วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งปราบเหล้าเถื่อน ชี้ผสมสารหนู จับตา220แห่ง

โฆษกรัฐบาล แจงรัฐลุยแก้ปัญหาโรงผลิตสุรานอกระบบ จับตา220แห่ง ไม่ได้มาตรฐาน-ผสมสารหนู ชวนคนไทยงดเหล้าเข้าพรรษา

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเชิญชวนคนไทยลด ละ เลิกดื่มสุราในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา หรือ วันงดดื่มสุราแห่งชาติ พร้อมทั้งเอาจริงจังกับการแก้ปัญหาสุราผิดกฎหมาย ทั้งในด้านการจัดตั้งโรงงาน การชำระภาษี และการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโรงงานผลิตสุราชุมชนที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายสุราแบบไม่ติดแสตมป์ หรือสุรานอกระบบ ซึ่งเป็นสุราเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นอันตรายต่อการบริโภค

“นายกฯ เป็นห่วงสุขภาพนักดื่มทั้งหลาย ซึ่งมักอาศัยวันหยุดยาวเป็นข้ออ้างในการเฉลิมฉลองดื่มกินกับญาติพี่น้อง และส่วนหนึ่งนิยมดื่มสุราพื้นบ้านที่ไม่มีมาตรฐาน ทำให้ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มสุราประเภทนี้จำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากสารเอทานอล เมธานอล สารฆ่าเชื้อ สารหนู หรือส่วนผสมอื่นที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาการหมักหรือเร่งความแรงของแอลกอฮอล์เข้าไปทำลายอวัยวะภายใน จึงได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนหลัก สำรวจตรวจสอบโรงงานสุราในท้องถิ่น เพื่อดูแลคุณภาพและความปลอดภัยของสุรา แต่ไม่ได้ต้องการควบคุมหรือจำกัดการผลิตให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ”

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า กลไกราคาและการขึ้นภาษีสรรพสามิต ทำให้ผู้ผลิตสุรารายย่อยผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคา หรือหันไปผลิตสุราเถื่อนใส่ขวด ถุงพลาสติก หรือแกลลอน ขายในช่วงเทศกาล และโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานยังผลิตน้ำเสีย ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

“ข้อมูลเมื่อ ก.ค.58 พบว่ามีโรงงานผลิตสุราชุมชน 220 แห่งจากทั้งหมด 2,900 แห่งทั่วประเทศ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ และส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบหมายให้ ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เป็นประธานแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสุรากลั่นชุมชน โดยได้มีการตรวจสอบใบอนุญาตการผลิตสุรา คุณภาพสุรา มาตรฐานของโรงงาน สถานที่จำหน่าย ระยะเวลาจำหน่าย โดยมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจนประสบความสำเร็จ เช่น พะเยาโมเดล"

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตั้งแต่การตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.พะเยา ให้คำแนะนำในการลด ละ เลิกการดื่มสุรา หากมีการตั้งโรงงานผลิตสุราจะต้องได้รับอนุญาตจากชุมชน และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้โรงงานสุราชุมชน มีจำนวนลดลงเหลือ 200 แห่งในปี 58 จากเดิมที่มีถึง 270 แห่งในปี 47

“นายกฯ ขอให้จังหวัดอื่นนำกรณีศึกษาดังกล่าวไปเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือจากประชาชนตามแนวทางประชารัฐ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด เช่น การตรวจจับผู้ผลิตที่ไม่มีใบอนุญาต หลีกเลี่ยงภาษี หรือใช้กระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน”