กรมป่าไม้ระบุพื้นที่ถูกไฟป่าไหม้ ‘รุนแรง’ ในภาคเหนือกว่า 49,000 ไร่

กรมป่าไม้ระบุพื้นที่ถูกไฟป่าไหม้ ‘รุนแรง’ ในภาคเหนือกว่า 49,000 ไร่

เตรียมระดมภาคประชาชนร่วมฟื้นฟูป่าจังหวัดเชียงใหม่ 21 พฤษภาคมนี้

โฆษกกรมป่าไม้ นันทนา บุณยานันต์ เปิดเผยว่า จากการแปลพื้นที่เผาไหม้จากภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง (Sentinel-2) ของสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พบพื้นที่เผาไหม้ทั่วประเทศในปีนี้ จำนวน 36.07 ล้านไร่ โดยพื้นที่เผาไหม้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตป่า จำนวน 18.69 ล้านไร่


ส่วนพื้นที่เผาไหม้ในเขตป่าทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีจำนวน 17.38 ล้านไร่ โดยในส่วนของพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีจำนวน 9.68 ล้านไร่


ในพื้นที่เผาไหม้ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว ส่วนใหญ่ จำนวน 6.14 ล้านไร่ อยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยพื้นที่เผาไหม้แต่ละพื้นที่ จะมีระดับความรุนแรงไม่เท่ากัน ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับ คือ รุนแรงมาก ปานกลาง และเล็กน้อย


สำหรับพื้นที่เผาไหม้ที่มีความเสียหายระดับรุนแรง โฆษกฯ นันทนากล่าวว่า ต้องเร่งปลูกฟื้นฟูป่าโดยเร็ว ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ที่จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูป่าที่ถูกไฟไหม้ใน 9 จังหวัดภาคเหนือมีจำนวนประมาณ 49,000 ไร่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถฟื้นสภาพได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา และรวมถึงพื้นที่บุกรุกแผ้วถางที่มีการเผาร่วมด้วย


โฆษกฯ นันทนากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2563 กรมป่าไม้ไม่ได้ตั้งงบประมาณในการปลูกพื้นฟูรองรับไว้ จึงได้รณรงค์เชิญชวนให้มีการปลูกป่าในรูปแบบ “ประชาอาสา”


โฆษกฯ นันทนากล่าวอีกว่า หากจะกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อของบประมาณปกติมาปลูก ตามตารางการของบประมาณ จะได้งบในปี 2565 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันปลูกป่าประชาอาสา ตลอดจนการเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนันสนุนชุมชนในการปลูกฟื้นฟูป่าที่ได้รับการเสียหายในครั้งนี้


หากเราเริ่มปลูก ณ วันนี้พื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายก็จะเป็นพื้นที่สีเขียวได้เร็ววัน ดังตัวอย่างผลงานการปลูกฟื้นฟูป่าตามหลักวิชาการของกรมป่าไม้ ที่ปลูกบริเวณหน่วยฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปลือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ที่ 7 อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย ที่ปลูกเมื่อปี 2540 เนื้อที่ 170 ไร่ ปัจจุบันเป็นป่าที่สมบูรณ์เชิงประจักษ์ตามภาพถ่ายทางอากาศ” โฆษกฯ กรมป่าไม้กล่าว


สำหรับพื้นที่ที่เหลือเป็นพื้นที่เผาไหม้ระดับปานกลางและเล็กน้อย จำนวน 6.09 ล้านไร่ โฆษกฯ กรมป่าไม้ กล่าวว่า ทางกรมจะปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติต่อไป พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวน ตรวจตราเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีผู้บุกรุกเข้ามายึดถือครอบครองในพื้นที่ไฟไหม้ดังกล่าวได้


การจัดกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ถูกไฟไหม้ของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสียหายหนักจากไฟป่าในปีนี้  ทางหน่วยงานปกครองและประชาชนในพื้นที่ได้กำหนดวันดีเดย์ เริ่มปลูกในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ ภายใต้โครงการ “รวมใจไทยปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว จังหวัดเชียงใหม่” โดยในส่วนของกรมป่าไม้เตรียมกล้าไม้สนับสนุนการปลูกป่าประชาอาสาจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 1 ล้านกล้า ในจำนวน 79 ล้านกล้าที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่วันต้นไม้ประจำปี 6 พฤษภาคม


การฟื้นฟูป่าหลังเกิดไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพของวิธีการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณปลูกป่าใหม่ที่ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่ และการดูแลรักษากล้าไม้ที่ปลูกไปในระยะยาว


อย่างไรก็ตาม ทางกรมฯ กล่าวว่า ได้เน้นเพียงในส่วนของพื้นที่ที่ถูกทำลายหรือเสียหายจากไฟป่าอย่างรุนแรง และเป็นการปลูกเสริม ตามความเหมาะสมของพื้นที่


โฆษกฯ นันทนา กล่าวว่า การปลูกป่าบางพื้นที่ที่ไม่สำเร็จนั้นมีสาเหตุหลายปัจจัย เช่น ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า การบุกรุกพื้นที่ของผู้ครอบครองพื้นที่เดิม เป็นต้น