วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทส. เผย คดีป่าไม้ลดลง

ปม.เผยความยากยังอยู่ที่กลุ่มทุน โดยเฉพาะที่ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ยากต่อการตรวจเช็ค

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.) ครั้งที่ 1/2563 พร้อมทั้ง เผยจากสถิติคดีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ทุกฉบับมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาล คสช. มีนโยบายปราบปรามการบุกรุกป่าอย่างชัดเจนผ่านคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 จนถึงปัจจุบัน 

โดย ทส.พบว่า จำนวนคดีบุกรุกป่าทั้งสิ้น 30,102 คดี นั้น และพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้กว่า 860,000 ไร่ มีสัดส่วนค่อนข้างมากในปีแรกๆคือ ในปี 2557 มีจำนวนคดีถึง 6,003 คดี และในปี 2558 ถึง 7,001 คดี โดยกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ดำเนินคดีไล่ๆกันคือ 3,000 กว่าคดี ก่อนที่ตัวเลขจะลดลงมาเหลือสองพันกว่าคดีในปี 2562 และหลักร้อยในปีนี้คือ 752 คดี 

ในขณะที่คดีไม้ก็มีทิศทางเช่นเดียวกัน กล่าวคือในคดีรวมทั้งหมด 33,821 คดี มีสัดส่วนคดีมากในปีแรกๆ คือในปี 2557 มีคดีมากถึง 11,537 คดี โดยกรมป่าไม้จับมากที่สุดคือ 7,309 คดี ในขณะที่กรมอุทยานฯ อยู่ที่ 4,210 คดี ก่อนที่ตัวเลขจะลดลงมาเหลือเพียงสองพันกว่าคดีในปีที่แล้ว และหลักร้อยในปีนี้คือ 465 คดี

นายวราวุธกล่าวว่า ตนได้มอบแนวทางแก่ชุดเฉพาะกิจให้เน้นงานป้องกันให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ร่วมไปกับการดูแลพื้นที่ป่าให้ดีที่สุด โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในป่า

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จำนวนคดีที่ลดลง เมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าที่เสียหายเมื่อตรวจวัดจากดาวเทียม อาจกล่าวได้ว่า ถือเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งของงานปรามปรามฯ ซึ่งคดีรุกป่าที่ดำเนินคดีไป ส่วนใหญ่เป็นนายทุนที่ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 1 ล้านไร่ โดยจากการดำเนินคดีดังกล่าว ทำให้ได้พื้นที่ยึดคืนมาได้กว่าแปดแสนไร่

ประเด็นที่ยังท้าทายอยู่ที่การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ และการป้องกันติดตามการบุกรุกให้ได้รวดเร็วเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดได้อย่างละเอียดและรวดเร็ว ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น นายอรรถพลกล่าว

ที่ผ่านมา ทส. เน้นนโยบายการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด “กลุ่มนายทุน” และฟื้นฟูผืนป่าโดยดำเนินการปลูกป่า พร้อมการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน


ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า เป็นหน่วยงานสำหรับบูรณาการด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติการ ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการ 4 ชุด ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ชุดพญาเสือ ชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นๆ

ในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิด ทส.ระบุว่า ยังมีข้อจำกัดอยู่มากเนื่องจากกลุ่มผู้กระทำความผิดไม่ได้มีแค่กลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพลเท่านั้น แต่ยังมีชาวบ้านด้วย ซึ่งการดำเนินการจับกุมชาวบ้านนี้ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้านในพื้นที่ เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 

ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าไม้ของกลุ่มประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าไม้โดยจะต้องมีคุณสมบัติที่จะสามารถทำกินและอยู่อาศัยในเขตป่าไม้ได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่ม P–MOVE กลุ่มสมัชชาคนจน และกลุ่มผู้เดือดร้อนอื่นๆ โดยได้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ขึ้นมา เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ

ภาพ/ ดำเนินคดีที่ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่/ สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ปม.