วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลายล็อคระยะ1 อัตราติดโควิด-19ไทยอยู่ที่ 0.18 %

ศบค.เผยไม่พบผู้ป่วยโควิด-19รายใหม่ในไทย เผยอัตราติดเชื้อหลังคลายล็อคระยะ1 อยู่ที่ 0.18 % อัตราป่วยสะสม 4.54 ต่อแสนประชากร ลั่นไม่ถือไทยปลอดเชื้อ ต้องเป็น 0 รายต่อเนื่อง 14-21 วัน ย้ำยังวางใจไม่ได้ คนไทยต้องคงมาตรการป้องกันส่วนบุคคลให้เหนียวแน่น

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กล่าวว่า ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศ ถือเป็นวันแรกในรอบ...ที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศไทย โดยไม่พบทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ภาพรวมประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 3,017 ราย รักษาหายแล้ว 2,844 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 117 ราย และเสียชีวิตสะสม 56 ราย อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2563 มีรายงานการพบผู้ป่วยที่จ.นราธิวาส และกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงมีการสอบสวนโรคและเฝ้าระวังผ็สัมผัสเสี่ยงสูงอยู่ ที่อาจจะยังไม่ป่วยแต่อาจจะป่วยได้ในวันต่อไป ดังนั้น สถานการณ์ในประเทศไทย ประชาชนเบาใจได้ แต่อย่าวางใจ จะต้องยึดแนวปฏิบัติการป้องกันโรคส่วนบุคคลให้เหนียวแน่นต่อไปทั้งการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆและเว้นระยะห่าง ขณะที่สถานประกอบการจะต้องทำความสะอาด และอย่าให้เกิดความแออัดในการใช้บริการ


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ประเทศไทยมีการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีการปรับเกณฑ์นิยามผู้เข้าข่ายสอบสวนโรคต้องสงสัยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2563 เพื่อให้สามารถตรวจตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ที่ติดเชื้อได้มากขึ้นหลังจากที่จำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงนั้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563เป็นต้นมามีการตรวจตัวอย่างสารคัดหลั่งในห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็บ)เพิ่มขึ้น 34,444 ราย พบผู้ป่วย 63 ราย อัตราการติดเชื้อ 0.18 % ขณะที่หลังวันที่ 7 เม.ย.2563ที่มีปรับเกณฑ์นิยามเช่นกันมีการตรวจกลุ่มที่เข้าเกณฑ์เพิ่ม 76,793 ราย พบผู้ป่วย 797 ราย อัตราติดเชื้อ 1.02 % ส่วนภาพรวมทั้งหมดมีการตรวจเฉพาะในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์นิยามรวมแล้วกว่า 2 แสนราย


“ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าประเทศไทยปลอดเชื้อ ปลอดภัยแล้วประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะวันนี้อาจเป็น 0 ราย แต่พรุ่งนี้คนที่ฟักเชื้ออยู่และอยู่ในการเฝ้าระวังคนสัมผัสเสี่ยงผู้ป่วยก่อนหน้าอยู่ด้วย เพราะหากดูแลไม่ดีเมื่อเจอผู้ติดเชื้อ 1 ราย อย่างเช่นที่ประเทศเกาหลีใต้ 1 รายติดไปแล้ว 100 กว่าคนและต้องตามอีก 2,000 ราย ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2563 ยังมีผู้ป่วยอยู่ซึ่งอาจไปสัมผัสกับใครมาบ้าง ก็เป็นหน้าที่ของกรมควบคุมโรค ชุมชนท้องถิ่นและญาติต้องช่วยกันดูว่ามีอาการหรือไม่ ดังนั้น ต้องเป็น
0 ราย ไปอีก14-21 วัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีรายงานเช่นนี้ แม้แต่ประเทศจีนเองที่รายงานเป็ฯ 0 รายมาหลายวัน ยังกลับมาพบผู้ป่วย เช่น เมืองอู่ฮั่น”นพ.ทวีศิลป์กล่าว


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า จากจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 3,017 คน ใน 68 จังหวัด มีอัตราป่วยอยู่ที่ 4.54 ต่อแสนประชากร หากไม่รวมการตรวจเจอในสถานที่ที่รัฐจัดให้อยู่ที่ 4.30 ต่อแสนประชากร โดยผู้ป่วยสะสม 12 จังหวัดแรก ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร 1,547 ราย 2.ภูเก็ต 224 ราย 3.นนทบุรี 156 ราย 4.ยะลา 133 ราย 5.สมุทรปราการ 116 ราย 6.ชลบุรี 92 ราย 7.ปัตตานี 91 ราย 8.สงขลา 128 ราย โดยเป็นการเจอในศูนย์กักกันที่เป็นชาวต่างด้าว 65 ราย 9.เชียงใหม่ 40 ราย และ10.ปทุมธานี 39 ราย