background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ราคาทอง' ประเทศไทย ใครเป็นคนกำหนด?

'ราคาทอง' ประเทศไทย ใครเป็นคนกำหนด?

พาไปไขข้อข้องใจ เบื้องหลัง "ราคาทอง" ประเทศไทย ใครเป็นคนกำหนด และมีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ราคาทอง "ถูก" หรือ "แพง"

"ราคาทอง" หรือ "ทองคำ" เมื่อช่วงเดือน ส.ค. 63 ดันขึ้นไปบาทละ 30,000 บาทสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของ "ราคาทองคำไทย"  ค่อยๆ ลดลงจนต่ำกว่าบาทละ 25,000 บาท ณ เดือน มี.ค. 64 

แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" ที่มักจะมีทิศทางราคาสวนทางกับ "สินทรัพย์เสี่ยง" อยู่เสมอ แต่ยังไม่อีกหลายปัจจัยที่มีส่วนทำให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ

แล้วเบื้องหลัง "ราคาทองคำ" ที่ขึ้นๆ ลงๆ เกิดขึ้นจากอะไร ในบางครั้งเคยเปลี่ยนแปลงราคา และใครเป็นคนกำหนด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ พาไปไขข้อสงสัยเบื้องหลังของราคาทองคำของประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

  •  ใครเป็นคนกำหนด "ราคาทอง" ในประเทศไทย 

หลายคนที่เคยเฝ้าจับตาการลงทุน "ทองคำ" อยู่ตลอด คงจะเคยเห็นความผันผวนของราคาทองคำ 

การ "กำหนดราคาทอง" ของไทย ประกอบด้วยหลายปัจจัยตามที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น โดยผู้ที่กำหนดราคาทองคำไม่สามารถทำได้โดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะมี "คณะกรรมการควบคุมราคาทองของสมาคมค้าทองคำ" คอยดูแลตลอดช่วงเวลาการซื้อขาย

โดยสมาคมฯ จะยึด "หลักประชาธิปไตย" ในการกำหนดราคาทองคำ ถือเสียงส่วนมาก 3 ใน 5 เสียงในการตัดสินใจ ซึ่งคณะกรรมการประกอบไปด้วยคณะกรรมการจาก

1. ห้างทองจินฮั้วเฮง

2. ห้างทองฮั่วเซ่งเฮง

3. ห้างทองเลี่ยงเส็งเฮงพาณิชย์

4. ห้างทองหลูชั้งฮวด

และ 5. ห้างทองแต้จิบฮุย

ราคาทองคำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งการกำหนดราคาทองของสมาคม จะอ้างอิงจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

  •  "ราคาทอง" ขึ้นลง กำหนดจากอะไรบ้าง? 

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทอง ขึ้นลง ไม่ใช่มีแค่เรื่องความต้องการซื้อ ความต้องการขายเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย โดย 4 ปัจจัยหลักที่มีความเกี่ยวข้องกับราคาทอง คือ

1. ราคาทองต่างประเทศ (Gold spot)

เป็นราคาทองที่อ้างอิงทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังไม่ได้มีการบวก หรือลบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในการส่งมอบทองคำ เป็นการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบ ซึ่งหากท่านพิจารณาดูราคา Gold spot จะเห็นว่ามีทั้งฝั่ง Bid (ราคารับซื้อและ Ask (ราคาขายออก)

ในการซื้อทองคำจากต่างประเทศนั้น ผู้ขายจะใช้ราคา Ask ในการคำนวณ เมื่อเราขายกลับไปยังผู้ค้าทองคำต่างประเทศ จะใช้ราคา Bid ในการคำนวณ

สมาคมค้าทอง ผู้กำหนดราคาทองภายในประเทศไทยจึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เช่น พิจารณาว่าสภาวะตลาดทองคำภายในประเทศเป็นอย่างไร อาทิ มีความต้องการซื้อทองคำอย่างมากก็ต้อง "นำเข้าทองคำ" หรือหากมีความต้องการขายทองคำจำนวนมากก็ต้อง "ส่งออกทองคำ" เป็นต้น

2. อัตราค่า Premium (ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการนำเข้า/ส่งออกทองคำ)

