ถอดบทเรียน 1 ปี "ชายหาดบางแสน" แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบปลอดแอลกอฮอล์-บุหรี่

ถอดบทเรียน 1 ปี "ชายหาดบางแสน" แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบปลอดแอลกอฮอล์-บุหรี่

เทศบาลเมืองแสนสุข ร่วมกับ สสส. และ นิด้า ลงพื้นที่ "ชายหาดบางแสน" จ.ชลบุรี ถอดบทเรียนแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบส่งเสริมลดปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ ยาสูบ หลังเข้าร่วมโครงการ 1 ปี พ่อค้าแม่ค้า ประชาชน นักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือ เตรียมขยายผลสู่แห่งท่องเที่ยวแห่งอื่น

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 64 ที่ชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกศรา สุกเพชร อาจารย์สาขาอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว คณะจัดการท่องเที่ยว นิด้า ลงพื้นที่เพื่อดูความคืบหน้าและผลของโครงการฯ โดยมี นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ให้การต้อนรับ 

 

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ ชายหาดบางแสน ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และยาสูบ ได้ร่วมดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปี จากความร่วมมือของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และเทศบาลตำบลแสนสุข โดยพบว่า ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ค้า และนักท่องเที่ยว ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการริมชายหาดที่จะเห็นชัดเจนว่ามีการติดป้ายชัดเจน และยังมีส่วนในการให้ความรู้สร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวด้วย

 

“ชายหาดบางแสนถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนควรมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างปลอดภัย อากาศสะอาด เพราะไม่มีควันบุหรี่มารบกวน ซึ่งข้อมูลปี 2562 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง 9,435 คน/ปี และยังเป็นพื้นที่สำหรับทุกครอบครัวที่จะรู้สึกปลอดภัยเพราะไม่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งลดโอกาสจะพบผู้ที่เมาแล้วก่อความรำคาญบนหาดบางแสน อีกด้วย” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

 

ถอดบทเรียน 1 ปี "ชายหาดบางแสน" แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบปลอดแอลกอฮอล์-บุหรี่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกศรา สุกเพชร อาจารย์สาขาอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว คณะจัดการท่องเที่ยว นิด้า กล่าวว่า พื้นที่ ชายหาดบางแสน เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก สามารถเดินทางไปกลับได้โดยสะดวก และมีค่าใช้จ่ายไม่สูง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวพบว่า จาก 1,800,000 คน มีรายได้จาการท่องเที่ยว 5,846 ล้านบาทในปี พ.ศ.2558 เพิ่มเป็นจำนวน 2,800,000 บาท รายได้เพิ่มเป็น 10,230 ล้านบาทใน ปี พ.ศ.2561

 

ซึ่งผลของการมีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ประเด็นปัญหาด้านการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบจึงเป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่เทศบาลแสนสุขหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่จำเป็นต้องดำเนินการสร้างความเข้าใจและสร้างความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้ชายหาดบางแสนเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะความปลอดภัยจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ เพื่อผลักดันให้พื้นที่ชายหาดบางแสนเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ต้นแบบได้ต่อไป ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารเทศบาลแสนสุขได้มีนโยบายที่จะสนับสนุนการลดปัจจัยเสี่ยงการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และยาสูบในพื้นที่

 

ถอดบทเรียน 1 ปี "ชายหาดบางแสน" แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบปลอดแอลกอฮอล์-บุหรี่

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวว่า ผลการดำเนินการตอลอด 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า เจ้าหน้าที่ของเทศบางเมืองแสนสุข ผู้ประกอบการร้านค้า ที่จดทะเบียนกับเทศบาล มีความเข้าใจและเห็นถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย ที่งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ในพื้นที่ชายหาดมากขึ้นและให้ความร่วมมือในการงดจำหน่าย 100 เปอร์เซ็นต์ การต่อต้านมาตรการเหล่านี้จากที่เคยมีลดลง ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเริ่มมีความตระหนักรู้ และเข้าใจถึงมาตรการของพื้นที่มากขึ้น

 

ถอดบทเรียน 1 ปี "ชายหาดบางแสน" แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบปลอดแอลกอฮอล์-บุหรี่

 

“ชายหาดบางแสน จัดจุดให้บริการสูบ บุหรี่ ไว้โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนผู้อื่นที่มาท่องเที่ยว เราพบว่าหลังดำเนินการรณรงค์ขอความร่วมมืออย่างจริงจัง ในตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามีการฝ่าฝืนสูบนอกพื้นที่อนุญาต ประมาณร้อยละ 10-15 และพบว่ามีการแอบดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางคืนหลังเก็บเตียงและที่นั่งประมาณร้อยละ 20 โดยแอบใช้ภาชนะอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงแทน จึงอยากเสนอให้รัฐบาลช่วยประชาสัมพันธ์ ในเรื่องการห้ามดื่มและห้ามสูบในชายหาดทั่วประเทศ และเพิ่มกำลังผู้ตรวจให้มากขึ้น เช่น ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปรับตามกฎหมาย กรณีพบคนฝ่าฝืน” นายณรงค์ชัย กล่าว