สธ.งัดกลยุทธ์ส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพร แทนยาแผนปัจจุบัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านยา สร้างความมั่นคงให้กับระบบสุขภาพของปท.
ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพิงยาจากต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการนำเข้ายาจากต่างประเทศคิดเป็น 70% ของมูลค่าตลาดยาในประเทศ หรือมูลค่า 70,059.33 ล้านบาท ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทยที่มาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะสมุนไพร สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นยาเพื่อทดแทนยาจากต่างประเทศได้ เช่น ยาฆ่าเชื้อจากเปลือกมังคุดที่ใช้ทดแทนยาโพวิโดนไอโอดีน ยาแก้ไอมะขามป้อมทดแทนยาแอมบรอคซอล ยาครีมพญายอทดแทนยาอะไซโคลเวียร์ครีมสำหรับบรรเทาเริม งูสวัส ยาชงชุมเห็ดเทศทดแทนยาบิซาโคดิลสำหรับบรรเทาอาการท้องผูก ยาเหล่านี้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่โรงพยาบาลต่างๆ และบริษัทเอกชนสามารถนำมาผลิตให้กับผู้ป่วยใช้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเภสัชกรนับว่ามีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนายาจากสมุนไพรเพื่อทดแทนยานำเข้าจากต่างประเทศ
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ที่ปรึกษาชมรมเภสัชกรสมุนไพร กล่าวว่า จากการทำงานในการรวบรวมภูมิปัญญาไทยในทุกภาคของประเทศ ทำให้รับรู้ว่าประเทศมีความร่ำรวยของภูมิปัญญา และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากประเทศหนึ่งในโลก ซึ่งสองสิ่งนี้นับเป็นวัตถุดิบต้นทางที่สำคัญในการนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นยาจากสมุนไพร โดยมีเภสัชกรเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนวัตถุต้นทางให้เป็นยาจากสมุนไพร เนื่องจากเภสัชกรมีความรู้ในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายาที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแต่ในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แต่อีกหลายโรงพยาบาลต่างก็มีชุดประสบการณ์ ไม่ต่างกัน เช่น โรงพยาบาลบางกระทุ่ม โรงพยาบาลอู่ทอง โรงพยาบาลวังน้ำเย็น เป็นต้น
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรเพื่อทดแทนยาแผนปัจจุบัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านยา สร้างความมั่นคงให้กับระบบสุขภาพของประเทศ จึงทำให้กลุ่มเภสัชกรที่ทำงานด้านสมุนไพรมารวมตัวกัน จัดตั้งชมรมเภสัชสมุนไพร เพื่อสร้างเครือข่ายด้านวิชาการอันจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนายาจากสมุนไพร และส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรที่เหมาะสม โดยในอนาคตจะมีการศึกษาวิจัยร่วมกันในการพัฒนายาจากสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันในโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาในโรคเรื้อรัง ยาต้านการแพ้ เป็นต้น”
ภก.พินิต ชินสร้อย ประธานชมรมเภสัชกรสมุนไพร กล่าวปิดท้ายถึงกิจกรรมของชมรมเภสัชกรสมุนไพรว่า "ชมรมเภสัชกรสมุนไพร เพิ่งเริ่มดำเนินการ ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 50 คน ที่มาจากส่วนงานต่างๆ ที่ทำงานด้านสมุนไพร การดำเนินการของชมรมจะมีแผนการทำงานที่ครอบคลุมในทุกมิติของสมุนไพร โดยเน้นการทำงานร่วมกับวิชาชีพอื่นๆ ทั้งแพทย์ แพทย์แผนไทย พยาบาล และวิชาชีพสาธารณสุขอื่นๆ เพื่อนำภูมิปัญญาสมุนไพรมาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนไทย โดยในงานมหกรรมสมุนไพรห่งชาติ ครั้งที่ 13 ทางชมรมจะไปร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้ และคำปรึกษาการใช้ยาจากสมุนไพร โดยเฉพาะการใช้ยาจากสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่ประชาชนมักส่วนใหญ่ยังมีข้อสงสัย โดยบูทของชมรมเภสัชรสมุนไพรจะจัดขึ้นที่อาคาร 8 เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–4 กันยายน 2559 ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถไปในงานดังกล่าวได้”









