วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกระดับควบคุมระบาด ป้องกันสาธารณสุขล่ม

โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่อง ผู้ติดเชื้อของการระบาดรอบใหม่เดือน เม.ย.สูงถึง 13,352 คน แม้รัฐบาลไม่ล็อกดาวน์ แต่ควรมีมาตรการควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบสาธารณสุขล่ม จนผู้ป่วยต้องเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราสูงต่อเนื่อง โดยสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันที่ 25 เม.ย.2564 มีจำนวน 2,438 คน ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันนับตั้งแต่มีการพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ซึ่งทำให้ยอดสะสมรวมในปัจจุบันสูงขึ้นไปอยู่ที่ 55,460 คน แน่นอนว่ามาตรการป้องกันการระบาดหลังจากนี้จะมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้รัฐบาลจะไม่ประกาศล็อกดาวน์ แต่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดมาตรการเอง

จ.นนทบุรี ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในการระบาดรอบใหม่เดือน เม.ย.2564 จำนวน 1,151 คน ประกาศปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 37) มีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.นี้ และขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถานหลังเวลา 21.00-04.00 น.ของวันถัดไป ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดขึ้นมาก โดยเฉพาะการขอความร่วมมืองดออกนอกเคหสถานที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นคำสั่งห้าม แต่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของมาตรการควบคุมการระบาดที่จะถูกยกระดับเพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศปิดสถานที่เสี่ยงเพิ่มเติม รวมถึงข้อปฏิบัติให้ประชาชนร่วมดำเนินการ โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย 100% เมื่อออกนอกบ้าน และมีคำสั่งปิดสถานที่เพิ่มเติมอีก 31 แห่ง มีผลวันที่ 26 เม.ย.2564 ถึงแม้จะยังไม่มีการขอความร่วมมือการออกนอกเคหสถานเหมือนใน จ.นนทบุรี แต่จำนวนผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานครช่วงการระบาดรอบใหม่ในเดือน เม.ย.อยู่ที่ 8,175 คน เป็นจำนวนสูงสุดในประเทศ และแน่นอนว่าคนกรุงเทพมหานครจะถูกมาตรการที่เข้มขึ้น

การระบาดรอบใหม่รุนแรงและเร็วกว่าการระบาดครั้งแรกในช่วงต้นปี 2563 มาก แต่การระบาดรอบนี้รัฐบาลไม่มีการล็อกดาวน์ เพราะกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 ติดลบ 12.2% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง และแน่นอนว่าการล็อกดาวน์จะทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มมากขึ้น แต่จำนวนผู้ติดเชื้อของการระบาดรอบใหม่ในเดือน เม.ย.นี้สูงถึง 13,352 คน รัฐบาลควรมีแนวทางการดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินที่มากกว่าปัจจุบัน

ที่ผ่านมา สาธารณสุขทำงานเต็มที่ดูแลได้ดี ประชาชนให้ความร่วมมือป้องกัน แต่มีจุดอ่อนบางจุดที่ทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่อยู่เสมอ ซึ่งเวลานี้ประชาชนคงต้องเข้าโหมดล็อกดาวน์ตัวเอง รวมทั้งภาครัฐควรมีมาตรการควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อชะลอการระบาดให้ได้เร็วที่สุด และเป็นการป้องกันเรื่องเตียงในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย หรือเป็นการป้องกันไม่ให้ระบบสาธารณสุขล่มจนผู้ป่วยต้องเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น