“อนุทิน”มอบหมายศึกษาระดับภูมิคุ้มกันผู้ฉีดวัคซีนแล้ว ประกอบพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ ขณะที่ไทยฉีด “วัคซีนโควิด19”แล้ว 1.2 แสนโดส ครบ 2 เข็มแล้วกว่า 1 หมื่นราย อาการไม่พึงประสงค์ไม่รุนแรง 17% รุนแรงเพียง 2 ราย รักษา4ชม.-1 คืนอาการดีขึ้น กลับบ้านได้
เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 25 มี.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กรณีพบการระบาดใหม่มากขึ้นที่อินเดียแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนโควิด19 ไปแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำว่าแม้จะได้รับวัคซีนไปแล้ว แต่ยังต้องใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือและอย่าคลุคลีในกลุ่มคนจำนวนมาก เพราะวัคซีนเป็นวัคซีนใหม่ที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อรับการฉีดไปแล้วจะไม่ติดเชื้อ แต่เป็นการลดความรุนแรงของอาการ ลดอัตราป่วยและการเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตนตามมาตราการสาธารณสุข แบบนิวนอร์มอล จนกว่าประชาชนจะมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้มีการศึกษาหาภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ที่รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว เพื่อพิจารณาว่าอยู่ในระดับไหน โดยภูมิคุ้มกันของประชนนจะนำมาประกอบการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการต่างๆ สำหรับตนจะเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันในสัปดาห์หน้าหลังฉีดครบไปแล้ว 2 เข็ม
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว ท่านไปฉีดที่รพ.รัฐ ไม่ใช่รพ.เอกชนตามที่เป็นข่าว ท่านเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ต้องเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ พบปะประชาชน อยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก และเป็นผู้สูงอายุ ก็เข้าตามเกณฑ์ที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างยิ่ง”นายอนุทิน กล่าว
ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 1.2 แสนโดส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้รายงานสถานการณ์ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด19 ณ วันที่ 25 มี.ค.2564 โดยระบุว่า จัดสรรวัคซีนโควิด19ให้หน่วยบริการ ได้แก่ ซิโนแวค 191,081 โดส ใน 13 จังหวัด และแอสตร้าเซนเนก้า 30,980 โดสใน 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ จำนวนการได้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.-24 มี.ค. 2564 รวม 120,601 โดส แยกเป็น ผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 109,153 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 4,183 ราย และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 11,448 ราย
สรุปเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 สะสมตั้งแต่ 28ก.พ.-24มี.ค.2564 ซึ่งเป็นการรายงานจากการสังเกตอาการด้วยตนเองและรายงานผ่านไลน์หมอพร้อม จำนวน 9,377 ราย คิดเป็น 17.42 %ของผู้รับวัคซีนทั้งหมด แยกเป็น ปวดกล้ามเนื้อ 24.26 % ปวดศีรษะ 14.93% ปวด บวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีด 14.18 % เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง 11.37% คลื่นไส้ 10.35% ไข้ 8.16% ท้องเสีย 5.34% อาเจียน 4.41% ผื่น 3.75% ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 3.26 % อื่นๆ 5.66 %
อาการรุนแรง 2 ราย
ทั้งนี้ ผู้มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่ได้รับการยืนยันจากคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.2564 จำนวน 2 ราย คิดเป็นเพียง 0.001 % ของผู้ได้รับวัคซีนทั้งหมด
รายที่ 1 เพศหญิง 26 ปี จ.สมุทรสาคร มีประวัติแพ้กุ้งและแพ้ไรฝุ่น หลังฉีดวัคซีนประมาณ 10 นาที มีผื่นแดงคันบริเวณที่ฉีดและศีรษะ แดงร้อนบริเวณหูและใบหน้า หูและตามบวมเล็กน้อย ต่อมามีไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ใจสั่น หายใจไม่สะดวก ได้รับยาเข้าทางหลอดเลือดดำ และพักสังเกตอาการที่ห้องฉุกเฉินประมาณ 4 ชั่วโมงอาการดีขึ้น กลับบ้านได้
รายที่ 2 เพศหญิง 30 ปี จ.ราชบุรี ปฏิเสธประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร หลังฉีด 30 นาที มีผื่นนูนแดงขึ้นบริเวณคอ หลัง แขน หน้าอก คันทั้งตัว รู้สึกว่าหน้าบวม คลื่นไส้แต่ไม่อาเจียน จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ จุกแน่น หน้าอก หายใจเหนื่อย ได้รับยาเข้าทางหลอดเลือดดำ รับไว้สังเกตอาการที่โรงพยาบาล 1 คืน อาการดีขึ้น กลับบ้านได้
ติดเชื้อรายใหม่ 97 ราย
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 เฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 97 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 43 ราย พบใน กรุงเทพมหานคร(กทม.) 21 ราย สมุทรปราการ 5 ราย สมุทรสาคร 12 ราย และ ฉะเชิงเทรา นครปฐม ปทุมธานี ราชบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย การคัดกรองเชิงรุก 49 ราย พบใน กทม. 44 ราย นครปฐม 2 ราย สมุทรสาคร 3 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 28,443 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 92ราย เฉพาะการระบาดรอบใหม่ สะสม 24,206 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 32 ราย






