเกิดการสร้างงานมหาศาลในรูปแบบใหม่ที่เน้นการสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการเป็นหลัก

การแข่งขันในโลกที่ราคา "โปร่งใส"

ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ “ธนินท์” ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิต

“ความท้าทายสำคัญในยุค AI คือ ข้อมูลราคาจะมีความโปร่งใสทั่วโลก ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาจากแหล่งต่างๆ ได้ทันทีผ่าน AI ดังนั้น ผู้ผลิตอย่างเครือ CP จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้ AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น สินค้าของ CP ต้องเป็นของดี ต้นทุนต่ำลง ราคาถูกลง และดีขึ้นทุกวัน”

แม้โลกจะเข้าสู่ยุคดิจิทัลเพียงใด แต่สินค้าที่ "จับต้องได้" ยังคงมีความสำคัญ และไม่สามารถส่งผ่านระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียวได้ กระบวนการขนส่งไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน ยังคงต้องมีขั้นตอนที่เชื่อมโยงถึงบ้านผู้บริโภค และหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในอนาคตคือ ความเร็ว และคุณภาพ

“ธนินท์” ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความรวดเร็วทันใจ เมื่อตัดสินใจซื้อแล้วต้องได้รับสินค้าโดยเร็วที่สุด ดังนั้นการขนส่งต้องถูกวางแผนให้สั้นที่สุด และเร็วที่สุด

“ความเร็วคือ เรื่องของผู้ชนะ สุดท้ายทำอะไรต้องเร็ว และมีคุณภาพ ไม่ใช่ทำช้าแล้วบอกว่าเพื่อคุณภาพที่ดี”

เจ้าสัวธนินท์ กางโรดแมปซีพี รับยุค AI ปรับโครงสร้าง-ปั้นทุนมนุษย์ รับ 'เสี้ยววินาทีทอง'

“สร้างคน” ภารกิจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

หลักสูตร “CP-CoEX” ที่เชื่อมองค์กรชั้นนำ 11 องค์กร (CPF, CP ALL, CP Axtra และ True พร้อมด้วย Huawei, Tencent, AWS, KAO, Schneider Electric, Mitsubishi Electric และ SCG) เข้าสู่ Learning & Co-Creation Ecosystem ผ่านศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี (CP Innovation Center of Excellence: CPIC) เพื่อร่วมพัฒนา 7 Real Business AI Projects จากโจทย์ธุรกิจจริง เป้าหมายไม่ได้แค่จบ และให้ประกาศนียบัตร แต่ผู้เรียนจากทุกองค์กรต้องต่อยอดไปสู่ AI Solution, Prototype หรือ Proof of Concept, Business Case ตลอดจน Pilot และ Scale-up Plan ที่มีศักยภาพนำไปใช้งานจริง

“ธนินท์” กล่าวว่า ไม่ใช่เพียงแค่ให้ผู้บริหารเข้าใจ แต่ต้องให้พนักงานทุกคนใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงาน ความรู้ที่สะสมผ่านหลักสูตรเหล่านี้จะยิ่งฉลาดขึ้น และเก่งขึ้นเช่นเดียวกับ AI เพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบริษัทในอนาคต

"ผมเป็นเพียงนักเรียนอนุบาลที่ชอบเรียนรู้ และเรียนรู้จากคนเก่งๆ การเรียนรู้เรื่อง AI เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง เพื่อนำพาองค์กรก้าวข้ามผ่านคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

การถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ "เจ้าสัวธนินท์" ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในอานุภาพของเทคโนโลยี AI แต่ยังเป็นการวางยุทธศาสตร์เชิงรุกสำหรับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการก้าวไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และคนรุ่นใหม่ เน้นย้ำเรื่องความเร็ว การลดขั้นตอนการบริหาร

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์