ศบค.หารือ 29 เม.ย.นี้ ทบทวนปรับเพิ่มมาตรการคุมโควิด-19 ประกาศเข้มขึ้นบางพื้นที่-บางกิจการกิจกรรม ยันยังไม่สามารถให้คนติดเชื้อดูแลตัวเองที่บ้าน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ รองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีรายงานติดเชื้อเพิ่ม 2,048 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,038 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 8 คน เฉพาะระลอกเดือนเม.ย. ติดเชื้อสะสม 28,645 ราย เสียชีวิตสะสม 54 คน ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 57,508 ราย ยังรักษาอยู่ 25,767 ราย แบ่งเป็นรักษาในรพ. 20,461 ราย และรพ.สนาม 5,306 ราย โดยอาการหนัก 563 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 150 ราย ซึ่งผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ 150 ราย ส่วนใหญ่อยู่กทม. 60 ราย ชลบุรี 12 ราย สมุทรปราการ 11 ราย ปทุมธานี 6 ราย นนทบุรี และเชียงใหม่จังหวัดละ 5 ราย นับเป็น 1 ใน 4 ของผู้มีอาการหนัก
สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 141 เป็นชายไทยอายุ 61 ปี จ.ปทุมธานี มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด มีประวัติวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก วันที่ 23 เม.ย. พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิตเวลา 01.55น. พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง มีปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ สูงอายุ และโรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 142 เป็นชายไทยอายุ 45 ปี อยู่ กทม. ปฏิเสธมีโรคประจำตัว มีประวัติวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ หายใจลำบาก วันที่ 19 เม.ย.พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต เดินทางไปสถานที่เสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตมีภาวะไตวายเฉียบพลัน
ผู้เสียชีวิตรายที่ 143 เป็นชายไทยอายุ 24 ปี จ.อุดรธานี ป่วยเนื้องอกหลอดน้ำเหลือง มีประวัติวันที่ 22 เม.ย. มีไข้ ถ่ายเหลว อาเจียน วันที่ 24 เม.ย. พบเชื้อและเสียชีวิตเวลา 21.45 ปัจจัยเสี่ยงร่วมงานเลี้ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ โรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 144 เป็นชายไทยอายุ 92 ปี จ.ชัยภูมิ ป่วยหัวใจขาดเลือด ประวัติวันที่ 19 เม.ย. มีไข้ เจ็บหน้าอก วันที่ 20 เม.ย. พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิตเวลา 15.37 น. มีญาติมาเยี่ยมจากต่างจังหวัด ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ สูงอายุ และโรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 145 เป็นชายไทยอายุ 63 ปี อยู่จ.ยะลา มีโรคไตวายเรื้อรัง ประวัติวันที่ 17 เม.ย. มีเหนื่อย ไอ นอนไม่หลับ วันที่ 20 เม.ย.พบเชื้อ วันที่ 25 เม.ย. เสียชีวิตเวลา 06.45น. มีญาติมาเยี่ยมจากต่างจังหวัด ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ สูงอายุ และโรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 146 เป็นหญิงไทยอายุ 52 ปี กทม. ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์เป็นพิษ และโรคอ้วน มีประวัติวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อย วันที่ 23 เม.ย. พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต เวลา 20.05 น. พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตมีโรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 147 เป็นหญิงไทยอายุ 57 ปี กทม. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีประวัติวันที่ 16 เม.ย. มีไอ ปวดหลัง 20 เม.ย. พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิตเวลา 23.15 น. เดินทางไปสถานที่เสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตรอสอบสวน
ผู้เสียชีวิตรายที่ 148 เป็นชายไทยอายุ 60 ปี กทม.ความดันโลหิตสูงมีประวัติวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เหนื่อย วันที่ 22 เม.ย. พบเชื้อ วันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิตเวลา 19.37 น. ปัจจัยเสี่ยงการป่วยยังรอบสอบสวน ส่วนปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ สูงอายุ และโรคประจำตัว