เมื่อมีความต้องการซื้อทองคำจำนวนมากจากผู้สนใจลงทุนในทองคำ และปริมาณทองคำภายในประเทศมีไม่เพียงพอ ร้านค้าทองจึงจำเป็นต้องอาศัยการนำเข้าทองคำจากต่างประเทศ ซึ่งก็คือการซื้อจากผู้นำเข้า ซึ่งผู้นำเข้าก็ต้องซื้อต่ออีกทอดหนึ่งจากผู้ค้าในต่างประเทศ โดยจะมีการคิดค่า Premium (พรีเมียม)

ค่า Premium ก็คือค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อที่นำเข้า หรือส่งออกทองคำ รวมถึงค่าขนส่ง ค่าความเสี่ยง ดอกเบี้ยธนาคาร ค่าประกันภัยต่างๆ ซึ่งถูกกำหนดมาโดยผู้ค้าทองในต่างประเทศ ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่าเป็นต้นทุนในการนำเข้าทองคำik8จากต่างประเทศเข้ามาขายผู้บริโภคในไทยนั่นเอง โดยในการคำนวนจะนำราคา Spot บวกค่า Premium ดังกล่าวนี้เข้าไปด้วย

ในทางกลับกัน เมื่อมีประชาชนมาขายทองคำแท่ง คืนให้กับร้านทองจำนวนมากๆ ร้านทองจำเป็นต้องทำการขายกลับคืนมาให้กับบริษัทผู้นำเข้า และผู้นำเข้าก็จะทำการขายคืนกลับไปให้กับผู้ค้าทองในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในจุดนี้ต่างประเทศจะใช้ราคา Spot ฝั่ง Bid และหักลบค่าใช้จ่าย Premium ซึ่งในฝั่งขายออกนี้จะเรียกว่า Discount สำหรับสภาวะปกติค่า Premium หรือ discount จะอยู่ที่ +1 ถึง 2 เหรียญต่อออนซ์

แต่ในสภาวะผิดปกติ การที่ราคาทองคำในต่างประเทศปรับตัวขึ้นหรือลงอย่างมาก และรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น จะทำให้มีความต้องการซื้อทองคำจากทุกประเทศในโลกพร้อมๆ กัน ทำให้มีความต้องการซื้อในตลาดโลกมาก เกิดการแย่งซื้อ ส่งผลให้มีการปรับขึ้นลงค่า Premium และ Discount จากผู้ค้าในต่างประเทศอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากเช่นกัน

3. ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทในการคำนวณราคาทองในประเทศ จะใช้อัตราการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งมีการเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกัน Gold spot และมีการใช้ราคาในฝั่ง Bid (ราคารับซื้อ) และ Ask (ราคาขายออก) 

4. Demand และ Supply ของทองคำภายในประเทศ

"คณะกรรมการควบคุมราคาทอง" ของสมาคมค้าทองคำ จะเป็นผู้พิจารณาราคา Gold Spot / ค่า Premium และค่าเงินบาท ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยความต้องการซื้อ/ความต้องการขาย ภายในประเทศด้วยเป็นหลัก เพื่อที่จะตัดสินใจประกาศ "ราคาทองคำภายในประเทศ" ณ ช่วงเวลานั้นๆ โดย จะพิจารณาจากปริมาณ และราคาจากการซื้อขายระหว่าง

- ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกทองคำ
- ร้านค้าทองเยาวราช
- ร้านค้าส่งทองคำ
ร้านค้าปลีกทองคำ
ผู้ลงทุนทองคำรายใหญ่
- ผู้ลงทุนทองคำรายย่อย

กล่าวคือ ไม่ใช่ว่าร้านทองจะซื้อขายกับประชาชนผู้สนใจลงทุนในทองคำเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังมีภาคส่วนอื่นๆ ที่มีการซื้อและขายทองคำด้วยกันเองตลอดเวลาด้วย ซึ่งการซื้อขายของร้านค้าทองด้วยกันเองนั้นจะมีปริมาณที่มากกว่าการซื้อขายกับผู้ลงทุนทั่วไปหลายเท่าตัว

เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าสมาคมฯ ประกาศราคาทองคำสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงจากตลาดต่างประเทศมากไป ร้านทองด้วยกันเองจะมีการวิ่งเข้าหาซื้อหรือเทขายกันเอง ส่งผลให้สมาคมฯ ต้องปรับราคาให้เหมาะสมในที่สุด เพื่อสะท้อนถึงความต้องการทองคำของตลาดตามความเป็นจริง ตามกฎของความต้องการซื้อ/ความต้องการขาย กลไกของตลาดดำเนินการไปด้วยตัวของมันเอง