วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดินหน้าขับเคลื่อนโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ทั่วประเทศ

คกก.นโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ทั่วประเทศ

คณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ประชุมขับเคลื่อนโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ทั่วประเทศ รวม 83 แห่ง พร้อมเดินหน้าเพื่อปรับลดค่าปริมาณโซเดียม จากเดิม 2,400 มิลลิกรัม/วัน เป็น 2,000 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประชาพิจารณ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

 วันนี้ (3 มิถุนายน 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา  ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ครั้งที่ 3 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและร่วมขับเคลื่อนใน 2 เรื่องสำคัญ คือ การดำเนินงานโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี และการปรับลดค่าปริมาณโซเดียม

 จากที่คณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้มีมติให้ดำเนินการโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี นั้น ได้มีการติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งขณะนี้โครงการโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ภายใต้แนวคิด “อาหารโรงพยาบาลเค็มน้อย ดีต่อสุขภาพ ดีลดโรค และอร่อยดี” เพื่อให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปของกระทรวงสาธารณสุข เป็นแหล่งของอาหารโซเดียมต่ำ ทั้งอาหารสำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล และอาหารจากร้านค้าต่างๆ สำหรับญาติและผู้ที่มารับบริการ  โดยกรมควบคุมโรค ได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุข 76 จังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ รวมจำนวน 83 แห่ง ให้ดำเนินการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขับเคลื่อนให้เกิดการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยฉลากโภชนาการ เพื่อปรับลดค่าปริมาณโซเดียม ในข้อกำหนดสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI) จากเดิม 2,400 มิลลิกรัม/วัน เป็น 2,000 มิลลิกรัม/วัน เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน (GUIDELINES ON NUTRITION LABELLING) ของ CODEX  โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการประชาพิจารณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันความรุนแรงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการได้โซเดียมสูงมากเกินความต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศชาติด้วย จึงจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการใน 2 เรื่องดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพที่ดี ต่อไป  ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422