สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นวมควบคู่กัน ขณะที่องค์กรหรือบริษัทจำเป็นต้องทบทวนการทำงานที่บ้านอย่างจริงจัง
นับตั้งแต่เกิดการติดเชื้อที่ตลาดกลางกุ้งในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2563 สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงเย็นที่ผ่านมา ผลการตรวจเชิงรุกพบผู้ป่วยติดเชื้อเฉพาะสมุทรสาครเพิ่มขึ้น 121 ราย ยอดสะสม 1,184 ราย ทำการตรวจเชื้อแล้ว 9,417 ราย ผลตรวจออกมา 5,292 ราย (56%) เป็นผู้ติดเชื้อ 1,184 ราย (22.37% ของผลตรวจ) ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 55 คน ชาวเมียนมา 1,129 คน (95% ของผู้ติดเชื้อ) รอผลตรวจอยู่ 4,125 ราย
เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) ยังพบผู้ติดเชื้อซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้งเกือบ 10 ราย นอกจากเป็นคนไทยยังมีแรงงานกัมพูชา 1 ราย ที่โดยสารรถตู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้ยอดรวมใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย และยังสูงกว่าตัวเลขของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยตัวเลขทางการ ณ วันที่ 23 ธ.ค.ตัวเลขทางการมีผู้ป่วยใหม่ 46 ราย ยอดสะสม 5,762 ราย และยอดผู้เสียชีวิต 60 ราย
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น การแพร่ระบาดที่รวดเร็วเป็นจำนวนมาก ทั้งพื้นที่สมุทรสาคร ในหมู่แรงงานเมียนมา ทั้งคนไทยติดเชื้อในประเทศ และกรณีพบรายแรกในแรงงานกัมพูชา สร้างความหวาดผวา เรียกได้ว่าการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ได้ยกระดับความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นแม้คนไทยจะมีประสบการณ์แ ต่เป็นประสบการณ์ในเชิงบวก เพราะยอดการติดเชื้อและเสียชีวิตต่ำกว่าหลายประเทศ ทว่าครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายปี กิจกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่กำลังคึกคักจึงเกิดอาการช็อก สร้างความเดือดร้อนทั่วประเทศ จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องยกระดับความร่วมมือ เพื่อช่วยกันจำกัดวง การแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วน
เราเรียกร้องให้ภาครัฐใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นวมควบคู่กัน การผ่อนปรนบางจุดให้ได้มาซึ่งความร่วมมือก็อาจจำเป็น จะได้ไม่มีนายจ้างนำแรงงานไปทิ้งในพื้นที่คนอื่น เป็นปมปัญหาใหม่ การโยนความผิดให้หน่วยงาน คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือรังเกียจแรงงานต่างด้าว วันนี้อาจไม่มีประโยชน์ สติจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมยอดผู้ติดเชื้อโควิดอาจจะเพิ่มแต่ยอดผู้เสียชีวิตมีเปอร์เซ็นต์ลดลงต่อเนื่อง ดีที่สุดคือค้นคว้าหาข้อมูลควบคู่ข้อมูลจากรัฐ จะได้ไม่หดหู่จนเกินจริง ในส่วนองค์กรหรือบริษัทจำเป็นต้องทบทวนการทำงานที่บ้าน (work from home) อย่างจริงจัง
วันนี้ (24 ธ.ค.) มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อออกมาตรการกำหนดโซนทั่วประเทศ โดยใช้สีกำกับทุกจังหวัดให้เป็นสีต่างๆ ตามความเสี่ยงมากและเสี่ยงน้อย พร้อมมาตรการเฉพาะพื้นที่ คนไทยจะต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการที่จะออกมา เราเชื่อว่าการระดมสมองของทุกหน่วยงาน หากมีความตั้งใจแก้ปัญหาร่วมกัน จะได้มาตรการที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับประเทศ






