การร่วมมือกันฝ่าวิกฤติโรคระบาดที่ดูจะรุนแรงมากขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่ควรเกิดและเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญคือ ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการเพื่อดูแลภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากตรงนี้ด้วย
เป็นที่แน่นอนแล้วว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระยะที่ 3 หลังจากที่การระบาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการดำเนินการของภาครัฐในขณะนี้มีการระดมยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการเตรียมสถานที่สำหรับรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยอาจจะใช้โรงพยาบาลทหารหรือโรงพยาบาลเอกชน และมีการเตรียมกันเตียงสำรองในโรงพยาบาลทหารเพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคโควิด-19 แล้ว แต่ต้องมีการประเมินอย่างใกล้ชิดว่าเพียงพอหรือไม่
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งทำให้การใช้กลไกปกติในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจะไม่เพียงพอ รวมถึงการเตรียมสถานพยาบาลรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อที่จะมีเพิ่มมากขึ้น โดยตัวอย่างในจีนมีงบประมาณและกำลังเพียงพอที่จะสร้างโรงพยาบาลภายใน 10 วัน เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยเฉพาะ ในขณะที่บางประเทศในฝั่งยุโรปเลือกที่จะใช้วิธีการเก็บเตียงไว้รักษาผู้ป่วยที่อยู่ในระดับวิกฤติ การจัดการของแต่ละประเทศขึ้นกับบริบทของแต่ละสังคม
แนวคิดโครงการโรงแรมช่วยชาติที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการรับมือกับการระบาดในขณะนี้เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการ เพราะในสถานการณ์วิกฤติจะต้องระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ปัญหาให้เต็มที่มากที่สุด หากผู้ประกอบการรายใดที่มีความพร้อมในเรื่องนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนที่เป็นด่านแรกในการรับรักษาผู้ป่วย ก่อนที่จะมีการส่งต่อมาที่โรงพยาบาลรัฐ คงต้องมาดูวิธีการจัดการร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้มีส่วนร่วมในวิกฤติครั้งนี้ด้วย
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาคเอกชนหลายส่วนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการรับมือกับการระบาด เป็นความร่วมมือในประเด็นที่ภาคเอกชนมีความชำนาญ โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับเป็นหัวหอกกับอุตสาหกรรมสิ่งทอในการทำหน้ากากผ้าแจกประชาชน เพื่อแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลน ในขณะที่กลุ่มซีพีประกาศที่จะสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ หวังว่าจะมีเอกชนออกมาร่วมรับมือวิกฤติเพิ่มมากขึ้น
ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนแน่นอนว่าได้รับผลกระทบเช่นกัน การสั่งปิดสถานประกอบการที่มีการชุมนุมคนจำนวนมากย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการเพื่อลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อ ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการเพื่อดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดูแลแรงงานที่มีความเสี่ยงในการตกงานระยะสั้น แต่หากทุกคนไม่ร่วมมือกันหรือนิ่งเฉย แน่นอนว่าเราคงผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้ยากลำบากมากขึ้น









