ล็อกดาวน์ 14 วัน สธ.ขอ”ทุกคนงดออกจากบ้าน” ลดติด-แพร่โควิด19 แนะ 5 วิธีอยู่บ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงติดเชื้อคนในครอบครัว
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงสถานการณ์โควิด19 นพ.จักรรัฐ พิทยาวงค์อานนท์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา คร. กล่าวว่า ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ต้องการให้ทุกคนลดการเคลื่อนที่ งดการเดินทางเพื่อที่จะให้ทุกคนอยู่ที่บ้าน และลดการกระจายจากครอบครัวหนึ่งไปสู่อีกครอบครัวหนึ่ง ในการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะในที่ทำงาน หรือนอกบ้าน บนขนส่งสาธารณะทั้งหลาย อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีการแพร่ระบาดของโรคต่อเนื่องได้ เพราะฉะนั้นต้องการให้หยุดอยู่ตรงนี้ หยุดการแพร่เชื้อให้ได้เร็วที่สุด ต้องขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อคนที่เรารักและฉีดวัคซีนให้กับคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งวัคซีนทุกยี่ห้อแม้ฉีดครบแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อได้ เมื่อติดเชื้อแล้วมีโอกาสแพร่เชื้อได้ ดังนั้น คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็จะต้องช่วยกันที่จะไม่ให้การแพร่เชื้อกระจายออกไปสู่ครอบครัวอื่นด้วยการอยู่บ้าน
ขอให้ 14 วันนี้เริ่มต้น 20 ก.ค.เป็นวันแรก โดย 1. ขอให้งดออกจากบ้านทุกคน 2.อยู่บ้านแบบป้องกันคนในบ้าน ด้วยการป้องกันสูงสุด เช่น สวมหน้ากากระหว่างพูดคุยกันระยะใกล้ชิด รับประทานอาหารแยกออกจากกัน อาจจะแยกที่นอนบ้างหากใครที่เสี่ยงมาก 3.ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อ และมีความเสี่ยง รีบลงทะเบียนไปตรวจ ด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท เพื่อตรวจว่าเรามีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือไม่ เข้าข่ายการติดเชื้อแล้วหรือยัง 4.ถ้าติดเชื้อ ติดต่อประสานทีมดูแล CCR มาช่วยดูแล เป็นทีมที่ช่วยดูแลโดยเฉพาะในกทม.ที่มีการระบาดค่อนข้างมาก และปริมณฑลด้วย โดยติดต่อผ่านทางสายด่วน 1330 เพื่อดูแลทุกท่านที่บ้าน ซึ่งวิธีการดูแลมีหลายรูปแบบ และ5.ต้องพาผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ไปรับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว เพื่อจะได้สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการป่วยที่รุนแรงหากติดเชื้อ
มาตรการควบคุมโรคช่วง 14 วันนี้ “งดออกจากบ้าน” ยกเว้น ส่วนที่จำเป็นจริงๆ เช่น ซื้อหาอาหารและเครื่องใช้จำเป็น ซื้อยา ไปรพ.ไปพบแพทย์ ไปฉีดวัคซีน ปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข และปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต่อสาธารณะตามมาตรการที่กำหนด เช่น ทหาร ตำรวจ จิตอาสาที่มาช่วยอำนาวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ ซึ่งการออกจากบ้านหากไม่ระวังอาจจะไปรับเชื้อมา แล้วแพร่แต่ให้คนในบ้านหรือให้ครอบครัวอื่นด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้องทำไปเป็นประจำคือ ออกจากบ้านต้องเว้นระยะห่างชัดเจน สวมหน้ากากตลอดเวลา พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้ ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันตัวเองขณะเดินทาง ขณะทำงาน ไปซื้ออาหารและการไปฉีดวัคซีน เมื่อไปถึงต้องเว้นระยะห่างให้มากที่สุด และงดทานข้าวร่วมกับผู้อื่น
ช่วง 14 วันนี้การอยู่บ้านแบบป้องกันคนในบ้าน โดบวิธีการเพิ่มความปลอดภัยให้คนที่รัก โดย 1. เช็คความเสี่ยงของทุกคนในบ้าน หากเสี่ยงมาก เช่น เคยใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ไปที่แออัดมา ที่ทำงานมีผู้ติดเชื้อ พบลูกค้ามาก ขอให้เข้ารับการตรวจคัดกรองว่ามีโอกาสติดเชื้อแล้วหรือไม่ หากเป็นพื้นที่กทม.ขอรับการตรวจด้วยชุดตรวจแอนติเจนเทสต์คิท ที่หน่วยบริการใกล้บ้านฟรี 2.พูดคุยห่างๆ สวมหน้ากากขณะคุยกัน 3.แยกทานอาหารให้ห่างกันระหว่างทำอาหาร ทานอาหาร หรือทานคนละเวลา 4.ทำความสะอาด บริเวณที่จับร่วมกันบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได โต๊ะอาหาร พัดลม รีโมท และ 5.แยกที่นอน นั่งดูทีวีห่างกัน งดกิจกรรม หรือการสัมผัสที่จะใกล้ชิดกันมากๆ
ถ้ามีความเสี่ยง จะมี 4 จุดตรวจคัดกรองในกทม.ฟรี ได้แก่ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ สนามราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) ลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนา และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติฯ หรือสถาบันธัญญารักษ์เดิม นอกจากนี้ คลินิกชุมชนอบอุ่นที่อยู่ใกล้บ้านก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะตรวจหาเชื้อโดยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์คิทได้ด้วย ส่วนจังหวัดอื่นๆประสานสอบถามแต่ละจังหวัดได้









