แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกของการเกิด 'ล็อกดาวน์' ในช่วงโควิด 19 แต่เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป
‘ล็อกดาวน์’ ประเทศ ดูจะเป็นคำที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกหดหู่ เศร้าใจ และเห็นถึงความยากลำบากมากขึ้น เพราะทุกครั้งของการ ล็อกดาวน์ การใช้ชีวิต การทำมาหากินของประชาชนตาดำๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และครั้งนี้ ในภาวะที่หลายคนตกงาน สภาพการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ย่อมส่งผลให้การใช้ชีวิตในช่วงล็อกดาวน์ ดูเป็นทางตันมากกว่าทางรอด
ด้วยจำนวน ผู้ป่วยโควิด 19 ทะลุไปเกือบหมื่นราย และการแพร่ระบาดของโควิด 19 กระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก ล่าสุด มติที่ประชุม ศบค.นั้น ได้มีการเห็นชอบการปรับพื้นที่สถานการณ์ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสงขลา ที่ต้องปฎิบัติดังนี้
- ย้ำมาตรการ 'ล็อกดาวน์'ที่ 10 จังหวัดควรรู้
1.จำกัดการเคลื่อนย้ายและการดำเนินกิจกรรมของบุคคลให้มากที่สุด (เฉพาะพื้นที่เฉพาะกทม.และปริมณฑล 5 จังหวัด) คือ
ขอให้มีการทำงานที่บ้าน หรือ Work from home ให้มากที่สุด
ระบบขนส่งสาธารณะ ปิดให้บริการได้ในห้วงเวลา 21.00 ถึง 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
ร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่ง ปิดเวลา 20.00 ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น
ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้เฉพาะ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคารและสถาบันการเงิน ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร รวมถึงสถานที่ฉีดวัคซีน ทั้งนี้เปิดได้ถึง 20.00น.
ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ห้ามบริโภคอาหารและสุราในร้าน โดยเปิดให้บริการได้ถึง 20.00 น.
ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น นวดเพื่อสุขภาพ สปา และสถานเสริมความงาม สวนสาธารณะ เปิดได้ถึง 20.00 น.
ห้ามการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกันของบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
2.ห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นและห้ามออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 21.00 ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
3.ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง
4.กำกับดูแลให้ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล
5.ให้เริ่มดำเนินการตามข้อ 1-4 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2564 เป็นต้นไป
6.ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจัดตั้งจุดตรวจ และชุดลาดตระเวน ให้พร้อมดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.เวลา 06.00 เป็นต้นไป
- แนะไอเทมใช้ชีวิตอย่างไร ? ในช่วง 'ล็อกดาวน์'
ตลอดปีกว่าของการเกิดการแพร่ระบาดโควิด 19 ประเทศไทยได้มีการประกาศล็อกดาวน์มาแล้ว แต่สถานการณ์ในครั้งนั้นหลายคนยังมีงานทำ มีเงินเก็บที่ยังพอมาจุนเจือครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ได้ รวมถึงมาตรการเยียวยาของรัฐที่ช่วยประทังชีวิตได้ ทว่าการ ‘ล็อกดาวน์’ ครั้งนี้ คงทำให้ใครหลายๆคนต้องเตรียมกาย เตรียมใจในหลายๆเรื่อง
วันนี้ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ได้รวบรวมการใช้ชีวิตในช่วงโควิด 19 และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือนร้อน ผลกระทบจากมาตรการในครั้งนี้
1.หาซื้อสินค้า อุปโภค บริโภค ที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารกระป๋อง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นขอสำคัญ เพราะไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่ควรซื้อในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ต้องกักตุนจนไม่มีให้ผู้อื่น
