วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร.ร.ร่วมพัฒนา 42 โรง ภาคเอกชน 11 แห่ง เอ็มโอยู 5 มิ.ย.นี้

“อุดม” เผยความพร้อมเอ็มโอยูโรงเรียนร่วมพัฒนา 5 มิ.ย.นี้ ล่าสุดธ.กรุงเทพ เสนอตัวร่วมบริหาร 2 แห่ง รวมมีทั้งสิ้นภาคเอก 11 แห่ง 42 โรงเรียน ย้ำเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ จ่อเจรจา มท.-กทม.-สช.เข้าร่วมบริหารแนวทางเดียวกัน

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.61 นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบรายละเอียดในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการดำเนินโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาระหว่างภาคเอกชนและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีกรอบเวลาความร่วมมือ 5 ปี โดยก่อนหน้าได้มีการประกาศรายชื่อภาคเอกชน 10 แห่งและรายชื่อ 40 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ แต่ล่าสุดมีภาคเอกชนเสนอเข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 1 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมบริหารโรงเรียน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดนิเวศวุฒาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครสวรรค์ เขต 1 และโรงเรียนบางหมาก สพป.ตรัง เขต 2 เท่ากับว่าภายใต้โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา มีภาคเอกชนร่วมสนับสนุน 11 แห่งและโรงเรียน 42 แห่ง โดยพิธีลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

“ขณะนี้ทุกโรงเรียนเปิดเทอมแล้ว สำหรับกลุ่มโรงเรียนร่วมพัฒนาจะต้องเร่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ซึ่งการบริหารงานจะเปลี่ยนไปเน้นความคล่องตัวขึ้น สามารถบริหารจัดการบุคลากร งบประมาณ การจัดการศึกษาได้เองโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็จะดูแลปลดล็อกระเบียบข้อกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดให้ โดยในวันที่ 4 มิ.ย.นี้จะเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 42 แห่งมาให้ข้อมูลว่าทำอะไรไปบ้าง และมีข้อติดขัดอะไรหรือไม่ ขณะเดียวกัน จะมีการคณะกรรมการติดตามประเมินและวิจัย ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลติดตามประเมินผลตั้งแต่ผู้บริหาร ครู นักเรียน ชุมชน โดยเชื่อมโยงในทุกมิติเพื่อดูผลสัมฤทธิ์ เกิดขึ้นอย่างที่ตั้งใจหรือไม่” นพ.อุดม กล่าว

285894

นพ.อุดม กล่าวต่อไปว่า โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ที่ ศธ.จะต้องทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิรูปการศึกษาได้แท้จริง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้อนาคตเฟสที่ 2-3 โครงการนี้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันเฟสแรกที่ทำกับโรงเรียน 42 แห่งนั้นครอบคลุม 31 จังหวัด ขณะที่เป้าหมายของโครงการแต่ต้นคือ 77 จังหวัด อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอว่าอนาคตอาจจะขยายไปให้มีโรงเรียนร่วมพัฒนาใน 225 เขตพื้นที่การศึกษาเขตละ 1 แห่งเพื่อเป็นแนวทางกับโรงเรียนอื่นๆในสังกัดกว่า 3 หมื่นโรง ขณะเดียวกัน จะเจรจากับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีสถานศึกษาในกำกับ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้มาร่วมมือตามแนวทางนี้เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาประเทศด้วย

ด้าน นายมีชัย วีระไวทยะ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา กล่าวว่า สิ่งที่จะได้เห็นในโรงเรียนร่วมพัฒนาคือ โรงเรียนจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน เช่น อยากรู้เรื่องกฎหมาย อาชีพ สุขภาพ มาบอกโรงเรียนก็จะหาผู้รู้มาช่วยสอน และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งชุมชนตนเองและชุมชนใกล้เคียง ให้รอดพ้นจากความยากจน ขณะที่นักเรียน จะต้องมีส่วนร่วมในการเรียน การสอน และการจัดการในโรงเรียนตลอดจนร่วมดูแลชุมชน ซึ่งจะมีการจัดตั้งองค์การบริหารหมูบ้านเยาวชนขึ้น ให้เยาวชนร่วมกำหนดวางแผนดูแลชุมชน เป็นต้น

285890

สำหรับโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนามีทั้งสิ้น 42 แห่ง แบ่งเป็น สังกัดสพฐ. 39 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 2 แห่ง และโรงเรียนสาธิต 1 แห่ง โรงเรียน มีภาคเอกชนให้การสนับสนุน 11 แห่ง ดังนี้ กลุ่มสยามพรีเสริฟฟูดส์ สนับสนุน 1 แห่ง, มูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ สนับสนุน 1 แห่ง,บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น สนับสนุน 2 แห่ง ,บมจ. ซีพี ออลล์ สนับสนุน 2แห่ง ,บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุน 2 แห่ง,กลุ่มมิตรผล สนับสนุน 5 แห่ง ,กลุ่ม ปตท.จำกัด (มหาชน)-PTT สนับสนุน 2 แห่ง , กลุ่ม ปตท. -บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. สนับสนุน 3 แห่ง,กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลอีสาน สนับสนุน 1 แห่ง,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟ สนับสนุน 18 แห่ง ,บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) สนับสนุน 3 แห่ง และธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สนับสนุน 2 แห่ง