วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

14 พ.ย.วันเบาหวานโลก ควบคุมได้ โดยไม่ต้องใช้ยา

โรงพยาบาลจุฬาฯ จัดงานวันเบาหวานโลก 5 พ.ย.นี้ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน พร้อมทั้งทรงแสดงปาฐกถา เรื่อง “Women and Diabetes” และทรงสาธิตการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเบาหวาน ฮอร์โมนและเมตะบอลิสม ร่วมกับฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสาขาวิชาต่อมไร้ท่อฯ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวการจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลกปี 2560


ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) และเป็นอีกหนึ่งวันที่ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งซึ่งในแต่ละปีจะมีการกำหนดธีม หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ สำหรับปีนี้สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ หรือ International Diabetes Federation (IDF) ได้ประกาศธีมของวันเบาหวานโลกประจำปี 2017 คือ “Women and Diabetes - Our right to a healthy future” หรือ ผู้หญิงกับเบาหวาน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันเบาหวานโลกและการควบคุมโรคเบาหวานในสังคมไทย จึงได้กำหนดจัดงานวันเบาหวานโลก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 โดยมีแรงบันดาลใจและแนวคิดเริ่มต้นมาจากผลการประสบความสำเร็จของงานศึกษาวิจัยที่ทางศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านเบาหวาน ฮอร์โมนและเมตะบอลิสม พบว่าการจำกัดพลังงานในอาหารของผู้ป่วยมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น ความไวของอินซูลินและการหลั่งอินซูลินที่ดีขึ้น เมื่อสิ้นสุดโครงการศึกษาวิจัย ผู้ป่วยสามารถหยุดยารักษาโรคเบาหวานได้แทบทุกคน โครงการศึกษาวิจัยนี้ ทางศูนย์ฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่การขยายผลในผู้ป่วยทั่วไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรที่นำมาใช้เป็นค่ายารักษาโรคเบาหวาน โดยอาศัยการปรับเปลี่ยนโภชนาการและพฤติกรรมที่สามารถกระทำได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว


รศ.นพ.สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร อาจารย์ประจำสาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาชมรมเบาหวาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้หญิงเป็นโรคเบาหวานมากถึง 199 ล้านคน คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2583 จะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 313 ล้านคน โดยประมาณ 40% ของผู้หญิง ที่เป็นเบาหวานอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ความสำคัญของธีมเบาหวานโลกในปีนี้จึงมีนัยยะสื่อถึงการกระตุ้นเตือนภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานที่บั่นทอนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง


ในส่วนของชมรมเบาหวาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ก่อตั้งมากว่า 25 ปี ภายใต้แนวความคิด “เบาหวาน” อาจไม่ใช่ “ผู้ป่วย” เสมอไป เพราะโรคนี้ควบคุมได้ด้วยพฤติกรรมของตนเอง เป็นการรวมตัวกันและจัดค่ายเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และช่วยเหลือซึ่งกันและกันของกลุ่มผู้ป่วย ญาติ และผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมโรคเบาหวาน โดยมีแพทย์เป็นผู้นำค่ายและมีบทบาทในการให้ความรู้ในการปฏิบัติตนที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อีกทั้งสร้างค่านิยมและความเข้าใจใหม่ให้ผู้ป่วยรู้จักการดูแลควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเป็นโรคเบาหวานต่อไปในอนาคต


คุณศุภะลักษณ์ จตุเทวประสิทธิ์ ประธานชมรมเบาหวาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการก่อตั้งชมรมเบาหวานขึ้นนั้น ได้เริ่มต้นจากการจัดโครงการค่ายเบาหวานนอกสถานที่ อันเนื่องมาจากแพทย์เล็งเห็นปัญหาที่ว่า เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์แต่ละครั้ง ก็ทำได้เพียงแค่รับยากลับไปรับประทานที่บ้าน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว กุญแจสำคัญของการรักษาโรคเบาหวานไม่ได้อยู่ที่การใช้ยา หากแต่อยู่ที่การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การจัดค่ายนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้มาใช้ชีวิต อยู่ร่วมกันเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งผู้ป่วยจะได้เรียนรู้การปรับพฤติกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมีแพทย์เป็นผู้นำค่ายและมีบทบาทในการให้ความรู้ แพทย์เองก็จะได้เห็นพฤติกรรมของผู้ป่วยมากกว่าการตรวจในคลินิกเพียงไม่กี่นาที ต่อมาโครงการนี้ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี มีการรวมกลุ่มของผู้ที่เคยเข้าค่ายรุ่นต่างๆ เพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง ชมรมเบาหวาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


ศ.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ หัวหน้าสาขาวิชาต่อมไร้ท่อ เมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกของการจัดงานวันเบาหวานโลก ที่ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านเบาหวาน ฮอร์โมนและเมตะบอลิสม ร่วมกับฝ่ายหน่วยโภชนวิทยาและโภชนบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสาขาวิชาต่อมไร้ท่อฯ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมเบาหวานในคนไข้ได้สำเร็จ ผู้ป่วยสามารถควบคุมเบาหวานได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยยา พร้อมทั้งได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นจากสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย รางวัลรองชนะเลิศจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จัดเป็นผลงานวิจัยที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อการดูแลรักษาคนไข้เบาหวานในวงกว้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน


ซึ่งนำไปสู่ผลงานสำคัญคือ หนังสือ (พ็อกเก็ตบุ๊ค) “52 เมนูเด็ด เคล็ดลับพิชิตเบาหวาน” เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมสูตรอาหารพลังงานต่ำจากโครงการศึกษาวิจัยเรื่อง การจำกัดพลังงานในอาหารของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 คิดค้นสูตรโดยฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยทั้ง 52 เมนูที่นำมาจัดพิมพ์เผยแพร่นั้น ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักโภชนาการแล้วว่า เป็นสูตรที่มีพลังงานต่ำ มีการคำนวณพลังงานแคลอรี่ที่ได้รับทุกเมนู


นอกจากนี้ ทางศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเบาหวาน ฮอร์โมนและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ที่มีส่วนช่วยในการเผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการควบคุมโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพ “งานวันเบาหวานโลก รพ.จุฬาลงกรณ์ 2560” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ตั้งแต่เวลา 8.00 - 12.00 น. ณ ชั้น 13 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์


ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน พร้อมทั้งทรงแสดงปาฐกถา เรื่อง “Women and Diabetes” (ผู้หญิงกับเบาหวาน) และทรงสาธิตการปรุงอาหารเมนูเพื่อสุขภาพ นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน รวมถึงการออกบูธของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบริเวณโถงชั้น 13 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ อาทิ บูธกิจกรรมออกกำลังกายและเผยแพร่ความรู้จากชมรมเบาหวาน บูธตรวจน้ำตาลและไขมันในเลือดด้วยการเจาะบริเวณปลายนิ้วจากภาควิชาเวชศาสตร์ชันสูตร บูธแนะนำเมนูอาหารสุขภาพจากฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัด บูธตรวจวัดสายตาและคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นตาจากฝ่ายจักษุวิทยา อีกทั้งบูธแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน