วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมพร้อมสื่อรายงานข่าวพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’

กรมประชาสัมพันธ์ เตรียมพร้อมสื่อรายงานข่าวการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดสัมมนาสื่อมวลชน การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ถูกต้อง รวมทั้งเชิญชวนประชาชน เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามเส้นทางชลมารค

นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า วันที่ 24 ต.ค.2562 จะเป็นวันสำคัญหนึ่งในชีวิตของคนไทยที่จะมีโอกาส ร่วมชื่นชมพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ ภายหลังงานพระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลางเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย เมื่อวานนี้มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ทำเนียบรัฐบาล เน้นย้ำ 3 เรื่อง ได้แก่ ขอให้ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้ให้สมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

อีกทั้ง งานด้านการประชาสัมพันธ์ได้รับคำชื่นชม สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้อย่างดี และอยากให้รักษามาตรฐานการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้ต่อเนื่องยังเบื้องปลายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

สำหรับภารกิจด้านการประชาสัมพันธ์ยังคงใช้แนวทางเดิม คือ การให้ข้อมูลข่าวสารถูกต้องชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และสื่อออนไลน์ ส่วนการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกภาพ มีสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว 130 คน และภารกิจสุดท้ายคือการถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ทำในนามรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลาประมาณ 15.15 น. จนเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีดังกล่าว

ด้านน.ส.อรัญญา เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า วันที่ 24 ต.ค. 62 โทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจจะมีการถ่ายทอดสัญญาณ พร้อมบรรยายเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษามือ สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี

ส่วนการถ่ายทอดเสียง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจะเป็นแม่ข่าย นอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์ดาวเทียมของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 177 ประเทศทั่วโลกได้ชื่นชมพระบารมีและร่วมแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคล

สำหรับเส้นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จะเริ่มที่ท่าวาสุกรี ล่องไปตามแม่ตามเจ้าพระยา สิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ โดยประชาชนสามารถเฝ้ารับเสด็จได้ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเฝ้าชมขบวนได้ที่สวนสันติชัยปราการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สวนนาคราภิรมย์ ใต้สะพานพระรามแปด สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ภายในโรงพยาบาลศิริราช ราชนาวิกสภา วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เส้นทางผ่านวัดต่างๆ เช่น วัดราชาธิวาสวิหาร วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร จะมีการสวดชยันโต

อีกทั้งขอเชิญชวนให้ประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเหลืองหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีดำ และจะมีการแจ้งรายละเอียดบริการรถขสมก.ต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงจะไม่มีการปิดการจราจรทางบก มีแต่การปิดจราจรทางน้ำบางช่วงเวลาที่จำเป็นเท่านั้น

ส่วนประชาชนที่ต้องการรับทราบข้อมูลข่าวสารงานการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 สามารถรับข่าวสาร 3 เส้นทาง ผ่านเว็บไซต์ www. phralan.in.th , เพจเฟซบุ๊ก เรือพระราชพิธี และเพจพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ซึ่งคณะทำงานจะคอยอัพเดทความคืบหน้าต่อไป

นาวาเอก ไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายควบคุมขบวนเรือ กองทัพเรือ กล่าวว่า การจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพเรือจัดขบวนเรือตามโบราณราชประเพณี เส้นทางเสด็จฯ จากท่าวาสุกรี ไปยังท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร เป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย ในการเสด็จฯ เลียบพระนครทางชลมารค ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

การจัดพระราชพิธีเบื้องปลาย ทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน กองทัพเรือนำขึ้นถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายสิ่งหลายอย่างผ่านพระเนตรพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขณะที่เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง ที่ตามร่างหมายกำหนดการ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ 2 พระองค์ จะเสด็จทรงเรือพระที่นั่งดังกล่าว สำหรับเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จะอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญลงประดิษฐาน รวมทั้งมีข้าราชบริพารลงเรือ มีพระตำรวจหลวงลงเรือเป็นครั้งแรก

ส่วนการซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีที่ต้องมีการปิดการจราจรทางน้ำ นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าวว่า เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากถ้าเปิดการจราจรทางน้ำ จะมีสิ่งปฏิกูลกีดขวางการพายเรือ และทำให้ขบวนเรือพระราชพิธี ไม่สง่างาม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นย้ำไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ประสานให้กรมชลประทานผันน้ำลงจากภาคเหนือเพื่อลดความแรงของกระแสน้ำขึ้นในขณะมีขบวนเรือฯ แต่จะเปลี่ยนเป็นการผันน้ำจากประตูน้ำ 12 บาน เพื่อลดกระแสความแรงของน้ำ ซึ่งจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

วันเดียวกัน กองทัพเรือ เผยแพร่บทเห่เรือใน งานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 3 บท คือ 1.บทสรรเสริญพระบารมี 2.บทชมเรือ และ3.บทชมเมือง ซึ่งประพันธ์โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ

ด้าน พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ คณะทำงานด้านการจราจรในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธี ว่า

งานครั้งนี้จะไม่มีการปิดการจราจรทางบก ยกเว้นบริเวณสะพานพระราม 8 และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จะปิดช่วงเวลาที่ขบวนเรือพระราชพิธีจะเคลื่อนผ่าน ขณะที่การเข้าพื้นที่ของประชาชนได้ประสานภาคส่วนต่างๆ จัดจุดจอดรถทั้ง 4 มุมเมือง สามารถรองรับได้เป็นหมื่นคัน จากนั้นสามารถนั่งรถบริการฟรีของ ขสมก.เข้าพื้นที่ได้ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด

โดยมีรถชัตเตอร์บัสจากจุดจอดรถเข้าพื้นที่ 9 จุดดังนี้
1.มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร รับจากสโมสรทหารบก สนามศุภชลาศัย ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
2.เชิงสะพานพระราม 8(ฝั่งพระนคร) รับจากจตุจักร
3.สกายไฮน์ กองสลากเก่า รับจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
4.แยกท่าเตียน รับจากเซ็นทรัลพระราม 2
5.ถนนอรุณอมรินทร์ สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) รับจากเซ็นทรัล ศาลายา พุทธมณฑลสาย 4
6.สถานีรถไฟธนบุรี (รพ.ศิริราช) รับจากวงเวียนใหญ่
7.วัดกัลยาณมิตร รับจากวงเวียนใหญ่
8.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า(ฝั่งพระนคร) รับจากเมืองทองธานี สโมสรตำรวจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับจากเมกาบางนา ท่าเรือคลองเตย

รวมถึงนั่งรถสาธาณะมาขึ้นรถเฉพาะกิจ 6 เส้นทาง ได้แก่

1.จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังสกายไฮน์
2.จากสถานีขนส่งจตุจักร ไปยังสกายไฮน์
3.จากวงเวียนใหญ่ ไปยังสถานีรถไฟธนบุรี วัดกัลยาณมิตร
4.จากสนามศุภชลาศัยถึง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
5.จากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ(สายใต้ใหม่) ไปยังกองสลากเก่า
6.จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า