Rybodyn Inc. ใช้เทคโนโลยี AI ถอดรหัส Dark Proteome ซึ่งเคยถูกมองข้าม เพื่อค้นหาโปรตีนเป้าหมายใหม่ในการรักษามะเร็ง
KEY POINTS
- Rybodyn Inc. ใช้เทคโนโลยี AI ถอดรหัส "พันธุกรรมส่วนมืด" (Dark Proteome) ซึ่งเคยถูกมองข้าม เพื่อค้นหาโปรตีนเป้าหมายใหม่ในการรักษามะเร็ง
- ค้นพบเป้าหมายยาตัวใหม่ "RYBO 0173" ที่พบในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมถึง 45% ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนายาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มใหญ่
- กำลังเจรจากับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพื่อจัดหาตัวอย่างชิ้นเนื้อจากผู้ป่วย และมองว่าไทยมีศักยภาพเป็นฐานการทดลองทางคลินิกในอนาคต
ในงานเสวนา "Global Health Tech Showcase" ภายใต้การประชุม "SEA Health Summit 2026: AI in Health and Longevity" ซึ่งจัดโดย 'RISE Innovation Consulting' ร่วมกับ 'กรุงเทพธุรกิจ' "ดร.อิมาด อัจจาวี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Rybodyn Inc. ได้เปิดเผยถึงนวัตกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการถอดรหัสพันธุกรรมส่วนมืด (Dark Proteome) เพื่อค้นหาเป้าหมายยาใหม่สำหรับโรคมะเร็งที่ยังไม่สามารถรักษาได้ พร้อมระบุถึงความสนใจในการขยายฐานการวิจัยและทดลองทางคลินิกมายังประเทศไทย
“ดร.อิมาด" ระบุว่า แม้จะมีการถอดรหัสจีโนมมนุษย์สำเร็จตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 แต่พบว่ามีเพียง 2% เท่านั้นที่ทำหน้าที่กำหนดรหัสการสร้างโปรตีน ส่วนอีก 98% ที่เหลือเคยถูกมองว่าเป็น "ดีเอ็นเอขยะ" หรือ Dark DNA
อย่างไรก็ตาม Rybodyn ได้พัฒนเทคโนโลยีการหาลำดับพันธุกรรมรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อระบุสิ่งที่เรียกว่า "Dark Transcriptome" หรือรหัสลับที่ซ่อนอยู่ใน RNA ที่มีความซับซ้อนและเทคโนโลยีเดิมมองข้ามไป
“จากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว บริษัทสามารถระบุ RNA ใหม่ได้ถึง 3 ล้านรายการ และค้นพบโปรตีนใหม่กว่า 80,000 ชนิด โดยในจำนวนนี้มีถึง 15,000 ชนิดที่มีความจำเพาะเจาะจงกับโรคมะเร็ง”
เป้าหมายยาใหม่ ความหวังของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
หนึ่งในความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือการค้นพบเป้าหมายยาตัวใหม่ที่ชื่อว่า "RYBO 0173" ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมถึง 45% เปรียบได้กับเป้าหมายยา HER2 ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยเพียง 15% เท่านั้น
"นี่คือโอกาสมหาศาลในการช่วยเหลือประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีความต้องการทางการแพทย์แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และมีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ"
เปลี่ยนโมเดลการวิจัย จากห้องแล็บสู่ตัวอย่างผู้ป่วยจริง
ปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมยาในปัจจุบันคืออัตราความล้มเหลวในการทดลองทางคลินิกที่สูงถึง 90-95% “ดร.อิมาด” วิเคราะห์ว่า เกิดจากปัญหาด้านการนำผลการวิจัยไปใช้จริง เนื่องจากมักเริ่มทดลองในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลองที่ไม่สามารถจำลองโรคในมนุษย์ได้จริง
Rybodyn จึงเลือกใช้วิธีที่แตกต่างด้วยการเริ่มวิจัยจากตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยจริงเป็นอันดับแรก เพื่อค้นหาสัญญาณที่ชัดเจนใน Dark Proteome ที่ผู้ป่วยจำนวนมากมีร่วมกัน โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มของบริษัทสามารถขยายผลการวิเคราะห์ตัวอย่างผู้ป่วยไปได้แล้วกว่า 2,000 ราย
ปักหมุดไทย แหล่งวัตถุดิบและฐานการทดลองคลินิก
ในส่วนของความเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ดร.อิมาด” เปิดเผยว่าขณะนี้ Rybodyn กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดหาตัวอย่างชิ้นเนื้อจากเนื้อร้าย และตัวอย่างจากผู้ป่วยสำหรับใช้ในการวิจัย
นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำหรับการทดลองทางคลินิก ซึ่งสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป มีโอกาสครั้งใหญ่ที่นี่ ซึ่งบางทีคนในสหรัฐฯ หรือยุโรปอาจจะยังไม่ตระหนักถึง
การนำ AI มาใช้ในการค้นหายาจาก Dark Proteome นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนการรักษาแบบเดิมไปสู่การรักษาที่แม่นยำและเข้าถึงผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ที่เคยหมดหวังจากการรักษาในปัจจุบัน