10 จังหวัดติดเชื้อใหม่สูงสุด
สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่26 เม.ย
สูงสุด คือ กรุงเทพญ 901 ราย สมุทรปราการ 110 ราย ชลบุรี 104 ราย นนทบุรี 97 ราย เชียงใหม่ 84 ราย สุราษฎร์ธานี 61 ราย สมุทรสาคร 56ราย นครปฐม 48 ราย สงขลา 38 ราย และเพชรบุรี 32 ราย
เพิ่มรพ.สนามกองร้อยตชด. 14 แห่ง
พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรุงเทพฯและปริมณฑลจะเพิ่มศักยภาพในการนำผู้ติดเชื้อเข้ารับดูแลรักษา โดยมีการเตรียมรพ.สนามที่จ.สมุทรสาครในการรองรับด้วย นอกจากนี้ มีการเตรียมการจัดตั้งรพ.สนามหรือเรียกว่าOQในอาคารกองร้อย ตชด. จำนวน 14 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศด้วย เพื่อรองรับสถานการณ์ด้วย
ความต่างบริหารเตียงกทม.-สมุทรสาคร
พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า ความต่างของการบริหารจัดการแล็บและเตียงของกรุงเทพฯและสมุทรสาคร คือ กรณีที่จ.สมุทรสาครมีการระดมแล็บจากหลายพื้นที่มาร่วมดำเนินการแต่บริหารจัดการที่เดียวและเป็นแล็บมาตรฐานเดียวกัน เมื่อเจอผู้ติดเชื้อก็จะเจอเป็นกลุ่มก้อน สามารถนำมาเข้าระบบคัดกรองอาการเขียว เหลือง และแดง และมีการส่งต่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมทั้งในรพ.และรพ.สนาม
ขณะที่กทม.นั้น ผลตรวจแล็บมาจากสารทิศและมาตรฐานแล็บแต่ละแห่งไม่เท่ากัน อย่างการตรวจด้วยRapid test ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าโอกาสผิดพลาดเกิดขึ้น เช่น ติดเชื้อแต่แสดงผลเป็นลบไม่ติดเชื้อ หรือบางแล็บระบุเฉพาะผลตรวจแต่ไม่มีชื่อ หรือมีชื่อติดเชื้อซ้ำใน 2 จังหวัด หรือ 1 คนไปตรวจ2แล็บ ทำให้เจ้าหน้าที่จะต้องใช้เวลามากขึ้น เพราะต้องตรวจสอบความถูกต้องของผลแล็บด้วย แต่ขณะนี้มีการปรับระบบเป็นco-lab โดยให้ส่งผลตรวจมารวมที่ส่วนกลางเพื่อทำการตรวจสอบยืนยันว่าผลตรงกันหรือซ้ำซ้อนหรือไม่ เมื่อยืนยันผู้ติดเชื้อแล้วจะเข้าสู่การบริหารจัดการเตียง กรณีกทม. ผู้ป่วยมาจากแล็บต่างๆและมีที่อยู่แตกต่าง จึงต้องบริหารจัดการทีละคน2 คนในการพาเข้ารับการดูแล ไม่สามารถทำเป็นกลุ่มก้อนเหมือนสมุทรสาครได้
ทบทวนออกใบอนุญาตต่างชาติเข้าไทย
ต่อข้อถามกรณีคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย และคนไทยจากอินเดีย ปากีสถานจะมีการเพิ่มเติมมาตรการใดหรือไม่ พญ.อภิสมัย กล่าวว่า การเดินทางจากต่างประเทศแบบเดิมจะมีการออกใบอนุญาตเข้าประเทศไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และได้มีการมอบหมายให้มีการชะลอในการออกใบอนุญาตแล้ว ต้องรอประกาศกต.ว่า จะออกประกาศเป็นอย่างไร แต่สำหรับคนไทยเป็นสิทธิที่จะต้องให้เดินทางกลับบ้านและดูแลอย่างดีใน SQ หรือ ASQ
ส่วนคำถามที่ว่าจะมีลดจำนวนคนเดินทางจากต่างประเทศให้บุคลากรใน SQ/ASQ มาดูแลคนในประเทศก่อนหรือไม่ พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ขณะนี้มีการปรับเปลี่ยน SQ/ASQ มาดูแลคนไทยที่ติดเชื้อในรูปแบบฮอสพิเทลและรพ.สนามอยู่แล้ว
ยังไม่ให้คนติดเชื้อแยกตัวที่บ้าน
พญ.อภิสมัย กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีการสอบถามว่าจะให้ผู้ติดเชื้อแยกตัวเองดูแลอยู่ที่บ้านได้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถให้ประชาชนที่ติดเชื้อแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้านได้ด้วยความห่วงใยในอันตราย 2 ประการ คือ 1.ความปลอดภัยของผู้ติดเชื้อ บางรายวันแรกอาจอาการยังดี แต่ต่อมาอาการทรุดลงเร็วมาก และ 2.สภาพบ้านไม่เอื้ออำนวย เพราะจะต้องมีการแยกพื้นที่ ไม่รับประทานอาหารร่วม แยกห้องน้ำ ไม่คลุกคลีใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ติดเชื้อ 1 รายจะแพร่ต่อให้คนในบ้าน ที่มีทั้งผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
ศบค.หารือ 29 เม.ย.ปรับมาตรการ
"ในเรื่องของการล็อกดาวน์เฉพาะจุดในบางพื้นที่บางจังหวัด หากมีการดำเนินก็อาจจะเป็นใน 6 จังหวัดที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมของศบค.วันที่ 29 เม.ย.นี้ในการทบทวนและกำหนดมาตรการเพิ่มหรือไม่อย่างไร ซึ่งใน2-3วันนี้อาจการพิจารณามีประกาศความเข้มข้นในบางพื้นที่ บางกิจการ/กิจกรรม" พญ.อภิสมัยกล่าว