2.เตรียมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ควรซื้อติดบ้านไว้ เพราะเมื่อต้องออกนอกบ้าน มันคืออุปกรณ์จำเป็นมากๆ
3.เจล หรือ สเปรย์ แอลกอฮอล์ล้างมือ อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสุดๆ เช่นเดียวกัน ไปพื้นที่ไหน ก่อน- หลักสัมผัสสิ่งใด ควรฉีดสเปรย์ หรือใช้เจลล้างมือทันที เพราะตอนนี้เราไม่สามารถไว้ใจพื้นที่ไหนไม่ได้เลย
4.จัดเตรียมยารักษาโรค ทั้ง ยาฟ้าทะลายโจร ที่เอาไว้ทั้งแก้ไข้หวัด และบรรเทาอาการโควิด 19 และผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องมียาติดตัวตลอด รวมถึงยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวด, ยาแก้ไข้, ยาแก้แพ้ และยาแก้ไอ ต้องจัดหาไว้ให้ครบ
5.อุปกรณ์เบ็ดเตล็ด อาทิ ถ่านไฟฉาย ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรอง
6.ส่วนคุณผู้หญิง อาจต้องซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง อย่าง ผ้าอนามัย หรือของใช้ส่วนตัว ไว้สำรองด้วยเช่นกัน ถือเป็นสิ่งที่ควรจะต้องมีสำรองด้วยเช่นกัน
- เมื่อ 'ล็อกดาวน์' อยู่บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง?
1.ควรจะอยู่บ้าน ห้องพักที่โปร่ง มีอากาศถ่ายเท และแสงแดด เข้าถึง
2.มีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ เช่น ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์เจลเข้มข้นอย่างน้อย 70% หน้ากากอนามัย สบู่
3.มีอุปกรณ์ทําความสะอาด เช่น ถุงขยะ โดยจัดถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดไว้นอกบ้าน สารฟอกขาว นํ้ายาทําความสะอาด
4.วัดอุณหภูมิทุกวัน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส
5.ล้างมือด้วยน้ำและฟอกสบู่บ่อยๆ
6.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจําตัวระยะห่างไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ช่วง'ล็อกดาวน์' ตั้งเป้า 'ฉีดวัคซีนโควิด 19' กลุ่มสว.-โรคเรื้อรังครบ1 ล้านคน
เตรียมพร้อมอย่างไร? เมื่อต้อง 'เดินทางข้ามจังหวัด' - 'กลับภูมิลำเนา'
- จำเป็นต้องเดินทาง 'กลับภูมิลำเนา' ต้องปฎิบัติตามนี้
7.แยกรับประทานอาหาร ตักแบ่งอาหาร มารับประทานต่างหาก ล้างภาชนะด้วย น้ำยาล้างจาน ผึ่งให้แห้งและตากแดด
8.แยกห้องน้ำ หากแยกไม่ได้ควรใช้ห้องส้วมเป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดทันที ปิดฝาทุกครั้งก่อนกดชักโครกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค กรณีใช้ห้องน้ำร่วมกัน ระมัดระวังจุดเสี่ยงสำคัญ เช่น บริเวณโถส้วม อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตูและล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ทุกครั้ง
9.แยกขยะที่ถูกสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชูโดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ราดด้วยนำยาฟอกขาว มัดปากถุงให้แน่น
10.หากจำเป็นต้องพบปะผู้อื่น ให้ใช้หน้ากาก- อนามัย ที่ใช้แล้วให้ทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด มิดชิด และทำความสะอาดมือทันที
11.งดกิจกรรมนอกบ้าน งดไปในที่ชุมชน งดใช้ขนส่งสาธารณะ
12.คนในครอบครัวสามารถไปทำงานเรียนหนังสือได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้อาจต้องให้ข้อมูลกับ สถานที่ทำงาน สถานศึกษา ตามเงื่อนไข ที่สถานที่เหล่านั้นกำหนด
สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ต้องการจะเดินทาง กลับภูมิลำเนา เพื่อเข้ารับการรักษา ขอให้ประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือโรงพยาบาลปลายทางเพื่อความปลอดภัยของท่านและลดการแพร่กระจายเชื้อแก่ผู้อื่น






